สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แปรญัตติตัดเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน โดยระบุว่าเงินสํารองนี้ไม่ได้ใช้จริง และมีการเพิ่มขึ้นอย่างมากในแต่ละป้

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ แม่ฮ่องสอน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอแปรญัตติเพื่อตัดเงินในมาตรา ๔ (๕) คือเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณี ฉุกเฉินหรือจําเปึน ซึ่งรัฐบาลตั้งไว้ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ จํานวน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมขอตัดลดลง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ทําไมถึงต้องตัดลด ก็เพราะเหตุว่า ผมมาคิดว่าเงินสํารองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนมันเปึนเงินอะไร ถ้าเกิดว่าเราเข้าใจ ถึงความหมายและเจตนาของมันแล้วก็คือเงินนั้นเอาไปสํารองไว้ ไม่ได้ให้เอาไปใช้นะครับ ท่านประธาน จะใช้ก็ต่อเมื่อมันเกิดกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนจริง ๆ ที่ผ่านมาท่านประธาน ป้ที่แล้วมีการตั้งไว้ไหม มี ป้ก่อนหน้านั้นไหม มี ป้ที่แล้วป้งบประมาณ ๒๕๕๓ มีอยู่จํานวน ๓๘,๓๐๐ ล้านบาท แต่ป้นี้จํานวนเพิ่มขึ้นอีก ๙,๓๐๐ ล้านบาท เปึนเท่าไรครับ เปึน ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท ที่จริงเงินสํารอง ท่านประธาน มันเปึนตัวเลขกลม ๆ ก็ได้ ๓๐,๐๐๐ ก็ ๓๐,๐๐๐ ๔๐,๐๐๐ ก็ ๔๐,๐๐๐ นี่ ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท อย่างกับได้มี โครงการอะไรไว้อยู่แล้ว ซึ่งที่จริงมันเปึนเงินสํารองเขาไม่ได้ให้ใช้ เขาให้สํารองไว้ แต่เกิด มีกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนจริง ๆ ถึงค่อยใช้ แต่นี่มีการตั้ง แหมมี ๖๐๐ ล้านบาทอีกด้วย มีติ่ง ท่านประธานครับ เงินนี้มีมาหลายป้แล้ว ผมเปึนผู้แทนมา ๓ ป้ เคยเปึน ส.ว. มาก็หลายป้ ถามว่าที่ผ่าน ๆ มาได้เอาไปใช้หรือไม่ เอาไปใช้อะไรบ้าง แล้วเอาไปใช้หมด หรือไม่ คือที่ตั้งมาแต่ละป้เอาไปใช้อะไรบ้าง เอาไปใช้หมดหรือไม่ ผมบอกว่าไม่ทราบครับ ถามว่าแล้วที่เขาใช้นั้นถูกต้องตามเจตนารมณ์ของการตั้งชื่อเงินนี้หรือไม่ คือเงินสํารองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึน ก็ตอบว่าไม่ทราบอีก ทําไมถึงไม่ทราบ ก็เพราะไม่เคยมี การแจกแจงมาให้ทางตัวผมซึ่งเปึนผู้แทนของประชาชนทราบเลยเหมือนกัน ที่จริง มีการติติงเงินตัวนี้มาทุกป้ ๆ เลย ฝ์ายรัฐบาลปัจจุบันนี้พรรคแกนนําซึ่งจัดตั้งรัฐบาล ปัจจุบันนี้ก็เคยติติงมาตอนสมัยที่เปึนฝ์ายค้าน แต่ผลปรากฏว่าก็มาตั้งงบประมาณ เปึนป้ที่ ๒ แล้วก็ยังมีเงินตัวนี้ แล้วป้นี้ก็เพิ่มมากขึ้นจากป้ที่แล้วที่ตัวเองตั้งไว้ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้เปึน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า มันจําเปึนที่จะต้องตั้งมากขนาดนี้หรือไม่ ถ้าหากพูดว่าไม่รู้เลยหรือว่าไปใช้อะไรบ้าง ไม่รู้ทั้งหมดเลยก็ไม่ใช่ ก็เพิ่งรู้อยู่ตัวหนึ่ง แต่เดี๋ยวผมจะพูดว่าผมรู้ตัวไหน ท่านประธานครับ ถ้าหากถามว่าอดุลย์ตัวนี้ควรจะมีการตั้งไหม ถ้าเกิดเทียบกับการเปึนบริษัทแล้วควรตั้ง ควรจะมีงบที่จะให้ผู้บริหารสูงสุดเขาสามารถตัดสินใจสั่งจ่ายได้ในจํานวนหนึ่ง แต่ว่า ในกรณีตัวนี้ผมถือว่ามันมากเกินไป ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท เปึนเกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของมาตรา ๔ ทั้งมาตรา ผมคิดว่าท่านกรรมาธิการคงรู้ (๑) ของมาตรา ๔ คืออะไร คือค่าใช้จ่ายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท (๖) ค่าใช้จ่ายในกรณีรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัวที่มากที่สุดน่าจะเปึนเงินเบี้ยหวัดบําเหน็จบํานาญ ๙๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทุกตัว พูดถึงความจําเปึนแล้วมันจําเปึนมากที่สุด แต่ว่าการตั้งตัวนี้ขึ้นมาถ้าเกิดเอามาเปึน มูลค่าตามความจําเปึนแล้วมันมีความจําเปึนน้อยที่สุด แต่ดันมีมูลค่าสูงที่สุดในมาตรานี้ ท่านประธาน ดังนั้นผมถึงคิดว่ามันมากเกินไป ยิ่งถ้าหากว่าไปดูเปรียบเทียบกับกระทรวงอื่น ๆ ท่านประธานครับ ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งงบสํารองไว้เพื่อจะจ่าย ๔๗,๖๐๐ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ได้เท่าไร ๗,๓๐๗ ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ที่จะค้าขายได้ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท น้อยกว่างบสํารองจ่ายอยู่ ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือจะพัฒนา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้ประเทศชาติทันสมัย กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารจํานวนเท่าไรครับท่านประธาน ๔,๐๗๐ ล้านบาท กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ๘,๗๖๐ ล้านบาท เงินสํารองที่จะจ่ายไปให้คน ๆ เดียวใช้เหมือนกับเปึนเช็คเปล่า ๆ แล้วไปให้นายกรัฐมนตรีคนเดียวใช้มากกว่างบอีกหลายกระทรวงที่ท่านต้องการ จะเอาไปพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจ เอาไปทําให้ประเทศชาติ ค้าขายเก่งอะไรต่ออะไรนี่ นี่มันมากกว่ากันตั้งเยอะ หลายกระทรวงถ้ารวมกันยังไม่ได้ เท่ากับเงินตัวนี้ตัวเดียว ที่สําคัญกว่านั้นก็คือทุกกระทรวงที่ผมพูดไปแล้ว เวลาขอตั้งงบมันต้องมีรายละเอียดของโครงการมาเสนอทั้งหมด แต่ตัวนี้มันไม่มีอะไร มันเหมือนกับเปึนการ เขาเรียกว่า แบลงค์ เช็ค (Blank cheque) ท่านประธาน ให้เช็คเปล่า ๆ ไปให้นายกรัฐมนตรีคนเดียวที่จะใช้จ่ายได้ตามอําเภอใจ ดังนั้นผมจึงว่ามันมากเกินไป ท่านประธานครับ เดี๋ยวถ้าหากมาบอกถ้าเกิดตั้งน้อยแล้วไม่พอจะทําอย่างไรก็ไม่เปึนไร ครับท่านประธาน ถ้าเกิดว่ามันมีกรณีฉุกเฉินหรือจําเปึนจริง ๆ มันต้องใช้แล้วมันไม่พอ ก็กู้อย่างไรครับท่านประธาน รัฐบาลก็กู้เก่งอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเกิดกู้ในเมืองไทยมันไม่ต้อง มาขออนุญาตผ่านสภาด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นมันไม่มีความจําเปึนต้องตั้งเลยท่านประธาน ต้องตั้งมาก ๆ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมบอกว่าผมรู้ว่ามีการใช้เงินอยู่ตัวหนึ่ง ก็คิดว่าเพิ่งรู้ ก็คือรู้ว่าเอาไปให้ ศอฉ. ใช้ เห็นได้ข่าวว่าสิ้นเดือนมิถุนายนใช้ไป ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานครับ ใช้อย่างไร ใช้ผ่าน กอ.รมน. ท่านประธาน มันทําให้ผมคิดขึ้นมาเลยว่า ถ้าเกิดให้ตั้งไว้แล้วไปใช้จ่ายกันแบบนี้มันจะเปึนบาป กับเราหรือเปล่า ท่านประธาน เงินที่ ศอฉ. เอาใปใช้มันไปทําให้คนตาย มันไปทําให้ คนบาดเจ็บ ไม่ใช่เฉพาะร่างกายอย่างเดียว จิตใจอีกมากมายเลยท่านประธาน และที่สําคัญกว่านั้นการที่จะให้ใช้เงินตัวนี้ คนที่จะอนุมัติผมคิดว่าควรจะเปึนคนที่มี ความจําที่ดี ควรจะรู้ว่าตัวเองเคยพูดอะไรไว้ ท่านประธานครับ อีกนิดเดียว ท่านยังไม่ต้องเตือนผม ท่านประธาน รัฐที่เข่นฆ่าทําร้ายประชาชน แล้วยังตั้งข้อหาให้กับประชาชน รับไม่ได้ เปึนรัฐที่รับไม่ได้ ผมไม่ได้พูดเองนะ ผมทวนคําพูดของคนคนหนึ่งซึ่งตอนนี้มีอํานาจ ในการใช้เงินตัวนี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าคนคนนี้ความจําเสื่อมหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ถ้าเกิดว่า ยังจําคําพูดของตัวเองอีกหลายประโยคซึ่งผมไม่มีเวลาพูดแล้ว ถ้าหากว่ายังไม่สามารถ ที่จะคิดว่าตัวเองจําคําพูดของตัวเองได้หรือไม่ ผมไม่สามารถให้ตั้งเท่าจํานวนนี้ได้ ผมตัดลงไป อันนี้เปึนการตักเตือนแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์เปึนเงิน ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังเหลือ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งที่จริงเมื่อสักครู่มีคนอภิปรายไปแล้วหลายคนว่า ตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าตัด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ยังน้อยไปด้วยซ้ํา แต่ว่าป้นี้เปึนการเตือนกัน ขอบคุณครับท่านประธานครับ