สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

กรณี จาติกวณิช พูดถึงเรื่องงบประมาณที่ขาดดุล โดยอ้างถึงข้อเท็จจริงที่ว่าหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และระดับหนี้สาธารณะเมื่อเทียบกับจีดีพีอยู่ที่ 42.59 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ำกว่าระดับหนี้สาธารณะ เมื่อเทียบกับจีดีพีในประเทศอื่น และชี้แจงว่าหนี้สาธารณะสามารถชำระได้โดยไม่ต้องเพิ่มภาษีหลัก และยืนยันว่าหนี้สาธารณะสามารถบริหารจัดการได้เมื่อมีนโยบายเศรษฐกิจที่ถูกต้อง

นายกรณ์ จาติกวณิช กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กรณ์ จาติกวณิช ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาต ตอบประเด็นหลักอยู่ประเด็นเดียวนะครับ เพราะว่าเปึนประเด็นที่เพื่อนสมาชิกฝ์ายค้าน หลายท่านหยิบยกขึ้นมาอภิปรายในเรื่องนี้ตลอดช่วงบ่ายที่ผมได้ติดตามฟังการอภิปราย ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นต่องบประมาณ ฉบับป้ ๒๕๕๔ แล้วก็คิดว่าร่วมกันสร้างความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชนมีความมั่นใจ ในการทํางานของพวกเราโดยรวม ทีนี้ประเด็นที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมาอภิปรายก็คือ ในเรื่องของความจําเปึนในการที่จะต้องมีงบขาดดุล ซึ่งงบขาดดุลก็แน่นอนที่สุดหมายถึง ความจําเปึนที่จะต้องหาแหล่งเงินที่เปึนแหล่งเงินกู้ เพื่อที่จะมารองรับการใช้จ่าย ตามรายละเอียด พ.ร.บ. ที่เรากําลังพิจารณาอยู่กันในวาระที่สอง และวาระที่สาม ข้อเท็จจริง ที่ท่านได้นําเสนอก็คือเมื่อมีงบขาดดุลนั้นหนี้สาธารณะก็จะเพิ่มขึ้น แต่วันนี้ผมคิดว่าเราก็ควรจะเอาความจริงครบถ้วนมาชี้แจงให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ในประเด็นที่มีความสําคัญประเด็นนี้ ผมอยากที่จะนําเรียนว่าเรื่องของการกู้ยืมโดยรัฐบาลนั้น เปึนเรื่องที่ดําเนินกันมาด้วยความจําเปึนในทุกรัฐบาล ผมมีสถิติตัวเลขที่ท่านอาจจะสนใจว่า หนี้สาธารณะของประเทศในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เปึนรัฐบาลครั้งก่อนหน้ารัฐบาล ชุดปัจจุบันก็คือในสมัยของท่านชวน หลีกภัย ในสมัยแรกหนี้สาธารณะโดยรวมของ ประเทศเราอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ ปัจจุบันอยู่ที่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงการเปึนรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงนั้นที่มีหนี้อยู่ที่ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็ยืนอยู่ในระดับนั้นหลายป้ จนกระทั่งสมัยท่านที่ปรึกษาพรรคของท่าน ณ ปัจจุบันคือท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มาเปึนนายกรัฐมนตรี หนี้สาธารณะของเรา กระโดดจากประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นมาเปึนกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็สืบเนื่องมาจากการบริหารเศรษฐกิจที่ผิดพลาดในช่วงนั้นนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็เปึน ประวัติศาสตร์แต่ก็เปึนข้อเท็จจริงที่ผมอยากหยิบยกขึ้นมาให้เราพิจารณาได้รับทราบ หลังจากนั้นหนี้สาธารณะก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ในทุกรัฐบาล ไม่ว่าจะเปึนในรัฐบาลของ พรรคประชาธิปัตย์รอบที่ ๒ ก็เพิ่มขึ้น ในช่วงของท่านทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรี หนี้สาธารณะก็เพิ่มขึ้นเปึน ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเปึนครั้งแรก แล้วก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน ป้ที่แล้วมีสาเหตุที่หนี้สาธารณะต้องเพิ่มขึ้นก็สืบเนื่องมาจากประเด็น ปัญหาทางเศรษฐกิจที่เราได้เคยมีโอกาสอภิปรายกันมาแล้วหลายรอบ แต่ในเมื่อ ท่านพยายามที่จะทําให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่าระดับหนี้สาธารณะภายใต้รัฐบาลนี้ เปึนระดับที่มีปัญหาต่อเศรษฐกิจมากที่สุด ผมอยากที่จะขออนุญาตชี้แจงนะครับว่า ณ เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๓ คือป้ปัจจุบัน ระดับหนี้สาธารณะของประเทศเราเมื่อเทียบ กับจีดีพีของประเทศอยู่ที่ระดับ ๔๒.๕๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ํากว่าระดับหนี้สาธารณะ เมื่อเทียบกับจีดีพีในทุกป้ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาลของท่านที่ท่านเคยเปึนรัฐบาล มาในครั้งก่อนในยุคสมัยคุณทักษิณ ชินวัตร ต่ําสุดเลยที่ท่านเคยทําได้ก็คือ ๔๒.๖๕ เปอร์เซ็นต์ และสูงสุดอยู่ที่ระดับประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นผมยืนยันได้ว่าอันดับแรก ระดับหนี้สาธารณะ ปัจจุบันไม่ใช่เปึนระดับที่ผิดปกตินะครับ และนอกจากนั้นยืนยันได้ด้วยว่า เปึนระดับหนี้ที่ไม่เปึนผลต่อเสถียรภาพการเงินการคลังของประเทศในระดับที่ท่าน มีความจําเปึนต้องกังวล เพราะเมื่อเปรียบเทียบในแง่ของภาระต่องบประมาณในการที่จะ บริหารหนี้สาธารณะนี้ก็ยังอยู่ในกรอบความมั่นคงที่กระทรวงการคลังได้กําหนดไว้ว่า เราไม่ควรมีความจําเปึนที่จะต้องใช้เม็ดเงินงบประมาณกว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ในงบประมาณ แต่ละป้ในการบริหารหนี้ ซึ่ง ณ ปัจจุบันในระดับหนี้สาธารณะที่เรามีอยู่นั้นเราใช้ งบประมาณเพียงแค่ประมาณ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ถึง ๑๒ เปอร์เซ็นต์ครึ่ง เพราะฉะนั้น ในภาพมหภาคโดยรวมผมขอยืนยันนะครับว่าประเด็นปัญหาที่ท่านพยายามจะ หยิบยกขึ้นมาว่าเปึนปัญหาใหญ่หลวงของประเทศชาตินั้น ณ ปัจจุบันไม่ได้เปึนเช่นนั้น แล้วข้อเท็จจริงก็คือถึงแม้เราได้กระตุ้นเศรษฐกิจตลอดช่วง ๑ ป้ที่ผ่านมา หนี้สาธารณะ เมื่อเทียบกับจีดีพีกลับปรับลดลงเพราะเรามีประสิทธิภาพในการใช้เม็ดเงิน ทําให้อัตรา การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสร้างฐานทางเศรษฐกิจให้ใหญ่ขึ้น ตัวหารจึงทําให้ สัดส่วนหนี้เมื่อเทียบกับจีดีพีกลับปรับลดลงนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เปึนข่าวดีสําหรับพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุก ๆ คน นอกจากนั้นผมก็อยากจะเรียนเพิ่มเติมนะครับว่าจริง ๆ แล้ว การขาดดุลงบประมาณก็ไม่ได้เปึนสิ่งที่เราอยากจะเห็นในระยะยาว เราเองก็มองว่า ณ ปัจจุบันป้นี้ยังมีความจําเปึนอยู่ที่จะต้องมีงบขาดดุล ท่านเองก็ได้อภิปรายว่า รายจ่ายประจําเองก็เท่ากับรายได้ตามประมาณการของรัฐบาลแล้ว ดังนั้นถ้าเรายังอยาก ที่จะต้องเห็นโครงการต่าง ๆ เปึนโครงการที่พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะได้ประโยชน์ ในระยะสั้นหรือระยะยาว อย่างเช่น เรื่องของโครงการการค้ําประกันรายได้เกษตรกร เรื่องของการจัดสรรงบให้เพียงพอต่อการรองรับการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุนะครับ หรือการลงทุนในโครงการที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างเช่น การลงทุน ในระบบราง หรือการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอต่อความต้องการขององค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่น ก็จึงมีความจําเปึนที่เรายังที่จะต้องยอมรับการมีงบขาดดุลอีก ๑ ป้คือป้นี้ ทีนี้ผมก็อยากที่จะเรียนเพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิกแล้วก็ของประชาชนที่ติดตาม การอภิปรายว่ารัฐบาลเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในประเด็นนี้ แล้วเมื่อไม่นานมานี้ ทางกระทรวงการคลังกับสํานักงบประมาณก็ได้ร่วมกันลงนามข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อที่จะกําหนดให้มีเปัาหมายที่ชัดเจนในการที่จะบริหารให้งบประมาณแผ่นดินกลับเข้าสู่ สถานะที่เปึนงบสมดุลอย่างยั่งยืน ซึ่งวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ได้ให้เกียรติมาเปึน สักขีพยาน เปึนการยืนยันถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของเรา สมมุติฐานที่เราได้ใช้ ในการที่จะกําหนดว่างบประมาณจะมีความสมดุลได้ในป้ ๒๕๕๗ ก็เปึนสมมุติฐาน ที่ผมมั่นใจว่าเราสามารถที่จะดําเนินการได้ ยกตัวอย่างสมมุติฐานสําคัญก็คือสมมุติฐาน การขยายตัวทางฐานเศรษฐกิจ เราก็ประเมินว่าในป้นี้จะมีอัตราการขยายตัว ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ และในป้ ๒๕๕๕ ๑๐ ป้ ไปจนถึง ๒๕๖๕ เราก็มีประมาณการการขยายตัวไว้ที่ระดับ เพียงแค่ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกันในสมมุติฐานที่เราใช้ ส่วนค่าใช้จ่ายหลัก ๆ เราก็จะ ยึดกับอัตราเงินเฟัอ เว้นแต่ค่าใช้จ่ายบางประเภทที่คาดว่าอาจจะต้องมีการขยายตัว ที่สูงกว่าระดับอัตราเงินเฟัอ เราก็มีสมมุติฐานไว้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับ การดูแลพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นสมมุติฐานนี้ยังเผื่อไว้ด้วยว่าในทุก ๆ ป้จะมี เม็ดเงินงบประมาณเพียงพอต่อการจัดสรรเพื่อรองรับโครงการการลงทุนที่เปึนโครงการใหม่ ในแต่ละป้อย่างน้อยมูลค่าเท่ากับ ๑ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี หรือถ้าเทียบกับมูลค่าจีดีพี ณ ปัจจุบันเท่ากับป้ละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นด้วยเอ็มโอยูหรือข้อตกลงนี้ ระหว่างกระทรวงการคลังกับทางสํานักงบประมาณก็สะท้อนให้เห็นนะครับถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของรัฐบาลว่าอันดับแรก เรายืนยันว่าเรายังมีความจําเปึนที่จะต้องดูแลพี่น้อง ประชาชนด้วยโครงการต่าง ๆ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราก็จะบริหารเพื่อให้ประเทศชาติ มีงบที่เปึนงบสมดุลได้ในอนาคตอันใกล้

คราวนี้ตอบคําถามสุดท้ายครับท่านประธานว่า หนี้สาธารณะที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้เหมือนกับเราไม่เคยเสนอว่าเราจะชําระหนี้นี้อย่างไร ผมขอเรียนว่า มีคําอภิปรายวันนี้ด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนว่างบประมาณที่จัดสรรในป้ ๒๕๕๔ เพื่อชดใช้ เงินต้นในส่วนของหนี้สาธารณะที่เรามีอยู่นั้นทําไมถึงปรับลดลงเมื่อเทียบกับงบที่จัดสรร ในการชําระเงินต้นในป้ปัจจุบันคือป้ ๒๕๕๓ โดยที่ในงบประมาณป้ปัจจุบัน ๒๕๕๓ นั้น ได้ตั้งงบประมาณชําระเงินต้นไว้ที่ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่หลายท่านได้อภิปรายว่า ในป้ ๒๕๕๔ ตั้งไว้เพียงแค่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอชี้แจงนะครับ ว่าด้วย สาเหตุที่นโยบายของรัฐบาลทําให้รายได้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้นกว่าเปัาหมายที่กําหนดไว้ ในป้ปัจจุบัน ทําให้กระทรวงการคลังสามารถที่จะใช้รายได้ที่เราจัดเก็บได้เพิ่มเติม ในช่วงป้ปัจจุบันไปชําระหนี้ที่เดิมทีเราได้กําหนดไว้ว่าจะต้องมีการชําระโดยอาศัย งบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ และเราได้ชําระหนี้ล่วงหน้าไปแล้ว มูลค่าโดยรวมถึง ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรวมกับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ยังต้องอาศัยเม็ดเงินงบประมาณ ๒๕๕๔ อยู่ บวกกับหนี้ที่เราชําระล่วงหน้าไปแล้วด้วยรายได้ที่เราหาได้เกินกว่าเปัาหมายที่กําหนดไว้ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้ในป้ปัจจุบันจะมีการชําระหนี้สูงถึง ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท สูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็เปึนคําตอบให้กับ ท่านไปในตัวว่าหนี้สาธารณะนั้นสามารถที่จะชําระได้ ภาษีหลักเราก็ไม่ได้มีความจําเปึน ที่จะต้องปรับขึ้น ไม่ว่าจะเปึนภาษีนิติบุคคล ภาษีรายได้ส่วนบุคคล หรือแม้แต่มีนักวิชาการ อยากที่จะเสนอให้เราปรับภาษีมูลค่าเพิ่มจากระดับปัจจุบันคือ ๗ เปอร์เซ็นต์ เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็ปฏิเสธ แล้วก็มีมติ ครม. ยืนยันแล้วว่าเราจะต่อเวลาการคงระดับภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ ๗ เปอร์เซ็นต์เช่นเดิมนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้รายได้ที่เราสามารถที่จะจัดหาได้โดยยึด อัตราภาษีหลักไว้ในระดับเดิมก็เปึนตัวพิสูจน์ว่าหนี้สาธารณะนั้นสามารถที่จะบริหารจัดการได้ ต่อเมื่อมีนโยบายเศรษฐกิจที่ถูกต้อง แล้วก็นําไปสู่การขยายในส่วนของอัตราขยายตัว ทางเศรษฐกิจในระดับที่ทําให้ประเทศชาติมีเสถียรภาพอย่างที่ปรากฏในช่วง ๑ ป้ ที่ผ่านมาครับ ขอบคุณครับ