สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องงบประมาณปี 2554 ที่เกิน 2,000,000 ล้านบาท และเร่งแก้ไขปัญหาการกู้ยืมเงินเพื่อไม่ให้เกิน 60% ของจีดีพี นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการซื้ออาวุธสำหรับกองทัพ 750 ล้านบาท โดยมีคำถามว่าทำไมถึงต้องใช้เงินนี้ไปปราบปรามคนไทยในภาคใต้ และว่าทำไมไม่แก้ไขปัญหาให้ได้ แทนที่จะซื้ออาวุธ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกพี่น้องประชาชนที่รับฟัง การถ่ายทอดอยู่ ณ เวลานี้ การประชุมครั้งนี้เปึนการประชุมวาระที่สอง ในเรื่องของงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๕๔ ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาทซึ่งเปึน งบประมาณครั้งแรกของประเทศไทยเราที่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทย ของเรานั้นจะต้องกู้เขามา ขอย้อนหลังนิดหนึ่งท่านประธานเพื่อให้ติดต่อ นั่นก็คืองบประมาณ ที่จัดทํานี้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกู้เขามาป่ดหีบเพราะงบประมาณไม่พอ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมถึงต้องตัดงบประมาณ นี่คือโจทย์ ผมตัดไม่มากครับ ผมตัด ๑ เปอร์เซ็นต์ ความจริงต้องตัดประมาณสัก ๒ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ปรากฏไม่ตัดครับ ตัดแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ เพราะมีความเห็นใจครับท่านประธานว่ารัฐบาลก็อยากจะเอาเงินไป กระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ปรากฏว่าโจทย์มันตอบแล้วว่าให้สัมภาษณ์กันเอง บอกกันเองว่า เศรษฐกิจมันฟุ๋นแล้ว เมื่อฟุ๋นแล้วงบประมาณมาอยู่ในขั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการก็ต้อง รับผิดชอบว่าเมื่อฟุ๋นแล้วตรวจสอบกับรัฐบาลแล้วภาวะเศรษฐกิจมันฟุ๋น จีดีพีมันได้ตาม กําหนดของการที่ตั้งใจ ตั้งหวัง มุ่งหวัง ก็ต้องตัดงบประมาณลง เราทําไมต้องกู้ต่อ เพื่อให้ชนเพดาน ท่านประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านก็เปึนกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎรอยู่ด้วยกัน ต้องขออนุญาตกราบเรียน น่าห่วง ในขณะถ้าพูดถึงบ้านเราเราวัดด้วยการเติบโตทางจีดีพี ถ้าจีดีพีไม่โตแน่นอนที่สุด ท้ายที่สุดเงินกู้มันจะเพิ่มขึ้นมากขึ้น ในขณะที่จีดีพีของเรามันสูง ถ้าวันหนึ่งมันไม่โต มันไม่สูงตามที่กําหนดแล้ว ที่คาดหวังแล้ว คําถามก็คือเงินกู้ที่เกินเพดานที่เราหวังไว้ตาม กฎหมายที่เราพูดไว้ไม่ให้เกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เราอย่างเดียว นานาชาติเขาบอกด้วยว่า ประเทศเราไม่ควรเกิน ๖๐ ถ้าเกิน ๖๐ เขาไม่ไว้วางใจ ประเทศยู (You) จะไปไม่รอด เราก็ เชื่อฟังเขา เพราะฉะนั้นเราก็เลยตั้งงบประมาณว่าต้องไม่เกิน ๖๐ แต่ก็ปรากฏว่าของอัตรา เงินกู้ต้องไม่เกินเพดาน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี แต่เมื่อเศรษฐกิจมันฟุ๋นแล้วตามคําบอกเล่า ของรัฐบาล เพราะฉะนั้นมันก็ต้องตัดลดลง ผมตัดลดแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์มันจะได้ลดลงไปอยู่ ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท มันลดลงไปไม่มากครับ แต่ปรากฏว่าก็ไม่ทําก็ปรากฏว่าปล่อย ก็ปล่อยให้มันไปอย่างนี้ ข้อสําคัญก็คือการจัดทํางบประมาณครั้งนี้ปรากฏว่าตัดไม่พอ เอาไปเพิ่ม คือตัดนี่ความจริงตัดออกได้เลยไม่จําเปึนต้องเพิ่ม แต่ปรากฏเอาไปเพิ่ม เอาไปเพิ่ม กระทรวงโน้นกระทรวงนี้ ตรงนั้นตรงนี้ ผมก็เลยบอกว่าการจัดทํางบประมาณลักษณะนี้ การจัดทํางบประมาณถ้าเราอิงทางวิชาการเราก็คงต้องบอกว่าเราจัดทําแล้วต้องสรุปได้ ใช่ไหมท่านประธาน ว่าเราจัดทํางบประมาณแบบในลักษณะนี้มันเชิงอะไร มันเชิง คุณภาพหรือมันเชิงอะไร แต่ผมให้ข้อจํากัดเอาไว้ว่าการจัดทํางบประมาณในครั้งนี้เปึน ลักษณะการจัดทํางบประมาณเชิงอํานาจ เชิงอํานาจครับ เพราะว่าไม่ได้ใส่ใจกับพี่น้องประชาชนหรือคนรอบข้างว่าใครจะคิดอย่างไร งบประมาณนี้ จะไปอย่างไร พี่น้องประชาชนจะกินดีอยู่ดีหรือไม่ เศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ไม่ได้ใส่ใจ ใส่ใจเพียงฐานอํานาจของตัวเอง ผมอยากจะกราบเรียนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ งบประมาณที่ตัดเอาไปความจริงแล้วเขาตัดมากกว่าผม กรรมาธิการชุดนี้ตัดงบประมาณ มากกว่าผม เพราะเขาตัดไปถ้าผมจําไม่ผิด ๓๓,๗๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าผมครับ ท่านประธาน ผมตัดน้อยกว่า แต่ปรากฏว่าการตัดของผมผมตัดแล้วทิ้งเลย คือตัดแล้ว ไม่เอามาใช้ เอาเก็บไว้ในคลังเพื่อที่จะลดปริมาณเงินกู้ลง เพราะเราต้องไปกู้เขา ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มันก็จะลดน้อยถอยลง ค่าอัตราของการกู้มันก็จะน้อยลงทําให้ สัดส่วนของการเปึนหนี้ต่อจีดีพีของเราลดลง เพื่อหวังไว้ความฉุกเฉินถ้าเราส่งออกก็ดี ประเทศเกิดภัยพิบัติอะไรก็ตามแต่ เกิดขึ้นมาจะได้เปึนที่ปลอดภัย ท่านประธานทราบไหม ท่านประธานต้องศึกษาลึก ๆ มาก ๆ ความจริงท่านประธานก็จบปริญญาเอกแต่ว่า คนละสาขา ท่านวิศวกรรม ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าคนที่รับเวรกรรม ท้ายที่สุดคือประชาชน ผู้มีอํานาจในแผ่นดินไม่มีหรอกครับใครจะไปรับเวรกรรมบ้าง คนที่ รับเวรกรรมคือประชาชน ผมยกตัวอย่างเช่นวันนี้ในบ้านถ้ามีใครทําของร่วงตกแตกสักอันหนึ่ง ยกตัวอย่างเวลารับประทานข้าวกันก็แล้วกันสํารับกับข้าวมันร่วง โต๊ะมันล้มเลย ถามว่า ใครเดือดร้อน คนนั่งกินที่เปึนเจ้าของบ้านเดือดร้อนหรือ ไม่ใช่ เพื่อนคนที่นั่งกินด้วย เดือดร้อนหรือ ไม่ใช่ คนใช้ คนใช้เดือดร้อน ทํานองเดียวกันถามว่างบประมาณอํานาจ นิยมแบบนี้ถามว่าใครเดือดร้อน พี่น้องประชาชน เกษตรกร ฐานรากหญ้าได้รับ ความเดือดร้อน นี่คือสิ่งที่เปึนอยู่ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ท่านมีหัวใจที่จะคิดถึงเขาเหล่านั้นหรือไม่ ปากท่านพูดกันไปเถอะ วันนี้มันดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ดีอย่างไร ท่านพูดไปเลย แต่ท่านรู้ไหมว่าท่านกําลังเสียดแทงหัวใจพี่น้องประชาชน ท่านทราบหรือไม่ว่ามันเสียดแทงขนาดไหน วันนี้ชาวบ้านเขาไม่มีกินมีใช้ให้รู้เสียด้วย น้ําไม่มีทํานา ฝนแล้ง ราคาข้าวไม่ดี เพลี้ยลง ไม่ได้ผลผลิต เอาเงินไปช่วยเท่าไร ๖๐๐-๗๐๐ บาท พอกินหรือ บอกว่าไม่ต้องทํานาก็ไม่เปึนอะไร จะช่วยครอบครัวละ ๑,๐๐๐ บาท ถามว่า ๑,๐๐๐ บาทนั้นพอกินทั้งป้หรือ เดือนหนึ่งยังไม่พอเลย ท่านคิดอะไรกัน ใครอยู่ได้อยู่ไปใช่ไหม อยู่ไม่ได้ให้มันตายให้หมดใช่ไหม ได้เหลือพวกท่านอยู่ใช่ไหม ท่านคิดกันอย่างนั้นใช่ไหม ไม่ใช่ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมเลย บอกว่าผมต้องตัดงบประมาณลงมา ๑ เปอร์เซ็นต์ ลงมาไม่มาก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แทนที่จะดูกันไม่ดูครับท่านประธาน แทนที่จะคิดกันรอบด้านไม่คิดครับท่านประธาน ท้ายที่สุดก็ใส่กันไปครบตามจํานวน ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัดมาเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไข จากจุดที่คนอื่นเขามีอํานาจในการต่อรองกับท่านน้อย ในบางกระทรวง ทบวง กรม ท้ายที่สุดกระทรวง ทบวง กรม ที่มีอํานาจ มีอิทธิพลเอาไป ไขว่คว้าเอาไป อันแรกที่ท่าน เอาไปใส่ไว้เลยนะครับ สํานักนายกรัฐมนตรี ๔,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่มากหรอกครับ ไปซื้อรถยนต์ของจุฬาราชมนตรี เรื่องนี้สําคัญ ผมในฐานะชาวพุทธ ผมชาวพุทธผมถือว่า เรื่องสําคัญมาก ในขณะที่องค์สมเด็จพระสังฆราชไม่มีรถพระที่นั่ง ไม่มีรถพระที่นั่งนะ รู้ไหม ทราบไหมว่ารถพระที่นั่งต้องเอามาจากไหน นี่คือสิ่งที่มันเปึนอยู่ ในขณะเดียวกัน ศาสนาของบ้านเราที่นับถือกันนั้นไม่ใช่มีศาสนาเดียว ไม่ใช่มีเฉพาะอิสลาม พุทธส่วนใหญ่ อิสลามมี คริสต์มี ซิกซ์มี พราหมณ์ยังไม่มี นี่พระอาจารย์ผมศาสนาพราหมณ์ ซึ่งท่านเปึน พระอาจารย์ผมอีก ไม่มีครับ ท่านก็ใช้รถส่วนตัว ไปไหนบางครั้งผมก็ไปรับ ก็ถามกลับว่า แล้วทําไมไม่จัดให้ ถ้าเราจัด จัดเสมอได้ไหม ขอให้จัดเสีย จัดให้เสมอเสีย อย่าบอกนะ ป้หน้าทํา ทําป้นี้ถ้าจะทํา ถ้าไม่ทําป้นี้ไม่เห็นด้วย ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทไม่ให้นะ ไม่ให้นะ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาทไม่ให้

อีกเรื่องหนึ่งเอาไปทําอะไรรู้ไหม มองได้ ๒ แง่ครับท่านประธาน เอาไปซื้อ อาวุธในภาคใต้ ๗๕๐ ล้านบาท ปราบปรามคนไทยด้วยกันในภาคใต้ ทําอย่างอื่นเปึนไหม เลิกได้ไหม ไปยิงกันอย่างนั้นเลิกได้หรือยัง เขาไม่ใช่คนไทยหรือ ขัดแย้งอะไรกันนักหนา คิดอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น ไม่มีหรอกครับ สิ่งเหล่านี้ต้องคิด แล้วต้องแก้ แล้วต้องปรับปรุงกันใหม่ ผมมีอํานาจ ผมมีอาวุธ ผมอยากจะยิงผมก็ไปยิง ซื้อเข้าไป ยิงเข้าไป มันไม่ใช่ ท่านลอง คิดกลับบ้างว่าถ้าเปึนลูกท่านหลานท่านล่ะท่านจะรู้สึกกันอย่างไร เปึนปู์ย่าตายายท่านล่ะ ท่านจะคิดกันอย่างไร คิดกันแค่ว่าไม่ใช่พ่อเรา คิดอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่แม่เรายิงมันให้หมด คิดอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ เรามาจากรากเหง้ากอเดียวกัน เรามาจากฐานเดียวกัน วันนี้ เพียงแต่ผมไม่ใช่เกิดจากท้องท่านและผมไม่ใช่ลูกท่าน ท่านไม่รักผมอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ ทําไมคนต้องออกจากท้องเราแล้วเราถึงต้องรักเขาล่ะ ก็เราคิดว่าอยู่ในประเทศเดียวกัน ได้ไหม แล้วเรารักกันได้ไหม เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่ไม่อยากให้ทํา ๗๕๐ ล้านบาทให้กองทัพไป