สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ระบุว่าโครงการประกันรายได้ในงบประมาณปี 2554 มีผลงานที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกร แต่ก็มีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการประกันรายได้เพิ่มเติม ซึ่งเกษตรกรสามารถเปลี่ยนวันใช้สิทธิได้ และควรตรวจสอบราคาเพื่อรับเงินเพิ่ม

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอชี้แจงถึงเรื่องของความคุ้มค่าของโครงการประกันรายได้ ในงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ให้ทราบกันนะครับ เพราะว่าหลายคนถามถึงเหลือเกิน ท่านประธานครับ ในเรื่องของโครงการประกันรายได้เราใช้เงินไปอยู่ที่ ธ.ก.ส. ธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอยู่ที่ ๓๘,๘๐๐ ล้านบาท พอพวกเราตัดในส่วนที่ เปึนไขมันของงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ที่มีมูลค่ากว่า ๒.๐๗ ล้านบาท ตัดในส่วนที่เปึน ไขมันออก เราก็เอาไขมันแปลงกลับเข้ามาเปึนเนื้อแดงอีกครั้งหนึ่ง ท่านรัฐมนตรีก็เลย เพิ่มเงินให้ในโครงการประกันรายได้อีก ๕,๒๐๐ ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จแล้วในโครงการนี้ ก็จะใช้อยู่ที่ ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท ยืนยันอะไรบ้างครับ ยืนยันว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๕๔ ในงบประมาณป้นี้ โครงการประกันรายได้ก็จะมีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนอะไรบ้างครับ สะท้อนว่าวันนี้การเตรียมพร้อมของชาวนาชาวไร่ก็ดี ของพ่อค้าที่มาซื้อของโรงสีรวมไปถึง ผู้ส่งออก วันนี้ต้องไล่ซื้อข้าว ไล่ซื้อพืชผลทางการเกษตรจากชาวนา จะรอให้ประมูลโควตา จากภาครัฐ อาจจะเปึนเรื่องที่ต้องลืมไปแล้วสําหรับรัฐบาลนี้และตลอดทั้งป้ ๒๕๕๔ แปลว่าอะไรครับ เมื่อก่อนภายใต้โครงการจํานํา รัฐก็ทําตัวเปึนพี่ใหญ่ รับซื้อข้าว รับซื้อพืชผล ทางการเกษตรมาเก็บไว้ที่หน่วยสต็อก พ่อค้าก็ไม่ต้องไปติดต่อใคร ติดต่อแต่รัฐบาล ประมูลโควตาและวิ่งงานเท่านั้น แต่คราวนี้ก็จะไม่เห็นภาพแบบนั้นอีกแล้ว ก็จําเปึนที่จะต้อง เข้าไปรับซื้อจากพี่น้องเกษตรกรโดยตรง ผมยืนยันอีกครั้งว่าโครงการนี้มีผลงานในอดีตที่ผ่านมา ก็คือว่าเราใช้เงินไป ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท หลายคนบอกว่า ๕๔,๐๐๐ ล้านบาทถึงมือพี่น้อง เกษตรกรถึงจริง แต่ก็ต้องถือว่าเปึนความเสียหายของรัฐอย่างหนึ่ง เพราะต้องเสียเงินไป ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมตอบท่านสมาชิกว่าภายใต้โครงการจํานําที่หลายท่านบอกว่า น่าจะดีกว่านั้นรัฐเสียเงินไป ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขค่อนข้างสูสีกันมาก แต่บุคคล ที่ได้รับประโยชน์นั้นมีความแตกต่างอย่างยิ่ง ในกรณีของการประกันรายได้ภายใต้รัฐบาลนี้ ผู้ได้รับประโยชน์ ๔,๙๐๐,๐๐๐ คน โครงการจํานํา ๕๑/๕๒ ของท่านมีผู้ได้รับประโยชน์ไป ๑,๓๐๐,๐๐๐ รายเท่านั้นเอง วงเงินเท่า ๆ กัน แต่ผู้ที่รับประโยชน์นั้นแตกต่างกัน ๓ เท่ากว่า ถือว่าเยอะทีเดียวครับ ส่วนตัวเลขที่ผมบอกว่าโครงการจํานํานั้นมีผลเสียหายอยู่ที่ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ได้พูดโดยที่ไม่ได้เปึนธรรม จํานวนดังกล่าวนั้นหักข้าวที่อยู่ในสต็อก ขายไปเรียบร้อย ถ้าสมมุติว่าขายได้หมดก็ยังขาดทุนอยู่ที่ ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ยืนยันอีกครั้งว่าความคุ้มค่าในโครงการประกันรายได้ของรัฐบาลนี้คุ้มค่าครับ

ส่วนเรื่องที่ท่านสมาชิกได้สอบถามเปึนเรื่องเกี่ยวกับความเข้าใจเรื่อง การประกันรายได้เพิ่มเติม เรื่องการใช้สิทธิ ขออนุญาตไม่เกิน ๑ นาทีก็คือว่าราคาประกัน ลบกับราคาอ้างอิงหรือราคาตลาดก็จะมาเปึนส่วนต่างที่รัฐบาลนั้นจะชดเชยให้กับพี่น้อง เกษตรกร ประเด็นคือว่าเวลาไปทําสัญญาจะต้องจดแจ้งวันเก็บเกี่ยวแล้วก็วันใช้สิทธิ แต่ที่ผ่านมาที่มีความไม่เข้าใจเกิดขึ้นก็คือว่าพี่น้องเกษตรกรนั้นไม่เข้าใจว่าสามารถที่จะ เปลี่ยนวันใช้สิทธิได้ วันใช้สิทธิต้องบอกว่าเวลาจะคํานวณว่าวันนั้นจะได้ส่วนต่าง ของราคาเท่าไร ก็คือแจ้งว่าใช้สิทธิวันไหน ท่านเปลี่ยนได้แล้วย้ําอีกครั้งผ่านที่นี่ครับ ก็คือว่าท่านสามารถเปลี่ยนวันใช้สิทธิได้ ๓ วันก่อนถึงกําหนดวันใช้สิทธิของท่าน และสําคัญมากพี่น้องเกษตรกรวันนี้ต้องคอยจ้องและดูราคาแล้ว ถ้าไม่ดีต้องเก็บข้าวไว้ก่อน ตากข้าวรอ แล้วดูว่าแจ้งวันใช้สิทธิวันไหน อย่างไร เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าบางพื้นที่มีปัญหาว่า วันใช้สิทธิวันเดียวกัน แต่ได้เงินไม่เท่ากัน เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นแล้วครับในจังหวัดพิจิตร มาร้องในชั้นที่ผมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการดูรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะ ธ.ก.ส. เขาก็มาร้องครับบอกว่า ทําไมในเซ็นสัญญาอําเภออยู่อําเภอเดียวกัน วันใช้สิทธิก็วันเดียวกัน แต่ทําไมได้เงินไม่เท่ากันหายไปตั้งหลายพันบาท ปรากฏว่าข้อเท็จจริง ก็คือว่า อําเภอเดียวกันแต่หมู่นั้นรับเงินไปก่อน แต่อีกหมู่หนึ่งยังไม่รับเงินหมู่ที่ยังไม่รับเงิน ก็สามารถที่จะเปลี่ยนวันใช้สิทธิได้ก็เลยสามารถจะได้เงินมากกว่า ประเด็นก็คือว่า ทางด้านอนุกรรมาธิการงบประมาณเองก็มีความเปึนห่วงเรื่องนี้ฝากไปยัง ธ.ก.ส. ผลตอบ กลับมาก็คือว่า ไม่เกิน ๒ อาทิตย์เรื่องนี้ก็ได้รับการเยียวยา ท่านลองกลับไปเช็กดูอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ใครที่มีปัญหาอย่างนี้คือ รับเงินไปแล้วตอนนี้ท่านก็มีสิทธิที่จะได้เงินเพิ่ม ซึ่ง ธ.ก.ส. เขารับปากแล้วว่าเขาจะแก้ไขให้ตามที่ท่านเปึนห่วงกัน ตามที่กรรมาธิการได้เปึนห่วง แล้วเมื่อสักครู่ก็มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนห่วงกันในประเด็นนี้ผมก็ขอชี้แจง ทําความเข้าใจสั้น ๆ เกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ว่ามีความคุ้มค่าในเม็ดเงินกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทที่รัฐบาลนั้นได้ลงไปผ่านงบประมาณป้ ๒๕๕๔ ครับ