สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการอภิปรายในสภาและเรียกร้องการระมัดระวังในการพูดที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด โดยกล่าวถึงผลงานของรัฐบาลที่ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และตอบโต้คำพูดของท่านนายกรัฐมนตรีชวนเกี่ยวกับการแก้ไขหนี้นอกระบบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ความจริงในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําป้ในวาระที่สองนี้ก็เปึนเรื่องที่สมาชิกจะได้อภิปรายเกี่ยวกับ การทํางานของคณะกรรมาธิการ แล้วผมทราบดีว่าท่านประธานก็ได้พยายามเตือน สมาชิกที่เพิ่งอภิปรายเสร็จไปว่าควรจะต้องอยู่ในประเด็น ผมก็ไม่อยากรบกวนเวลา ของสภามากนะครับ แต่ว่ามีการอภิปรายในลักษณะที่พาดพิงมาถึงรัฐบาลโดยตรง แล้วก็มีการถ่ายทอดสด ก็เกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดในหมู่พี่น้องประชาชน ที่จริง สมาชิกท่านนี้ก็อภิปรายเรื่องเศรษฐกิจมาหลายครั้งในรอบ ๒ ป้หรือป้เศษ ๆ ที่ผ่านมา พยายามใช้ถ้อยคําดูถูกดูแคลนคนที่ทํางานอยู่ตรงนี้ ผมก็ไม่ถือสาหรอกถ้าหากว่าข้อมูล ท่านถูก แต่ว่าข้อมูลที่ท่านให้มาก็ผิดมาโดยตลอดครับ แล้วก็พิสูจน์มาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า ในรอบป้ครึ่งที่ผ่านมาว่าผิด ผมก็อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ บางประเด็นเท่านั้นเองนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

ประการแรก ที่พยายามดูหมิ่นดูแคลนว่ารัฐบาลนี้ จริง ๆ ท่านพูดมาตลอด ละครับว่าไม่สามารถทําให้เศรษฐกิจฟุ๋นได้ ไม่สามารถที่จะหารายได้เข้าประเทศ ไม่สามารถที่จะทําให้ประเทศมีความก้าวหน้าไปได้ ก็ขอเรียนว่าในระยะเวลาเพียงป้ครึ่ง รัฐบาลนี้ทําให้เศรษฐกิจซึ่งหดตัวจากผลกระทบเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงมากมาตั้งแต่ก่อน รัฐบาลนี้เข้ามารับตําแหน่ง ครึ่งป้แรกป้นี้เศรษฐกิจจะขยายตัวได้มากกว่าร้อยละ ๑๐ ซึ่งก็เปึนอัตราที่แทบจะเรียกได้ว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก แล้วทําได้นี่ต้องขอกราบเรียนว่า ที่บอกว่าไม่หารายได้เข้าประเทศก็ไม่จริงครับ รายได้จากการส่งออก รายได้จากการท่องเที่ยว ก็เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ไม่ได้ใช้งบประมาณมากอย่างที่ท่านพยายามจะบอกว่า พวกผมต้องใช้เท่านั้นเอง เราไม่ได้ใช้งบประมาณครับ แต่เราได้ผลในเรื่องของการแก้ไข ปัญหาบางเรื่อง เพราะไม่ใช่ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยการทุ่มงบประมาณเข้าไป ส่วนการลงทุน ที่ท่านบอกว่าจะมีขึ้น ผมก็ขอกราบเรียนว่าจะเปึนการลงทุนที่มีความหมายสําหรับอนาคต ของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของน้ํา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของถนนหนทาง ไม่ว่าจะเปึนเรื่อง ของรถไฟ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโรงเรียน หรือไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโรงพยาบาล ส่วนการก่อหนี้ ผมว่าพูดอย่างไม่เปึนธรรมเลยครับ ทั้งรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีชวน และรัฐบาลของผม รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีชวนที่ท่านบอกต้องกู้ เพราะรัฐบาลก่อนท่านนายกรัฐมนตรีชวน ไปเซ็นว่าต้องกู้ครับ คนเซ็นสัญญาไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรีชวนนะครับ เปึนรัฐบาล ก่อนนั้นครับ แล้วก็ต้องมาดําเนินการ รัฐบาลนี้เรามีแผนที่จะต้องกู้เงินค่อนข้างมาก เพราะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง สุดท้ายเราก็บริหารได้ฟุ๋นตัว ขึ้นมาโดยงดการที่จะต้องกู้เพิ่มไปถึงครึ่งหนึ่ง ก็เปึนการบ่งบอกว่าเราสามารถที่จะแก้ไข ปัญหาได้ดีกว่าที่หลายฝ์ายคาดการณ์เอาไว้ การกู้เงินนี่จะมาเปรียบเทียบอะไรกัน ก็ไม่ค่อยเปึนธรรมหรอกว่าสถานการณ์มันเปึนอย่างไร นายกรัฐมนตรีทักษิณก็กู้รวดเดียว ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําไมท่านไม่พูดบ้าง ออก พ.ร.ก. ฉบับเดียว ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ทํา แต่ว่าสถานการณ์ถ้ามันจําเปึนก็ทําได้ครับ ไม่ได้เสียหาย สัดส่วนหนี้สาธารณะ ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่ดีกว่าประเทศอื่น ๆ มาก ขณะนี้ ตัวเลข ณ วันนี้ก็อยู่ที่ประมาณร้อยละ ๔๕ แล้วก็จะไม่เพิ่มสูงขึ้นที่หลายฝ์ายกลัวกันนะครับ แล้วเราก็ให้ความมั่นใจตั้งแต่ต้นว่าเกณฑ์ที่เขาพอรับกันได้ว่าร้อยละ ๖๐ เราก็คิดว่าไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ผมคิดว่ามันควรจะอยู่กับข้อเท็จจริง ทีนี้บางเรื่องที่ท่านพูดขึ้นมา เช่นว่ารัฐบาลจะไปสร้างรัฐสวัสดิการ ผมไม่เคยใช้คําว่ารัฐสวัสดิการ ผมใช้คําว่า เรากําลังที่จะทําให้เกิดระบบสวัสดิการขึ้นสําหรับพี่น้องประชาชน ผมเห็นว่ามันสําคัญนะครับ ผมเห็นว่าเด็กควรจะได้เรียนฟรี มีอาหารกลางวันดี เด็กเล็กควรจะได้รับการดูแล ประชาชนที่มีรายได้ไม่แน่นอนควรจะมีระบบการประกันรายได้ คนพิการควรจะได้รับการดูแล เปึนเบี้ยรายเดือน ผู้สูงอายุก็เช่นเดียวกัน ท่านไม่เห็นด้วยก็เปึนเรื่องของท่านครับ แต่ผม เห็นว่าสําคัญแล้วก็เปึนเงินที่ใช้จ่ายแล้วถึงพี่น้องประชาชนจริง ๆ เพราะฉะนั้นที่พยายาม ดูหมิ่นดูแคลนว่าอย่างนี้แก้ปัญหาไม่ได้ ท่านพูดอย่างนี้มาป้ครึ่งแล้วครับ แล้วตัวเลข ที่มันออกมาทีหลังก็พิสูจน์ให้เห็นว่าท่านผิดมาโดยตลอด ที่สําคัญก็คือที่บอกว่ารัฐบาล ไม่ใส่ใจในเรื่องของการดึงเงินเข้าประเทศ ขณะนี้ไม่ว่าจะเปึนการท่องเที่ยว การส่งออก หรือการลงทุน มีตัวเลขแนวโน้มไปในทางที่ดีขึ้นทั้งสิ้น ส่วนที่ท่านบอกว่าจะทําให้ งบสมดุลใน ๕ ป้ได้หรือไม่ ก็กราบเรียนว่าแม้กระทั่งงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ขณะนี้แนวโน้ม จะใกล้เคียงสมดุลมากครับ ฉะนั้นตัวเลขที่ท่านใช้ว่าจะต้องไปกู้เงิน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อะไรต่าง ๆ ก็ไม่ใช่แล้ว เพราะฉะนั้นใน ๕ ป้เปึนความตั้งใจแล้วเรามั่นใจว่าทําได้แน่ ในเรื่องของงบสมดุล

สุดท้ายที่ท่านพูดว่าไปโม้เรื่องของการแก้หนี้นอกระบบ พวกผมไม่โม้เลยครับ เขาสัมภาษณ์ผมบนเวที ผมบอกเลยว่าเราทราบตั้งแต่ต้นว่ามาขึ้นทะเบียน ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน เราตั้งเปัาตอนแรกว่าแก้ได้สัก ๒๐๐,๐๐๐ คนก็ถือว่ามากที่สุดเปึนประวัติศาสตร์แล้ว ตอนนี้แก้ไปแล้ว ๔๐๐,๐๐๐ คน ตัวเลขท่านไม่ทันสมัย ที่สําคัญก็บอกว่าผมไปลอกเลียน พรรคไทยรักไทยหรืออะไร ไม่ลอกเลียนหรอกครับ สมัยท่านขึ้นทะเบียน ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน แก้ได้ ๘๐,๐๐๐ คน สมัยผมขึ้นมา ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน แก้ไปได้แล้ว ๔๐๐,๐๐๐ คน คิดว่า จะแก้ได้ถึง ๖๐๐,๐๐๐ คนด้วยซ้ําครับ ถ้าลอกเลียนคงทําไม่ได้หรอกครับ ขอบคุณครับ