สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

ปาริชาติ ชาลีเครือ หารือเรื่องการแปรญัตติของกระทรวงพลังงาน โดยเรียกร้องการลดงบประมาณ 5% และวิพากษ์วิจารณ์โครงการของกระทรวงพลังงาน เนื่องจากมีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับและปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ เธอยังหารือเรื่องความต้องการไฟฟ้าในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นตามจีดีพี และเรียกร้องการประชาสัมพันธ์เรื่องการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ประชาชนทราบข้อดีข้อเสีย และยังหารือเรื่องการควบคุมราคาน้ำมันและเรียกร้องให้รัฐบาลลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และสนับสนุนพลังงานทดแทน

นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน เปึนอย่างยิ่ง วันนี้ดิฉันจะพูดในประเด็นการแปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๑๕ กระทรวงพลังงาน ซึ่งกระทรวงนี้นั้นมีงบที่ตั้งไว้ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยนิดมาก เท่ากับสัดส่วน ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ดิฉันก็จําเปึนต้องตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลที่ต้องตัด จริง ๆ แล้วก็เปึนห่วงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จริง ๆ แล้วท่านทํางานหนักมาก แล้วกระทรวงนี้เปึนกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจําวันทุก ๆ คน ไม่ว่าน้ํามันหรือไฟฟัา ท่านประธานคะเหตุผลที่ดิฉันต้องตัดงบประมาณ ก็เพราะว่าเปึนห่วงเรื่องการจัดสรร งบประมาณจะไม่เปึนไปตามที่วางไว้ อาจจะเกิดการรั่วไหลไม่เปึนไปตามวัตถุประสงค์ นี่คือสิ่งที่ดิฉันเปึนห่วง

แล้วอีกประการหนึ่งนะคะ เมื่อดูโครงการหลาย ๆ โครงการของ กระทรวงพลังงานแล้วก็อดเปึนห่วงไม่ได้ ที่ดิฉันทราบข่าวล่าสุดจากข้อมูลของผู้บริหาร การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทยบอกว่าขณะนี้ตัวเลขที่ไฟฟัาสํารองของประเทศไทยอีก ๑๐ ป้ข้างหน้าคือป้ ๒๕๕๗ จะเหลือเพียง ๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งต่ํากว่ามาตรฐานที่เปึนอยู่ ที่มาตรฐานก็คือ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเปึนอย่างนั้นจริงน่าเปึนห่วงมากค่ะ ปัญหา ที่จะตามมา ถ้าหากไฟฟัาเหลือสํารองเพียง ๙ เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่ตามมาก็คือจะเกิดไฟฟัาดับ แล้วก็ยังมีปัญหาอื่นอีกมากมายและมีโอกาสเปึนสูงด้วย

อีกประการหนึ่งที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนก็คือว่า เมื่อคนไทยมีความต้องการ ไฟฟัาสูง แนวโน้มก็จะมีสูงทุก ๆ ป้ เพิ่มขึ้นตามจีดีพี จีดีพีป้นี้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ความต้องการ ใช้ไฟฟัาเพิ่มถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขเรื่องการหาไฟฟัา หรือพลังงานสํารองไว้ให้มาก เพราะท่านจะเห็นว่าที่มีข่าวว่าจะสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ ก็เจอปัญหาการคัดค้าน ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องนี้รัฐบาลน่าจะเร่งในการทําประชาพิจารณ์ ทําความเข้าใจให้กับ ประชาชนว่าข้อดีข้อเสียนั้นเปึนอย่างไร จริง ๆ ถ้าเรามีโรงงานไฟฟัานิวเคลียร์ก็ดี แม้แต่ โรงงานไฟฟัาถ่านหิน ไฟฟัาก๊าซธรรมชาติก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องมวลชนเช่นเดียวกัน ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลพยายามประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้มาก เพราะถ้าเรามีไฟฟัาสํารอง ให้เข้าสู่ระบบแล้วเราก็จะมีพลังงานตรงนี้ใช้ในระยะ ๔-๕ ป้ ก็จะไม่เจอปัญหาเรื่องที่ดิฉัน พูดเมื่อสักครู่นี้ อันนี้เปึนห่วงมาก ๆ

ท่านประธานคะ ในส่วนเรื่องพลังงานเชื้อเพลิงเรื่องน้ํามันก็น่าเปึนห่วง เช่นเดียวกันค่ะ ดังกรณีที่น้ํามันในประเทศของเราทุกคนแบกรับภาระอย่างหนักหน่วง สูงขึ้นทุกวัน กระทบกระเทือนทุกชีวิตทุกชนชั้นไม่มีการแบ่ง แม้ว่าการนําเข้าน้ํามันนั้น เราเสียดุลการค้าก็จริง แต่ถ้าหากว่าน้ํามันนั้นมันต้องควบคุมได้ ถ้าหากว่าผู้บริหาร ประเทศมีความจริงจังและจริงใจในการที่จะลดขั้นตอนในเรื่องการเก็บภาษีสรรพสามิต น้ํามันก็ดี ซึ่งมีความสลับซับซ้อน ไม่ว่าเรื่องค่าการตลาด แม้กระทั่งการเก็บเงินเข้ากองทุน น้ํามันและอื่น ๆ อีก จึงทําให้น้ํามันเมื่อมาถึงผู้บริโภคนั้นสูงขึ้นอย่างมาก นี่คือสิ่งที่รัฐบาล ควรแก้ไข ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ท่านเคยพูดไว้สมัยที่หาเสียงบอกว่าถ้าผมได้เข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีเมื่อไรผมจะเลิก เก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน วันนี้ท่านทําหรือยัง ดิฉันยังเห็นเก็บเงินค่ากองทุนน้ํามันอยู่ แล้วก็ยังสนับสนุนให้เก็บเงินภาษีสรรพสามิตน้ํามันอีกจนพี่น้องเกษตรกร พี่น้องประชาชน รากหญ้าจะตายอยู่แล้วค่ะ ดิฉันอยากจะถามว่าท่านเลิกเก็บหรือยังหรือจะเก็บต่อไปอีก ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ท่านต้องรีบแก้ไข โดยหาพลังงานทดแทนในประเทศไทยให้มาก ที่จริงเรื่องนี้น่าจะทําตั้งนานแล้วเพื่อเปึนการลดการนําเข้าน้ํามัน และลดการซื้อไฟฟัาจาก ต่างประเทศด้วย พลังงานทดแทนนั้นไม่ว่าจะเปึนพลังงานจากแสงอาทิตย์ก็ดี พลังงานลม พลังงานน้ํา พลังงานชีวมวลและพลังงานอื่น ๆ ในประเทศไทยมีสมบูรณ์อยู่แล้ว ท่านประธาน ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลสนับสนุน และส่งเสริมเรื่องพลังงานทดแทนอย่าง จริงจัง ดิฉันเองก็ดีใจที่วันนั้นได้เจอท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานท่านไปปลูกป์าที่ จังหวัดชัยภูมิ แล้วก็ทราบว่าที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันเองนั้นโชคดีได้มีการนําร่องเรื่อง พลังงานทดแทนแล้วก็คือ ที่อําเภอเทพสถิต อําเภอซับใหญ่ มีการได้รับการเซ็นสัญญา ระหว่างภาครัฐและเอกชนที่ไปลงทุนเรื่องพลังงานลม โดยการลงนามระหว่างหน่วยงาน กระทรวงพลังงานกับบริษัท โปรเวนตัม อินเตอร์เนชั่นแนล จากประเทศเยอรมัน นั่นคือ เอาพลังงานจากลมมาแปรเปึนพลังงานไฟฟัา ท่านเชื่อไหมคะ พลังงานลมที่ทําที่อําเภอ เทพสถิตมีกังหันลม ๓๖ ตัว สามารถผลิตไฟฟัาให้ชาวบ้านได้ถึง ๓๕,๐๐๐ ครัวเรือน ๓๕,๐๐๐ ครัวเรือนที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉันนั้นหลายหมู่บ้านไม่มีไฟัฟัาก็คิดว่าอานิสงส์ ตัวนี้คงจะช่วยได้ แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือเปึนสิ่งที่ดีถ้าหากว่าทําไฟฟัาจากพลังงานลมยังลด ปัญหาโลกร้อนได้อีกเท่า ๆ กับปลูกป์าไม้ ๒,๐๐๐ ไร่ต่อป้ นี่คือการลดภาวะโลกร้อน ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่าทําเสร็จครบตามระบบแล้วจะมีกังหันลมที่จังหวัดชัยภูมิถึง ๑๐๘ ตัว ที่สามารถเปึนพลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟัาขนาดใหญ่ในเอเชียทีเดียวเลย ก็อยากจะ ให้ ส.ส. ท่านอื่นลองไปพิจารณาในพื้นที่ของท่านบ้าง ถ้าหากท่านอยากจะไปดูงานก็เชิญ ที่จังหวัดชัยภูมิ ที่อําเภอเทพสถิตของดิฉันเองนั้นนอกจากมีกังหันลมแล้วยังมีทิวทัศน์ อันสวยงามคืออําเภอเทพสถิต อุทยานป์าหินงาม ทุ่งดอกกระเจียวงามกําลังท่องเที่ยวอยู่ ในขณะนี้ ท่านประธานคะงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ นี้ถือว่าเปึนงบประมาณแบบขาดดุล มีแต่กู้ กู้ การบริหารจัดการก็ล้มเหลว เพราะรัฐบาลมัวแต่กู้เงินเพื่อประโยชน์ตัวเองและ พวกพ้อง มีการจัดสรรงบประมาณแบบกระจุกบางพื้นที่ที่มี ส.ส. เปึนพรรคฝ์ายรัฐบาล อย่างนี้ ดิฉันว่าไม่ใช่สองมาตรฐานอย่างที่ดิฉันพูดในวาระแรก แต่เปึนการจัดงบประมาณแบบที่ เขาเรียกว่าไร้มาตรฐาน ขาดความยุติธรรม สําหรับงบประมาณกระทรวงพลังงานนั้นดิฉัน คิดว่ามีความจําเปึนต้องตัดลดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ ขอขอบพระคุณมากค่ะ