อนันต์ ผลอำนวย อภิปรายเรื่องงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเสนอให้ตัดลดงบประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์เพื่อใช้สิทธิในการอภิปราย ชี้แจงเหตุผลว่าเงินงบประมาณขาดดุลนำไปสู่หนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นซึ่งกระทบต่อประชาชนในชนบท โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ระบุแผนปฏิบัติการรายจังหวัดอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันการทุจริตและแก้ไขปัญหาการจัดสรรทรัพยากรที่ไม่ทั่วถึง เช่น พันธุ์ข้าวและโครงการประกันราคาพืชผล อนันต์ ผลอำนวย วิจารณ์ความไม่เท่าเทียมในการแจกสิทธิชาวนาที่บางพื้นที่ได้รับมากกว่าภาคอื่น และชี้ว่าควรจัดสรรให้เท่าเทียมกันเพื่อลดความเสี่ยงของเกษตรกร อนันต์ ผลอำนวย ระบุว่าชาวนาได้รับสิทธิไม่เท่าเทียมกันเนื่องจากขั้นตอนที่ซับซ้อนและนโยบายรัฐที่กำหนดให้แยกพื้นที่นา ทำให้เกิดปัญหาความสูญเสีย จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ ปรับปรุงงบประมาณและโครงการโดยลดความยุ่งยากในการขึ้นทะเบียนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม อนันต์ ผลอํานวย จังหวัดกําแพงเพชร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมจะอภิปรายในมาตรา ๑๑ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมขอตัดลดงบประมาณไว้ ๓ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อจะใช้สิทธิในการอภิปราย กับประการที่ ๒ นั้นเพื่อจะได้ ให้หน่วยงานที่เข้ามารับฟังการอภิปรายในวาระสองวันนี้เผื่อจะนําไปแก้ไขแล้วก็ปรับปรุง เพื่อจะใช้ประโยชน์ได้บ้าง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กับคนจน คนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอยู่ในภาคการเกษตรทั้งหมด แล้วงบประมาณ ที่รัฐบาลได้จัดทําในป้นี้ด้วยงบ ๒.๐๗ ล้านล้านบาท แล้วเราก็สามารถจะจัดเก็บรายได้ ได้เพียง ๑.๗ ล้านล้านบาท ซึ่งเปึนงบประมาณขาดดุล ตรงนี้คือปัญหาที่พวกเราคงต้อง มาช่วยกันดูว่าการทํางบประมาณขาดดุลนั้น เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปสู่กระทรวง เกษตรและสหกรณ์มันต้องเปึนเงินที่สามารถไปคุ้มค่า แล้วก็ทําให้คนที่อยู่ในภาคเกษตรนั้น ได้รับอานิสงส์ไป ด้วยเหตุที่วันนี้หนี้สาธารณะของบ้านเรามันเพิ่มขึ้นจาก ๔.๒ คาดว่า ในป้ ๒๕๕๔ มันจะเพิ่มขึ้นเปึน ๔.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งถ้าเงินที่ลงไปสู่ในกระทรวงต่าง ๆ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น ซึ่งถือว่าคนในชนบทเปึนรากฐานของ เศรษฐกิจชุมชน ถ้าคนในชนบทล้มเหลว คนที่อยู่ในภาคเกษตรล้มเหลว มันก็จะเหมือน โดมิโน (Domino) มันก็จะล้มกันระเนระนาดขึ้นมาตั้งแต่ระดับตําบล อําเภอ แล้วก็ เข้ามาสู่กรุงเทพมหานคร ดังนั้นการจัดเงินงบประมาณลงไปในหลายเรื่องถ้ามันเกิด หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นมาก ๆ สิ่งที่มันตามมาก็คือภาระของรัฐบาลหน้า แล้วภาระของ ประชาชนที่อยู่ในชนบทต้องแบกรับไปด้วย หลายโครงการที่ผมมองดูว่ามันเปึนหนี้สาธารณะ ที่ไม่สามารถจะสร้างรายได้แล้วก็อาชีพให้กับประชาชนได้อย่างยั่งยืน อย่างเช่น กรณีของ รถเมล์ก็ดี กรณีของการซื้ออาวุธให้กับกองทัพก็ดี นี่เปึนตัวอย่างง่าย ๆ ที่ทําให้เห็นนะครับ แล้วป้นี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเปึนกระทรวงขนาดใหญ่เกี่ยวข้องกับคนจํานวนมาก เกี่ยวข้องกับคนที่มีวิถีชีวิตของการพอมีพอกินนะครับ ได้งบไปเพียง ๗๖,๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ถูกตัดไป ๓,๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็แปรญัตติกลับมาได้อีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่าเหลือประมาณ ๗๔,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๗๔,๐๐๐ ล้านบาทที่กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้รับไปนั้น ผมมองดูว่าถ้าการขับเคลื่อนภารกิจต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันไปถึงมือ ประชาชนได้มากที่สุดเท่าไรมันก็จะเปึนประโยชน์กับสังคมและเปึนประโยชน์กับรัฐบาล แล้วก็คนในประเทศมากเท่านั้น ท่านจะเห็นว่างบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จัดสรรให้ถ้าให้กับประชาชนได้มากเท่าไรก็ยิ่งดี แต่เราก็รู้ว่ารัฐบาลมีข้อจํากัดเรื่อง งบประมาณอยู่ แล้วก็ไปเกลี่ยในทุกกรมเข้าไปใกล้เคียงกันมาก เพราะฉะนั้นในหลายกรม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้แสดงรายละเอียดของแผนปฏิบัติการในการใช้จ่าย งบประมาณลงไปสู่พื้นที่ในรายจังหวัด อันนี้มันจะเกิดช่องว่างที่จะทําให้มีการทุจริต แล้วก็เกิดปัญหาขึ้น ผมจะให้ท่านประธานได้ดูว่างบประมาณของกรมวิชาการเกษตร ที่จัดสรรไป ๓,๒๗๑ ล้านบาท มีกิจกรรมที่สําคัญอยู่ ๓ เรื่อง ก็คือฟาร์มที่ตรวจรับรอง แหล่งผลิตพืชในระบบคือจีเอพี (GAP) ประมาณ ๑๒๔,๐๐๐ ราย ตัวอย่างปัจจัยผลผลิต ที่ตรวจสอบเพื่อนําเข้าส่งออกประมาณ ๑๔๐,๐๐๐ ตัวอย่าง จํานวนเกษตรกรที่ได้รับการ บริการทางวิชาการทางพืชประมาณ ๑๓,๐๐๐ ราย ผมถามว่าจํานวนเกษตรกรในประเทศ มีจํานวนนับสิบ ๆ ล้านราย มีพื้นที่มากกว่า ๖๐ ล้านไร่ ถ้าทําลงไปอย่างนี้แล้วไม่ได้ระบุ จังหวัดมันก็จะไปเกิดช่องว่างทําให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องหรือฝ์ายบริหารที่อยู่ข้างบน จะเอาเงินลงไปที่ไหนก็ได้ตามอําเภอใจ จะลงไปที่ไหนก็ได้มันไม่ได้มีการบอกว่าจะไปลง ที่ไหน จังหวัดใด อย่างไร สิ่งเหล่านี้มันเปึนสิ่งที่มันมีความผิดพลาดในอดีตที่เราได้ เห็นกันมานะครับ หรือดูงบประมาณของกรมการข้าวได้เสนอขอจัดสรรไป ๑,๖๒๔ ล้านบาท มีกิจกรรมที่สําคัญที่จะดําเนินการให้ได้เปัาหมายจํานวนเมล็ดพันธุ์ข้าวดี ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๑๐๐,๐๐๐ ตันถ้าท่านทั้งหลายที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่ในต่างจังหวัดคงจะทราบดี ในแต่ละพื้นที่พันธุ์ข้าวมันไม่สามารถใช้พันธุ์ข้าว เหมือนกันได้ ๑๐๐,๐๐๐ ตันจะลงไปที่จังหวัดไหน อย่างไร มีมาตรการการบริหารจัดการ อย่างไร ถ้าไม่ทําอย่างนี้มันก็จะกลายเปึนพันธุ์ข้าวที่ล้มเหลวเหมือนในอดีตที่เกิดขึ้นมา ก็ดูในช่วงของโครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร แก้ปัญหากันเปึนรายวัน ไปถึงข้าวไร่ คนที่อยู่ในภาคเหนือ ๘ จังหวัดตอนบนไม่ได้เข้าสู่ระบบโครงการประกัน รัฐบาลก็แก้ไป แก้เปึนรายวันไปตลอด หลายเรื่องที่มันเกิดขึ้นอย่างกรณีพันธุ์ข้าว ๑๐๐,๐๐๐ ตัน จริง ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องระบุไปให้ชัดเจนว่าจะลงไปที่จังหวัดไหน อย่างไร เปึนพันธุ์ข้าวชนิดอะไร ภาคเหนือตอนบนจะเปึนพันธุ์ข้าวเหนียว ภาคกลาง จะเปึนพันธุ์อะไร ภาคใต้จะเปึนพันธุ์อะไร ต้องระบุไปให้ชัดเจน แล้วก็จะเปึนความสบายใจ ของเกษตรกรที่เขาคิดว่าได้รับอานิสงส์จากการบริหารจัดการของรัฐบาลนะครับ
แล้วอีกอันหนึ่งก็คืองบประมาณของกรมพัฒนาที่ดิน ได้งบไป ๔,๔๑๒ ล้านบาท เหมือนกับมากนะครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในงบ ๔,๔๑๒ ล้านบาท ของกรมพัฒนาที่ดินมีภารกิจที่สําคัญ จํานวนพื้นที่ทางการเกษตรได้รับการจัดการพัฒนา และฟุ๋นฟูแค่ ๑๔,๐๐๐ กว่าไร่ จํานวนเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมและบริการ ด้านการพัฒนาที่ดินประมาณ ๖๕๐,๐๐๐ ราย จํานวนพื้นที่การเกษตรที่ได้รับการอนุรักษ์ ปรับปรุงและฟุ๋นฟูประมาณ ๑๐ ล้านไร่ ผมถามว่ามันไม่ได้บอกไปว่าจะเอาไปจังหวัดไหน อย่างไร ยกตัวอย่างท่านประธาน จังหวัดกําแพงเพชรมีพื้นที่ทั้งจังหวัด ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ มีพื้นที่ทางการเกษตร ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่าใน ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ที่ทําการเกษตร ผมคิดว่า จังหวัดอื่นก็น่าจะใกล้เคียง เปึนพื้นที่ที่มีดินเปรี้ยวขนาดหนักซึ่งปลูกพืชแล้วได้ผลผลิตต่ํา ไปเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ เปรี้ยวปานกลางไปเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ ผมก็ยังเชื่อว่าในจังหวัดอื่น ๆ มันจะใกล้เคียงกันอย่างนี้หมด ฉะนั้นการจัดสรรงบประมาณลักษณะอย่างนี้มันก็น่าจะ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดไปในทุกจังหวัดและเท่าที่ทําได้ แล้วก็ให้มันประสบความสําเร็จ
ในประการสุดท้าย งบของกรมส่งเสริมการเกษตรได้ไป ๕,๓๐๑ ล้านบาท ไปสร้างระบบประกันภัยความเสี่ยงให้กับเกษตรกรในวงเงินประมาณ ๔๒๖ ล้านบาท เปัาหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการลดความเสี่ยงด้านการผลิต และราคาประมาณ ๔๒,๖๐๐ ราย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ได้จํานวนเกษตรกรที่ได้รับ การช่วยเหลือส่งเสริมพัฒนาการผลิตประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ราย ตรงนี้ผมบอกว่าถ้าจัดลงไปอย่างนี้แล้วก็ไม่ได้บอกอะไรไปเหมือนกับใน ๓ กรมที่ผ่านมา มันจะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลยนอกจากเหมือนกับจัดงบประมาณไป เหมือนกับการจัด นิทรรศการ ก็แค่ไปแปะ ๆ ไว้ในทุกกรม สิ่งเหล่านี้ที่มันเกิดขึ้นมันก็จะเกิดปัญหาตามมา เหมือนวันนี้เหมือนกับโครงการประกันรายได้ของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการประกันรายได้ของรัฐบาลวันนี้คนที่ไม่ได้มีอาชีพทางการเกษตร ไม่ได้ทํานา เอานาเสียอย่างเดียวก่อนนะครับ เขานึกว่าชาวนาไทยรวยมาก โอ้โฮ ทั้งไวนิล (Vinyl) ทั้งทีวี (TV) ทั้งสื่อหนังสือพิมพ์บอกประกันรายได้ ข้าวเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ใน ๑๐,๐๐๐ บาทที่รัฐบาลบอกไป หรือว่าชาวนาคนที่ไม่ได้ทํานาเขาได้ยินไป เขาก็นึกว่า ได้ ๑๐,๐๐๐ บาทจริง โดยที่ไม่ได้บอกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท นั่นคือความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ชาวนาไทยก็ทํานาด้วยโทรศัพท์เราก็รู้กันอยู่ ใช้รถเกี่ยวเพราะไม่มีแรงงาน เกี่ยวขึ้นมา ความชื้นก็ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ถูกหักเปอร์เซ็นต์หนึ่งประมาณ ๑๕๐ บาท ก็เหลือข้าว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาทต่อเกวียน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วเขาไม่ได้เงินอย่างนั้น แล้วราคาที่มันเกิดขึ้นกับชาวนาวันนี้มัน ๓ ราคา ราคาไปขายจริง ๆ ในท้องที่ราคาหนึ่ง ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลกําหนดไว้ราคาหนึ่ง ซึ่งมีความแตกต่างกันเปึน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ บาท แล้วราคาที่รัฐบาลประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาทราคาหนึ่ง มันก็เกิดปัญหาสับสนตามมาตลอด ถ้าไม่แก้วันนี้ผมว่าชาวนาก็จะเดินทั้งประเทศอีก วันนี้ถ้าไม่มีการทําความเข้าใจกัน ชาวนาเขาอยู่ไม่ได้หรอกครับสําหรับคนที่ทํานาจริง ๆ สุดท้ายพอราคามันเปึนอย่างนี้ มันก็เกิดสิ่งที่ตามมา ๓ เรื่อง
เรื่องแรกก็คือ ๑. คนทํานาต้องไปเสี่ยงโชค ต้องไปเลือกเสี่ยงใช้สิทธิว่า จะใช้สิทธิวันไหนได้ราคาสูงสุด ซึ่งโดยปกติการแจกสิทธิของรัฐบาล ถ้าจะแจกสิทธิให้ราษฎร มันต้องแจกสิทธิที่เท่าเทียมกัน จะให้เกวียนละ ๕๐๐ บาท ก็ให้ ๕๐๐ บาททั้งประเทศ จะให้ ๑,๐๐๐ บาท ก็ให้ ๑,๐๐๐ บาทไป แต่ไปแจกสิทธิด้วยความไม่เท่าเทียมกัน บางคนก็ได้มาก บางคนก็ได้น้อย เหมือนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางอีสานบอกว่าทางอีสานบางช่วง ข้าวเหมือนกันได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ภาคกลางได้๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท พอราษฎรไป เกิดความเสี่ยงอย่างนี้เขาก็เกิดความไม่สบายใจ
อันที่สอง ตามมาก็คือการที่ราษฎรได้รับสิทธิไม่เท่ากัน ลําพังชีวิตของคนทํานา เขาก็อยู่กับนาลําพังจะหากินไปวัน ๆ เขาก็ลําบากอยู่แล้ว เขาจะเดินทางไป ธ.ก.ส. ก็เดินทาง ไปยากบางคนออกจากบ้านตั้งแต่แปดโมงเช้าถึง ธ.ก.ส. บ่ายโมงเลยครับ ไปถึงแล้ว มันเกิดความผิดพลาดเพราะขั้นตอนมันเยอะ เขาก็เปลี่ยนชื่อ ธ.ก.ส. เสร็จครับท่านประธาน เปลี่ยนชื่อเปึนธรณีกันแสงเรียบร้อย แล้วก็ไม่ได้อะไรวันนั้นก็กลับบ้านอีก อย่างนี้มันมี การเปลี่ยนแปลงบ่อย ๆ สุดท้ายพอมาตรการการใช้สิทธิที่มันไม่เท่าเทียมกันแล้วมันเกิดปัญหา แล้วก็เกิดสิ่งที่ชาวนาเขาไม่สามารถจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นโยบายของรัฐได้มันก็เกิด ความวุ่นวายขึ้นทั้งประเทศ ก็อยากจะฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่างบประมาณ ที่ได้ไปรวมทั้งโครงการทั้งหลายที่จะเปึนโครงการให้เกิดประโยชน์กับประชาชน อย่าไป สอนให้ประชาชนแยกสิทธิ ๓,๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ที่มันเกิดขึ้นวันนี้มันก็คือพื้นที่นา เท่าเก่าครับ คนมีนา ๑๐ ไร่ยังต้องแยกสิทธิเลยครับ เพราะไปกําหนดว่าถ้าพื้นที่ทํานาในเขต ชลประทานให้ไร่ละ ๕๓๐ กิโลกรัม ถ้าใครไปขึ้นทะเบียน ๑๐ ไร่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดันผ่าทําดีได้ไร่ละเกวียน ได้ข้าว ๑๐ เกวียนเข้าสู่โครงการประกันได้เงินกลับมาแค่ ๕ เกวียนกว่าแล้วผมถามว่า ๑๐ ไร่ต้องแยกเปึน ๒ สิทธิ อีกหน่อยมันจะแยกเปึน ๕,๐๐๐,๐๐๐ สิทธิเลยครับ ถ้าไปกําหนดวงกว้าง ๆ ๒๕ ตัน ลองไปกําหนดเหลือ ๑๕ ตันสิครับ อีกหน่อยจะมี ๕,๐๐๐,๐๐๐ สิทธิ เพราะชาวนาเขาไม่ได้คิดอะไร ๓ ชาติเขาก็จนอยู่ อย่างนี้ละครับเขาไม่ได้อะไรขึ้นมา ก็เลยฝากว่างบประมาณทั้งหมดที่ทําไปก็อยากให้ รัฐบาลกลับไปดูใหม่ว่าอะไรที่มันเปึนเรื่องง่ายก็อย่าทําให้เปึนเรื่องยาก เรื่องยากจะทําให้ เปึนเรื่องยุ่งจนลิงแก้แหนั้นก็ลําบากครับ คนจนเขาไม่มีสิทธิหรือครับ ขอบคุณท่านประธานครับ