สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ หารือเรื่องการปรับลดเงินงบประมาณของกรมสรรพสามิต และเรียกร้องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยเหลือประชาชนและเพิ่มเงินรายได้ของรัฐบาล
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้แปรญัตติตัดลดงบประมาณไว้ในส่วนของกระทรวงการคลังหลายกรม แต่เพื่อ ประหยัดเวลา กระผมจะขออภิปรายเฉพาะในส่วนของกรมสรรพสามิตครับ สําหรับ กรมสรรพสามิตนั้นได้รับงบประมาณทั้งหมด ๒,๑๖๘ ล้านบาท กระผมขอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะกระผมไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลชุดนี้ได้เพิ่มภาษีสรรพสามิต ในส่วนของน้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งกระผมได้ติดตามเรื่องนี้เห็นว่าการที่เพิ่มภาษีสรรพสามิต น้ํามันเชื้อเพลิง ทําให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน การเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ทําให้เชื้อเพลิงมีราคาสูงขึ้น ราคาค่าโดยสารต่าง ๆ ก็สูงขึ้น แม้แต่ราคาสินค้าอื่นบางครั้ง อาจจะไม่เกี่ยวกับน้ํามันโดยตรง แต่ราคาสินค้าต่าง ๆ ก็สูงขึ้น โดยอ้างราคาน้ํามัน เชื้อเพลิงที่แพงขึ้น กระผมเองได้ติดตามเรื่องนี้ครับ ผมแปลกใจที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อครั้งหาเสียงก่อนเลือกตั้งครั้งสุดท้ายบอกว่าถ้ามีโอกาสเปึนรัฐบาลจะทําให้ราคา น้ํามันเชื้อเพลิงลดลง แต่ตรงกันข้ามพอท่านมาเปึนรัฐบาล ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงสูงขึ้น ทันทีจากการเพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง และผมเองผมก็ยังชื่นชมที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ท่านมั่น พัธโนทัย ก่อนเข้ามาท่านบอกว่าท่านต้องการ มาทําให้ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลดลง ผมก็กําลังติดตามและเอาใจช่วยท่าน แต่ถึงขณะนี้ ผมได้ทราบว่าท่านพยายามแต่ยังไม่สําเร็จ แต่ถ้าสําเร็จเมื่อไรราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลดลง พี่น้องประชาชนจะปรบมือให้ท่านรัฐมนตรีมั่น พัธโนทัย ทั้งประเทศครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมก็ทราบดีว่าเหตุผลที่รัฐบาลได้ตัดสินใจขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ก็เนื่องจากรัฐบาลในช่วงนั้น ถ้าจะพูดภาษาชาวบ้านก็บอกว่าถังแตก ไม่มีเงิน รัฐบาล ได้ตัดสินใจหาเงินโดยวิธีการกู้เงินส่วนหนึ่ง ซึ่งก็ทําให้รัฐบาลชุดนี้มีชื่อว่าเปึนนักกู้เงิน มืออาชีพติดตัวมา นอกจากู้เงินแล้วก็ยังมาขึ้นภาษีสรรพสามิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของน้ํามันเชื้อเพลิง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าจะเปรียบเทียบผมคิดว่ารัฐบาล ชุดนี้มองแคบ มองการหาเงินต้องการก้อนเงิน แต่มองเรื่องภาษีสรรพสามิตน้ํามัน เชื้อเพลิงอย่างเดียว แต่ถ้ามองออกไปในหลายด้านแทนที่จะขึ้นภาษีสรรพสามิต ให้ประชาชนเดือดร้อน ถ้าลองคิดตรงกันข้ามลองลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง จะทําให้การขนส่งสินค้า การจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องประชาชน เงินหมุนเวียนมากขึ้น เราจะสามารถเก็บภาษีในด้านอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะภาษีสรรพสามิต ภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่มต่าง ๆ จะมากขึ้น ถ้ารวมยอดเงินตัวเงิน ทั้งระบบ ผมเชื่อว่าการลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงจะทําให้เงินเข้ามาในรายได้ ของรัฐบาลมากกว่าที่เราตัดสินใจขึ้นภาษีสรรพสามิต ซึ่งทําให้ประชาชนเดือดร้อน ดังนั้นกระผมจึงขอปรับลดงบประมาณของกรมสรรพสามิตด้วยเหตุดังกล่าว อีกเรื่องหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพสามิต ผมเรียนว่าเดี๋ยวนี้ในเรื่องของการพัฒนา หรือการลงทุน ต่าง ๆ เงินลงทุนต่าง ๆ นั้นจะถูกใช้จ่ายไปในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของพลังงาน ผมเดินทางไปประเทศญี่ปุ์นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การไปประชุมเอพีพียู (APPU) ที่ประเทศญี่ปุ์น ผมเองสนใจในเรื่องพลังงาน ผมได้ไปเยี่ยมบริษัทรถยนต์ ๒ บริษัท ได้ไปพบว่า รถยนต์ ที่ใช้ไฟฟัาซึ่งเดี๋ยวนี้พัฒนาไปมาก บริษัทมิตซูบิชิผลิตรถซิตี้ (City) ใช้ในเมือง สามารถวิ่ง ได้เร็วถึง ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จ (Charge) แบตเตอรี่ครั้งหนึ่งใช้ได้ถึง ๑๔ ชั่วโมง ถ้าคนใช้ในกรุงเทพฯ ชาร์จเพียงสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ราคาผมสอบถามดู เขาบอกว่า ๓๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐ ต่อ ๑ คัน ก็คุยกันว่าเมืองไทยมีโอกาสเปึนไปได้ไหม เขาบอกว่า ถ้ามาเมืองไทยก็เปึนไปได้ แต่อยากจะขอร้องว่าในเรื่องภาษี ภาษีของรถยนต์ซึ่งขณะนี้ทราบดีว่าถ้ารถทั่ว ๆ ไป ก็เก็บกัน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ในรถประหยัดพลังงานก็ประมาณ ๑๕ บ้าง ๑๐ บ้าง ผมคิดว่า ถ้าเราช่วย เราส่งเสริม ถ้ารถใช้ไฟฟัาซื้อมา ๑ คัน ใช้ได้ ๒๐ ป้ ไม่ต้องเสียค่าน้ํามัน เชื้อเพลิงเลยผมว่าคุ้มนะครับ ราคาอาจจะแพงนิดหน่อย ผมถามว่าในประเทศญี่ปุ์น ขายเท่าไร เดี๋ยวนี้ประเทศญี่ปุ์นขายได้ประมาณ ๑,๐๐๐ คัน รถไฟฟัาที่ผมกราบเรียนว่า วิ่งได้ความเร็ว ๑๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จ ๑ ครั้งได้ประมาณ ๑๔ ชั่วโมง อายุใช้งาน ถึง ๒๐ ป้ ถ้ามาบ้านเรา ถ้าลดภาษีให้ ส่งเสริมเรียกว่า อินเซนทีฟ แทกซ์ (Incentive tax) ช่วย จะทําให้ราคาลงมาได้ถึงประมาณคันละ ๘๐๐,๐๐๐ บาท จากราคา ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมฝากท่านประธานถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการของชุดนี้ได้ช่วย ถ้าเผื่อว่ามีโอกาส ได้เรียนถึงรัฐบาล ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง การคลังด้วย ผมเชื่อว่าจะเปึนการปฏิวัติวงการรถยนต์ที่จะไม่ต้องเปึนห่วงว่าอีก ๓๐ ป้ ๔๐ ป้ น้ํามันจะหมดไปจากโลกนี้ เรามาใช้ เปลี่ยนมาใช้ แล้วเขาพร้อมจะมาลงทุน ในเมืองไทย เพียงแต่ว่าต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ผมเชื่อมั่นว่าถ้าโครงการนี้ บรรลุผล ประสบความสําเร็จ คนไทยจะลดการใช้น้ํามันเชื้อเพลิง ซึ่งปกติเราสั่งเข้ามาวันละ ๘๐๐,๐๐๐ บาร์เรล อาจจะใช้น้อย อาจจะไม่ใช้เลย และค่าใช้จ่ายเรื่องเชื้อเพลิงเราจะลดลง กระผมยินดีที่จะประสานในเรื่องนี้ ก็คงใช้เวลาแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ