สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เสนอปรับลดงบประมาณแผ่นดิน 30% โดยอ้างว่ามีเหตุผลที่จะลดงบประมาณ โดยเฉพาะประธานกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีของรัฐบาล นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเตรียมงบประมาณแผ่นดิน และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบความถูกต้องของตัวเลขที่ใช้ในการจัดสรรงบประมาณ และหารือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย โดยบอกว่ารัฐบาลนี้เก่งในการใช้เงินแค่ 200,000 ล้านบาท แต่สามารถเก็บภาษีได้เพิ่ม 300,000 ล้านบาท และเศรษฐกิจดี แต่ประชาชนมีความยากจนและไม่มีรายได้

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติตัดลดงบประมาณในมาตรา ๓ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ป้นี้งบประมาณแผ่นดินได้ทําไว้ ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเสนอปรับลด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คิดเปึนเงินก็ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ผมกับเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งเปึนผู้ที่เสนอปรับลด ๓๐ เปอร์เซ็นต์มากที่สุดในการเสนอ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะปรับลดในครั้งนี้ แต่เปึนที่น่าเสียใจที่กรรมาธิการ ได้บอกว่าคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วยจากเอกสารที่ส่งมา ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะ ให้เพื่อนกรรมาธิการที่ไปนั่งพิจารณา ๖๐ กว่าวันได้ฟังเหตุผลของผม เพราะการที่ผม เสนอปรับลดด้วยจํานวนเงินมากขนาดนี้ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ผมมีเหตุผลในการที่ขอปรับลด โดยเฉพาะประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ดอกเตอร์ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านจะเข้าใจดีครับ ผมเองได้ ศึกษาตัวเลขงบประมาณแผ่นดินมาตลอดระยะเวลานับตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ทักษิณ มารัฐบาลท่านสุรยุทธ์ มารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ผมเห็นว่าครั้งนี้เปึนครั้งแรกที่ ประเทศไทยใช้งบประมาณถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในการที่จะมุ่งหวังพัฒนาประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศชาติเจริญก้าวหน้าไปเหมือนจรวด สามารถที่จะนําพาให้ประเทศไทยเปึนผู้นําในอาเซียน (ASEAN)

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ ๑ ที่ผมต้องขอตัดลดงบประมาณถึง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะให้คณะกรรมาธิการย้อนไปดูในป้ ๒๕๕๓ ก่อน คือป้นี้ งบประมาณแผ่นดินยังไม่หมดนะครับ เดือนกันยายนงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ ถึงจะสิ้นสุด ลง เรามาดูกันครับว่าป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลนี้ใช้เงินในการลงทุนเปึนจํานวนเท่าไรจาก งบประมาณปกติของป้ ๒๕๕๓ ตอนนั้นรัฐบาลบอกว่าวิกฤติเศรษฐกิจรายรับของประเทศ จัดเก็บได้น้อย เพราะฉะนั้นตั้งงบประมาณไว้ ๑,๗๐๐,๐๐๐ เปึนรายจ่าย กะว่าจะเก็บได้ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทในป้ ๒๕๕๓ คือป้นี้ จําได้นะครับท่านประธาน ท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการทุกท่าน ท่านจําตัวเลขนี้ได้นะครับ แล้วปรากฏว่า ตอนนั้นโอดครวญว่างบลงทุน ป้ ๒๕๕๓ มันไม่พอ มันมีน้อย มันมีแค่ ๒๑๔,๓๖๙ ล้านบาท เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงอาศัย พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทตอนนั้น มีแค่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะมาใช้ในป้ ๒๕๕๓ เปึนงบไทยเข้มแข็ง แต่ปรากฏว่ามันมี เงินเหลือจากงบประมาณที่ไปกู้มาว่าจะไปป่ดหีบคือ พ.ร.ก. อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ไปป่ดหีบในป้ ๒๕๕๒ แค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็โยกมาในป้ ๒๕๕๓ เปึน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คือเอา ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลือจากการป่ดหีบมาบวกกับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็เปึน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกในป้นี้ป้ ๒๕๕๓ ศาลวินิจฉัยพิพากษายึดทรัพย์ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วอีกเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาศาลอุทธรณ์ ๑๓๐ กว่าท่านก็บอกว่า ไม่รับอุทธรณ์ ถือว่าไม่มีข้อมูลใหม่ก็ยึดแน่นอน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน รัฐบาล ชุดนี้ก่อนที่จะเข้ามาวาระที่หนึ่งเดือนมกราคมป้นี้ ๒๕๕๓ มีข่าวจากกระทรวงการคลังบอกว่า รัฐบาลเก็บภาษีได้เกินเปัา ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท ในวาระที่หนึ่งผมยังพูดถึง ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท ว่าเก็บได้เงินเกินเปัา ท่านประธานจําชาร์ท (Chart) แผ่นนี้ได้นะครับ ดอกเตอร์ไตรรงค์ ตอนนั้นท่านยังไม่ได้เปึนประธานคณะกรรมาธิการในวาระที่หนึ่ง พอผ่านวาระที่หนึ่งก็ตั้งพวกท่าน ไปเปึนกรรมาธิการ ผมได้หยิบชาร์ทแผ่นนี้ขึ้นมาอภิปรายในป้ ๒๕๕๓ คาดว่าจะจัดเก็บ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลข่าวกระทรวงการคลัง ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ บอกว่า เก็บได้เกินเปัา ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นคาดว่าจัดเก็บได้ ๑,๕๒๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็เปึนที่มาของงบประมาณ ป้ ๒๕๕๔ ตั้งไว้ว่าป้นี้จะคาดการณ์เก็บได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ทําให้มีงบรายจ่าย ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามทันนะครับท่านกรรมาธิการ ที่ผมต้องชี้ข้อมูล อย่างนี้ ก็เนื่องจากปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคมมีข่าวครับ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง บอกว่าป้นี้จะจัดเก็บภาษี ป้ ๒๕๕๓ ได้เกินเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทดีขึ้นไปอีกท่านประธาน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นถ้าเราเอา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาบวก ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าป้นี้เราเก็บภาษีได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วป้ ๒๕๕๔ ก็ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผิดไหมครับ ผมถามท่านประธานคณะกรรมาธิการผ่านไปยังท่านประธานรัฐสภา ท่านเห็นไหมครับว่า ตัวเลขมันผิดพลาดแล้ว ป้ ๒๕๕๓ จัดเก็บได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ก็ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเทศไทยมันถอยหลังหรืออย่างไร ทุกป้ถ้าท่านย้อนดู ในอดีตจัดเก็บภาษีนี่เพิ่มขึ้นทุกป้ ผมอยากจะเอาตัวเลขย้อนหลังไปให้คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณา การจัดเก็บภาษีของประเทศไทยป้ ๒๕๔๔ ๘๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๕ ๘๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๖ ๘๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๗ ๙๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๘ ๑,๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๔๙ ๑,๓๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เคยมีป้ไหนเลย ที่จัดเก็บได้เท่ากัน มีรัฐบาลชุดนี้ละครับท่านประธานคณะกรรมาธิการ แบบนี้ท่านนั่งพิจารณา ได้อย่างไร ท่านเข้าใจตัวเลขกันหรือไม่ ท่านไปเปึนกรรมาธิการทําหน้าที่แทนพวกผม พวกผมให้ท่านไปนั่งพิจารณาท่านประชุมกันเหยง ๆ แทนที่เห็นว่ารัฐบาลนี่ทํางาน ไม่ประสบความสําเร็จควรจะปรับลดงบลงทุนลง ท่านก็ไม่คิด ผมเสียใจจริง ๆ ที่ผมให้พวกท่าน เปึนตัวแทนผมไปนั่งพิจารณาอยู่ ๒ เดือนหามรุ่งหามค่ํา ผมเข้าใจว่าท่านเหน็ดเหนื่อย แต่ในการพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้เราพูดถึงเงินทองมันหายาก โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้หาเงินไม่เปึน แต่พวกท่านก็กลับไปใช้เงินไปสนับสนุนให้รัฐบาลชุดนี้ ใช้เงินอีลุ่ยฉุยแฉก ปูัยี่ปูัยํากับเงินภาษีราษฎร ท่านไม่อายบ้างหรืออย่างไรครับ ผมเสียดายจริง ๆ ที่แต่งตั้งพวกท่านไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแทนผม รู้อย่างนี้ ผมไปนั่งด้วยก็ดีจะได้ตัดมันให้หมด ท่านประธาน พอรวมตัวเลขป้ ๒๕๕๓ นะครับ ท่านประธาน งบลงทุนบวก พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้มา ๓๕๐,๐๐๐ บาท เงินไปยึดจาก นายกรัฐมนตรีทักษิณเขาหามาตลอดชีวิตยึดเข้ามา ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เปึนไรไม่ว่ากัน เก็บภาษีเกินเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในป้ ๒๕๕๓ ป้เดียวรัฐบาลนี้มีงบลงทุนมีเงิน ที่จะมาใช้จ่าย ๙๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เยอะไหมท่านประธาน ป้เดียว ๙๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่งบลงทุนป้ ๒๕๕๔ ที่พูดกันวันนี้จาก ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท งบลงทุนที่จะไป ทําโครงการต่าง ๆ ไปขุดลอก ไปทําถนน ไปสร้างอาคาร ไปสร้างสถานพยาบาล ไปทํา มหาวิทยาลัย ๓๔๔,๔๙๕ ล้านบาท เอาตัวเลข ๒ ตัวนี้บวกกันได้ ๑,๓๕๔,๘๖๔ ล้านบาท รัฐบาลอภิสิทธิ์ ป้ ๒๕๕๓ กับป้ ๒๕๕๔ มีเงินทั้งหมดใช้จ่ายในการลงทุน ๑,๓๕๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เยอะไหมครับ เอา ๒ หาร วันนี้ผมจะสอนคํานวณให้คณะกรรมาธิการ เอา ๒ ไปหารเลย ๒ ป้นี้ ป้หนึ่งเฉลี่ยมีงบลงทุน ๖๒๗,๐๐๐ ล้านบาท เยอะไหมครับ ตั้งแต่ ตั้งประเทศไทยมา ตั้งแต่มีนายกรัฐมนตรีทักษิณหาเงินช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหารายได้ เข้าประเทศ ประชาชนมีความสุขล้วงไปในกระเปิามีเงินเหลือ มีเงินที่จะไปซื้อทองคํา สร้อยทองคําแขวนคอได้ วันนี้รัฐบาลนี้บริหารบ้านเมืองท่านประธานประชาชนล้วงไป ไม่เจอเงิน ซื้อข้าวของก็หมดแล้วทุกอย่างแพงหมด แล้วอย่างนี้ประชาชนมันจะอยู่ได้อย่างไร เงินก็ไม่พอที่จะไปซื้อทองใส่หรอกครับสร้อยคอทองคํา ท่านประธานเห็นนะครับว่า ป้หนึ่งรัฐบาลนี้มีเงินไปใช้จ่ายในงบลงทุน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ละครับคือเหตุผล ประการแรกที่ผมขอตัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๖๒๑,๐๐๐ ล้านบาท เมค เซนส์ (Make sense) ไหม ขออนุญาตใช้ภาษาฝรั่งหน่อย ผมถามกรรมาธิการว่า เข้าท่าไหมแบบนี้ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีเงินอีกนะครับ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าตัดไป ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เหลือ ๖๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ป้ ก็ยังมีป้ละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน อันนี้คือเหตุผลแรกที่ผมได้นําเสนอว่าเหตุใดผมถึงขอตัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์

เหตุผลที่ ๒ อย่างที่ผมได้เรียน ป้ ๒๕๕๓ นี้จัดเก็บได้แน่นอน จากที่ กระทรวงการคลัง จากที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ออกมาพูดป้นี้เศรษฐกิจดี เศรษฐกิจฟุ๋นแล้ว เก็บได้เกินเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภูมิใจมากออกมาพูดเหยง ๆ กับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ปลื้มอกปลื้มใจ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้พูดจากปากพวกท่านเอง จากรัฐบาลเอง กรรมาธิการฟังนะครับ เอา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปบวกกับ ๑,๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ปรากฏว่าป้ ๒๕๕๓ จัดเก็บได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ตั้งไว้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แบบนี้ตัวเลขผิดหมด นี่คือเหตุผลที่ ๒ ที่ผม ไม่สามารถที่จะให้ใช้งบประมาณทั้งหมด ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ ตัดไปเสีย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เข้าใจไหมครับ เพราะว่ารัฐบาลทําตัวเลขผิด ท่านก็ทําผิด เพราะป้หน้ามันต้องจัดเก็บได้เกิน ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแน่นอน จริงไหมครับท่านดอกเตอร์ไตรรงค์ท่านเปึนอดีตรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง วันนี้ท่านทําหน้าที่เปึนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ถ้ารัฐบาลนี้ป้นี้เก็บได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้หน้าเก็บได้ ๑,๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลนี้ควรจะรับผิดชอบด้วยการอะไร ลาออกจริงไหมท่าน ให้ท่านขึ้นเปึนนายกรัฐมนตรีแทน วันนี้ผมจะให้ท่านเลย ผมยอม เพราะถือว่าท่านมีความรู้ คนที่นั่งเปึนประธานคณะกรรมาธิการ มันควรจะเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อันนี้ส่งท่านรองนายกรัฐมนตรีมานั่งแทน มันถูกต้องที่ไหนเคยเห็นเมื่อไร ผมเพิ่งเห็นป้นี้เปึนป้แรก แสดงว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไม่มีความรู้สิครับ ผมฝากกรรมาธิการ ผมไม่รู้ว่าท่านนั่งตรงไหน อาจจะ แอบนั่งฝัืงนี้ก็ได้มุมข้างขวา มันมีอย่างที่ไหนพิจารณางบประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เปึนครั้งแรกของประเทศไทย แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังไม่กล้านั่งเปึนประธาน เหมือนพี่ไตรรงค์ของผม พี่ไตรรงค์เปึนที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน เราเข้าใจกัน มีหลาย ๆ เรื่องที่ผมเรียนรู้จากพี่ ผมก็มานําเสนอเอา ความจริงมาพูดในสภาแห่งนี้ อยากจะสอนให้รัฐบาลได้เข้าใจ ให้กระทรวงการคลังได้เข้าใจว่า การจัดทําตัวเลขงบประมาณแผ่นดินทําเปึนเด็กประถม ไม่ได้ใส่ใจกันเลย นี่ละคือเหตุผล ที่ผมขอปรับลดงบประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และผมขอปรับลดงบประมาณใน กระทรวงการคลัง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน เพราะอะไร เพราะว่าทํางานกันใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะ อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ผอ. หนี้สาธารณะ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง ต้องปรับลดเงินเดือนลงให้หมดท่านประธาน ตัวเลขมั่ว เดือนมกราคมบอกว่าจะจัดเก็บเพิ่มได้ ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่ตดไม่ทันหายเหม็น ท่านประธานขออนุญาต แค่เดือนกรกฎาคมรีบมาบอกเลยจัดเก็บได้อีกเพิ่มเปึน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๑๗๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขประเทศไทยมันมั่วสิ้นดีตั้งแต่มี รัฐบาลชุดนี้มาท่านประธาน กรรมาธิการฟังไว้นะ วันนี้ผมมีตัวเลขมาสนับสนุน แล้วบอกว่า เอาละ เหตุผลที่ ๓ ที่ตัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมตัดเลย ผมใจกล้าจริง ๆ จาก ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัดทิ้งไปเลย ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

เหตุผลที่ ๓ รัฐบาลบอกว่าเก็บเงินภาษีได้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประโคมข่าว แสดงว่าเศรษฐกิจฟุ๋นครับ การกระตุ้นเศรษฐกิจประสบความสําเร็จใช่ไหมครับ เงินไทยเข้มแข็งที่บอกว่าจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจประสบความสําเร็จใช่หรือไม่ ถามจริง ๆ ท่านประธานดูในนี้ครับ เมื่อวานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ผอ. หนี้สาธารณะ นําเอกสารชาร์ทอันนี้มาชี้แจงผมในวิปฝ์ายค้าน บอกว่าเงิน ๓๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข ไม่ใช่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเต็มเลยเอาไปใช้ในไทยเข้มแข็ง ถึงวันนี้ปรากฏว่าที่เสร็จสมบูรณ์ ไปแล้ว ไทยเข้มแข็งนะครับ นี่คือเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ ทํามาเปึนป้นะครับป้ ๒๕๕๓ นี่ตั้งแต่ต้นป้งบประมาณมาแล้วเสร็จไปทั้งหมด ๑,๓๒๕ โครงการ มีเงินจ่ายไปเรียบร้อย ๒๖,๗๖๔.๗๘ ล้านบาท จาก ๓๔๙,๙๖๙ ล้านบาทเสร็จไป ๒๖,๗๖๔ ล้านบาท แสดงว่า รัฐบาลนี้ต้องชมว่าเก่งใช้เงินแค่ ๒๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจได้ โอ้โฮ ผมนี้ งงเต๊กเลย เงิน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๓๔๙,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปทําไทยเข้มแข็ง ๒๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท เก็บภาษีได้เกินเปัา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แถมยังออกมาบอก วันนี้การส่งออกดี อะไรมันเกิดขึ้นกับบ้านนี้เมืองนี้ท่านประธาน ประชาชนที่ผมไปเจอ ผมจะฝากบอกท่านกรรมาธิการ ประชาชนที่ไปงานศพเวลาเจอผม ผมถามว่ามีเงินเหลือไหม เขาบอกไม่มีเงิน เงินจะใช้จ่ายยังไม่มี แถมไข่ยังแพง ท่านประธาน วันนี้ไข่แพงนี่เปึน ปัญหาใหญ่ ผมก็ทนอดสงสารพี่น้องประชาชนไม่ได้ เพราะในงานศพบ้านผมเขาเอาไข่ใส่ ถุงแล้วจับฉลาก จับเบอร์กัน ผมบอกเอาละถ้าอยากกินไข่ก็ใช้อาศัยโชคช่วยจับเบอร์ ก็แล้วกัน แล้วผมบอกว่าคนที่ไม่มีเงินซื้อไข่ ผมสอนวิธีกินไข่ให้เขา ให้เขาเอาไข่ไปต้ม ให้มันแข็งแล้วไปแช่น้ําปลาแล้วเอาข้าวเหนียวจิ้ม เวลาจิ้มภาษาเหนือมันจิ้มปะแล้ด คือจิ้มแล้วพลาดจากไข่ก็ไปโดนน้ําปลาแล้วก็มาใส่ปาก เพราะไข่อภิสิทธิ์มันแพง ผมบอกว่า อย่าไปกัด ให้อม ๆ แล้วบ้วน นี่ผมสอนวิธีกินให้ประชาชน ข้าวของมันแพง ยิ่งน้ําตาล น้ําตาลก็แพง วันนี้มีขบวนการไม่ถูกต้องในกระทรวงอุตสาหกรรม เดี๋ยวผมมีข่าวให้ดูเลย ว่ามีการวิ่งเต้นกัน โควตาอ้อย โควตาน้ําตาล เดี๋ยวจะมาดูตอนแปรญัตติเพิ่ม กระทรวง อุตสาหกรรมได้ไป ๔๐ กว่าล้านเพื่อขยายพันธุ์หรือปรับปรุงพันธุ์อ้อยให้ดี อะไรกัน เดี๋ยวผมจะถามประธานคณะกรรมาธิการดอกเตอร์ไตรรงค์ ทีนี้กลับมาเรื่องนี้ก่อน กระตุ้น เศรษฐกิจใช้ไทยเข้มแข็งไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่กรมบัญชีกลางเอาตาราง ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเดี๋ยวท่านไปดู ปรากฏว่ารายงานมาว่างบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ รายจ่ายงบลงทุน ๒๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่ายไปแล้ว ๑๕๔,๙๒๑ ล้านบาท ๖๘ เปอร์เซ็นต์ ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม นี่แสดงว่าใช้จ่ายจริง ๆ ๑๕๔,๐๐๐ ล้านบาทของ งบปกติ บวกอีก ๒๖,๐๐๐ ล้านบาทของงบไทยเข้มแข็ง วันนี้เศรษฐกิจฟุ๋นท่านประธาน แสดงว่ารัฐบาลนี้ใช้เงินน้อยเห็นไหม เก่งนะ ใช้เงินแค่ไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ จัดเก็บภาษีได้เพิ่ม ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้สมควรไหม สมควรที่จะปรับลด งบประมาณรายจ่ายป้ ๒๕๕๔ ลง ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไหม เพราะเขาใช้เงินนิดหน่อยก็สามารถที่จะทําให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองเก็บภาษีได้เพิ่ม อะไรจะเก่งขนาดนั้นท่านประธาน ท่านกรรมาธิการตามผมทันไหมครับ อันนี้ผมไม่ได้พูด ประชดรัฐบาลและท่านต้องยอมรับว่ารัฐบาลเก่ง ในป้ ๒๕๕๓ ใช้เงินงบลงทุน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ไป ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท งบไทยเข้มแข็งได้มา ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปแค่ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เบ็ดเสร็จ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาทบวก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๘๐,๐๐๐ ล้านบาทเอาง่าย ๆ เศรษฐกิจยังดีเลยท่านประธาน แล้วกรรมาธิการไปนั่งอยู่ที่ไหน ทําไมไม่ตัดลด โดนเขาหลอกนี่ รัฐบาลนี้มันหลอกกินอยู่ เรื่อยเลย หรือท่านไปสมรู้ร่วมคิดกับเขาด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นี่ผมถึงเสียใจที่ไปให้ ท่านนั่งเปึนกรรมาธิการแทนผม เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่างบป้นี้ งบลงทุนนี่เอาไปนะไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนรากหญ้าคนจน ช่วยไปแก้หนี้นอกระบบ จะมีเครดิตการ์ด (Credit card) ให้ชาวนา แล้วก็จะไปช่วยชาวนาประกันราคา วันนี้ชาวนา มันยากจน ทําไมรัฐบาลบอกว่าเศรษฐกิจดี แต่ประชาชนกลับไม่มีรายได้ ค่าครองชีพแพงขึ้น วันนี้ต้องชมกระทรวงพาณิชย์นิดหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์อุตส่าห์ลดค่าน้ําลงครับ ค่าน้ําดื่ม ขาว ๆ นี่ผมเปึนคนซื้อประจําจาก ๑๐ บาทวันนี้ลงมาเหลือ ๗ บาท ประชาชนมีความสุขขึ้น แต่คนที่จะมีเงินซื้อน้ําดื่มเปึนขวดนั้นเปึนผู้มีรายได้ แต่ชาวบ้านเขาไม่ดื่มหรอกครับ เขาตักจากน้ําบ่อ ท่านประธานคณะกรรมาธิการรู้จักน้ําบ่อไหม ตักขึ้นมาแล้วมากรอง น้ําบาดาลยังไม่มีใช้เลยต้องใช้น้ําบ่อ น้ําบ่อเวลาน้ํามันซึมเข้ามานี่ภาษาเหนือเขาเรียกน้ําราก มันมีแต่สนิมเจือปน มันบริโภคไม่ได้ แต่เกิดมามีความยากจนต้องใช้เครื่องกรองตามมีตามเกิด ดื่มน้ําเข้าไปฟันก็สีแดงสีเหลืองเปึนคราบไปหมด อยากจะให้รัฐบาลจัดงบประมาณลงไป รักษาฟัน ขูดหินปูนให้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะคนรากหญ้า คนมีสตางค์อย่าเขามีเงินไป ขูดหินปูน เขามีเงินไปดัดฟัน เดี๋ยวนี้เหล็กดัดฟันแพงจะตาย แต่ชาวบ้านระดับรากหญ้า เขาไม่มีปัญญาไปดัดฟัน แต่หินปูนเกาะเต็มปาก อย่างนี้ต้องจัดงบลงไปช่วยเขา คิดไม่เปึน หนี้นอกระบบถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ท่านประธาน เพราะว่ารัฐบาลนี้โอ้อวดบอกว่าแก้หนี้นอกระบบ ได้ดี ผมก็ดูในงบประมาณที่จัดไป ท่านประธานรู้ไหมครับตัวเลขที่ผมมีนี่ถึงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๓ ลูกหนี้ที่รัฐบาลแก้หนี้นอกระบบแก้ไปได้แค่ ๒๐๖,๘๑๘ ราย รวมเงินให้กู้ ๑๗,๑๔๙ ล้านบาท คนที่มาลงทะเบียนท่านประธานดูตัวเลขนะครับ ลูกหนี้ที่มาลงทะเบียน ๑,๑๘๑,๑๓๓ ราย วงเงินมูลหนี้