อนุสรา ยังตรง ส.ส. สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีราคาสูงและอาจมีการทุจริต นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างวิสัยทัศน์ของกองทัพบกและความต้องการของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการซื้อขายเครื่องบินและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีราคาสูง รวมถึงการใช้งบประมาณในการสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง โดยกล่าวหาว่าเงินนั้นถูกใช้ไม่เหมาะสม และส่งผลเสียต่อประเทศ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน ส.ส. อนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ ในฐานะที่ดิฉันเปึนกรรมาธิการเสียงส่วนน้อย ดิฉันก็ขอสงวนในการปรับลดมาตรา ๖ ของกระทรวงกลาโหม ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และสําหรับกองทัพบกซึ่งเปึนงบที่มากที่สุดสําหรับ กลาโหมปรับลดลงถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จาก ๘๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เปึนตัวเลขกลม ๆ เหลือ ๔๑,๕๐๐ ล้านบาทค่ะ ดิฉันดีใจที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คนหันมาสนใจในเรื่องของ การทหารกันมากขึ้น เราไม่เพียงแต่สนใจในหลาย ๆ เรื่อง แต่การทหารเดี๋ยวนี้เข้ามา ใกล้ตัวค่ะ ดี ไม่ดีแล้วก็ใกล้บ้านดิฉันด้วย แล้วสําหรับการปรับลดงบประมาณในครั้งนี้ ดิฉันเองก็คิดว่าการตั้งงบประมาณในป้ ๒๕๕๔ จํานวน ๒,๐๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึน งบขาดดุลถึง ๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็จํานวนนี้ใช้ในกิจการทหารหรือกลาโหมถึง ๑๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนงบที่ค่อนข้างมากเปึนอันดับที่ ๓ รองจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการจะได้เยอะที่สุด แล้วก็รองลงมากระทรวงสาธารณสุข แล้วก็รองมา อีกทีก็คือกระทรวงกลาโหมซึ่งเปึนงบจํานวนที่มากเหลือเกินค่ะ และในชั้นอนุกรรมาธิการ งบประมาณปรับลดลงได้ถึง ๒,๕๓๓ ล้านบาท แต่เมื่อแปรงบกลับเข้าไปอีกจํานวน ๗๕๐ ล้านบาท ปรากฏว่าได้เปึนรถกระบะวีโก้ ๓๐๐ คัน จํานวนนี้ดิฉันก็ไม่ได้เข้าไปร่วมด้วยสําหรับการขอปรับในตรงนี้ค่ะ และสําหรับ ในการปรับลดในส่วนนี้ดิฉันคิดว่ามันไม่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์แล้วก็พันธกิจที่ท่าน ขอมานะคะ อย่างวิสัยทัศน์ของกองทัพบกนี่นะคะ บอกว่ากองทัพบกเปึนกลไกด้าน ความมั่นคงของรัฐที่สําคัญและมีศักยภาพในอันที่จะพิทักษ์รักษาเอกราชและความมั่นคง ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชนและผลประโยชน์ของชาติรวมทั้งการพัฒนา ประเทศให้มีความมั่นคงยั่งยืนและเปึนกองทัพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีเปึนที่ยอมรับเชื่อมั่น ศรัทธาตลอดจนเปึนที่พึ่งของประชาชนได้เสมอนะคะ แค่วิสัยทัศน์อย่างเดียวดิฉันก็คิดว่า เริ่มมีช่องว่างมากมายระหว่างประชาชนธรรมดากับทหารเสียแล้วค่ะ แล้วประเด็นสําคัญ ที่ดิฉันขอปรับลดก็คือในเรื่องของประเด็นการทุจริตการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกได้พูดไว้เกือบทุกคนซึ่งตัวอย่างก็มีให้เห็นอยู่แล้ว อย่างเช่น นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ร้อยโท ปรีชาพล ก็พูดไว้อย่างละเอียดและชําแหละ โดยละเอียดแล้ว ดิฉันก็คงจะพูดแตะเล็กน้อย เพราะว่ามันเปึนกิจกรรมต่อเนื่องของ กองทัพบกนั่นเองค่ะ สําหรับจีที ๒๐๐ ซึ่งทราบว่าทั้งกองทัพมีถึง ๘๖๒ เครื่องด้วยกัน ซึ่งเปึนปริมาณที่มาก ท่านเชื่อไหมท่านประธานคะว่าราคาที่จัดซื้อมามีกันหลากหลาย ราคาเหลือเกินค่ะ มีตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาทจนถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท และเมื่อเรา ทําการสอบถามว่าทําไมเครื่องจีที ๒๐๐ ถึงได้มีราคาไม่เท่ากัน ปรากฏว่าสิ่งที่ท่านชี้แจง และตอบก็ส่วนใหญ่จะได้คําตอบใกล้เคียงกันนะคะว่าออพชั่นที่ใช้แตกต่างกัน ซึ่งถ้าเกิดมีการตรวจจับสารเสพติดได้หลายอย่างก็จะแพงขึ้น ถ้าออพชั่นน้อยก็จะถูกลง มันเกี่ยวกับอุปกรณ์พิเศษในนั้น แต่สถาบันวิทยาศาสตร์ได้ทําการตรวจสอบแล้วว่า เครื่องดังกล่าวนี้ถือว่าเปึนเครื่องมือลวงโลกแท้ ๆ นะคะ เพราะว่าชาวบ้านเรียกกันว่า ไม้ชี้ป์าช้านั่นเองนะคะ เรียกว่าชี้ไปทางใครก็ให้โทษ หรือให้ผิดจากคนนั้น ซึ่งไม่มีหลักการ วิทยาศาสตร์เลย ดิฉันเองก็เคยสัมผัสเครื่องมือตัวนี้หรือที่เรียกว่าจีที ๒๐๐ ลักษณะ เบาหวิวอย่างที่ดิฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าน้ําหนักมันจะเบากว่ารีโมท คอนโทรล (Remote control) ธรรมดานะคะ โดยเราหักลงมันก็จะชี้ไปบุคคลที่เราต้องการแล้วนะคะ ดิฉันเอง เพิ่งจับครั้งแรกดิฉันก็อยากจะชี้ใครดิฉันก็ชี้สําเร็จแล้ว ดิฉันก็เห็นว่ากองทัพมีตั้ง ๘๐๐ กว่าเครื่องนี่นะคะ ท่านเล่นมาได้อย่างไรตั้งนาน
แล้วก็ประเด็นถัดมาที่ดิฉันอยากจะพูด แต่ดิฉันคงไม่แตะในรายละเอียด มากมายเพราะว่าเพื่อน ๆ นั้นพูดมาเยอะแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของเครื่องบิน กริพเพนนะคะ อันนี้ถือว่าเปึนเทคโนโลยีชั้นสูงทีเดียวเปึนเครื่องบินที่ทันสมัยทีเดียว เรียกว่า ๔.๕ เจนเนอเรชั่น เปึนการซื้อแบบ จี ทู จี ลําละ ๒,๘๐๐ ล้านบาท โดยลอตแรก ซื้อมาแล้ว ๖ ลํา แต่ยังไม่ได้มีการส่งมอบกันเสียทีหนึ่งเหตุที่มาส่งมอบไม่ได้ดิฉันก็เข้าใจว่า คงจะติดขัดด้วยเหตุหลากหลายประการ ดิฉันก็อยากที่จะเอาใจช่วยกองทัพ แต่จนแล้ว จนรอดปรากฏว่าเขาขายให้กับประเทศโรมาเนียถูกกว่าเราถึงลําละ ๑,๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งดิฉันเองก็อดตําหนิไม่ได้ว่าทําไมรัฐบาลไทยนี่ส่วนใหญ่จะจัดซื้อเครื่องมือยุทโธปกรณ์ โดยวิธีพิเศษ แล้วก็จะราคาแพงกว่าที่ประเทศอื่น ๆ เขาสามารถซื้อได้นะคะ โดยการจัดซื้อ เครื่องบินขับไล่กริพเพนจํานวน ๑ ฝูง ๑๒ ลํานี้อนุมัติการจัดซื้อในสมัยของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เปึนนายกรัฐมนตรีทําให้ราคาแพงกว่าที่รัฐบาลประเทศสวีเดนขายให้กับ ประเทศโรมาเนียถึงลําละ ๑,๒๐๐ ล้าบาท โครงการนี้ยังแบ่งเปึน ๒ ระยะด้วยกันนะคะ เพราะว่าเครื่องบินดังกล่าวเปึนโครงการแบบงบผูกพันหรือต่อเนื่องด้วยกัน ระยะแรก ๖ ลํานี่มีอุปกรณ์ อะไหล่ การฝ๊กอบรมการปรับปรุงอาคารสถานที่งบผูกพัน ๕ ป้ค่ะ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ ถึงป้ ๒๕๕๕ วงเงิน ๑๙,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนระยะที่ ๒ จํานวน ๖ ลํา พร้อมอุปกรณ์เหมือนกับระยะแรกนะคะ และเฉพาะชุดแรกก็ยังไม่ได้ซื้อ ชุด ๒ กําลังจะเริ่ม ซื้ออีกแล้วโดยงบผูกพันนี้ตั้งตั้งแต่ป้ ๒๕๕๔ ถึงป้ ๒๕๕๘ วงเงิน ๑๖,๒๖๖ ล้านบาท จะเห็นว่าดิฉันก็ยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งนะคะพวกเราจะได้เห็นกันชัด ๆ นะคะ ในเรื่องของเครื่องบินเหาะหรือเรือเหาะนั่นเอง ปรากฏว่าเรือเหาะนี้จริง ๆ แล้วก่อนนี้ ที่ทําสัญญากันไว้ว่าจะเหาะได้ถึง ๑๐,๐๐๐ ฟุต ไป ๆ มา ๆ ลดลงเหลือแค่ ๓,๐๐๐ ฟุต เท่านั้นเอง แต่ผู้ที่รู้บอกว่าอาจจะไม่ถึง ๓,๐๐๐ ฟุตด้วยซ้ําแล้วสภาพก็คือเปึนตามตลอด เพราะฉะนั้นเปึนการยากมากค่ะที่จะบินได้สูงนะคะ แล้วก็มีเรื่องของปัญหาในเรื่องของ การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากมายอย่างที่เพื่อนบอกไปแล้วค่ะ
ประเด็นที่ ๒ เพื่อไม่ให้ซ้ํากันมาก ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของงบประมาณ ดิฉันว่าที่ได้ไปแล้วก็อาจจะไม่ได้รับเปึนไปตามเปัาหมายที่ท่านวางเอาไว้แล้วก็ยังเอาไปใช้ ในกิจการที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ดิฉันยกตัวอย่างจากผู้ที่มาเรียกร้อง ประชาธิปไตยด้วย ๒ มือเปล่า โดยได้รับคําสั่งจาก ศอฉ. มากระชับพื้นที่เปึนเหตุการณ์ ที่คนไทยต้องสูญเสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไปเกือบ ๑๐๐ คนค่ะ และมีคนบาดเจ็บอีก ๒,๐๐๐ กว่าคน โดยในการนี้เสียงบประมาณไปถึง ๒,๐๘๐ ล้านบาท เฉลี่ยแล้วก็เกือบ ๑๐๐ ล้านบาทต่อหัว ซึ่งเขาบอกว่าการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉินในปัจจุบันนี้ยังคงอยู่แล้วก็ยังใช้ ทหารอยู่อีกประมาณ ๔,๐๐๐ นายทุก ๆ วัน เขาบอกว่าข้อดีของการคง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็คือว่าไม่ได้เพื่อปัองกันการก่อการร้ายแต่ต้องการอํานาจควบคุมผู้ต้องสงสัยได้ ๓๐ วัน โดยไม่ต้องแจ้งข้อหาและห้ามทนายหรือญาติพี่น้องเข้าฟังการสอบปากคํา อันนี้ก็คือเปึน ข้อดีของการคงไว้ซึ่งมี พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แล้วในเรื่องของการกระชับพื้นที่นี้ดิฉันเองได้เข้าไป อยู่ร่วมในเหตุการณ์วันที่พวกเราต้องสูญเสียคนเสื้อแดงไปถึง ๘-๙ คน ดิฉันเองได้เข้าไปดู ศพ ๘-๙ ศพ ที่โรงพยาบาลกลางปรากฏว่าสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะถามกองทัพและไม่ได้ คําตอบก็คือว่าการโยนแก๊สน้ําตาออกจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งแต่ละกระบอกแก๊สหนักถึง ประมาณ ๗ ขีดด้วยกัน แล้วถ้าเกิดว่าตกลงมาในปริมาณที่สูงขนาดนั้น การเพิ่มน้ําหนัก ลงมาจะโดนศีรษะใครแน่นอน ศีรษะคนนั้นต้องแตกอย่างแน่นอน มีประเทศไหนคะ ที่เขาสลายการชุมนุมด้วยการใช้แก๊สน้ําตาอย่างนี้ ดิฉันก็เชื่อว่าคงจะเปึนประเทศไทย เท่านั้น และเพื่อรวบรัดดิฉันยังคิดว่าการที่การทหารมั่นคงและมีแสนยานุภาพ อาวุธยุทโธปกรณ์เยอะ ๆ อย่างนี้นะคะ ก็จะทําให้ทุกภาคส่วนของเราเสียหายค่ะ อย่างเช่นไม่ว่าจะเปึนการท่องเที่ยวและในเรื่องของการส่งออกก็จะทําให้ประเทศเรา ขาดรายได้ไปอีกเยอะ
แล้วสุดท้ายดิฉันคิดว่าดิฉันจําเปึนต้องปรับลดงบประมาณส่วนนี้ลงด้วย เหตุผลก็คือว่าดิฉันไม่อยากให้กองทัพทําร้ายประชาชนอีกค่ะ ไม่อยากให้กองทัพ ได้ทําบาปทํากรรมกับพี่น้องคนไทยและไม่อยากให้สร้างตราบาปโดยมอบตําแหน่ง ผู้ก่อการร้ายให้กับผู้ที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย ขอบคุณค่ะ