สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

วิฑูรย์ นามบุตร สนับสนุนให้ลดงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยเรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดงบประมาณ และชี้แจงว่าไม่ได้กระทบต่อการทํางานของหน่วยงานอื่น วิฑูรย์ ยังหารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา กระทรวงยุติธรรม กองทัพบก และกระทรวงกลาโหม โดยเน้นย้ำถึงผลการปรับลดที่ได้สำเร็จ

นายวิฑูรย์ นามบุตร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ ในมาตรา ๖ ของกระทรวงกลาโหม ต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า มีเพื่อนสมาชิกพยายามที่จะอธิบายว่ารัฐบาลได้ตั้งงบประมาณให้กับกระทรวงกลาโหม ในสัดส่วนที่มากขึ้น เปึนยอดงบประมาณที่สูงมากสูงกว่ากระทรวงสาธารณสุขด้วยซ้ํา ผมถือโอกาสกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อความเข้าใจ แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ฟังรับชมได้เข้าใจตรงกันครับว่า ในงบประมาณประจําป้ ๒๕๕๔ งบของกระทรวงกลาโหม ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ งบของกระทรวงกลาโหมมีอยู่ที่ ๑๖๘,๐๐๐ ล้านบาทน้อยกว่าของ กระทรวงสาธารณสุขอยู่ที่ ๑๘๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็น้อยกว่ากระทรวงศึกษาธิการ ที่มีอยู่ที่ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขอาจจะดูสูงขึ้นครับ แต่ถ้าเทียบสัดส่วนงบประมาณ ของแต่ละป้จะปรากฏว่างบของกระทรวงกลาโหมมีสัดส่วนต่อจีดีพีลดลงตามลําดับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเรามาดูตัวเลขย้อนหลังครับ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๕ ปรากฏว่า งบกระทรวงกลาโหมอยู่ที่ประมาณ ๖๙,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขอาจจะไม่มากเท่ากับป้นี้ แต่เนื่องจากยอดรวมของงบประมาณ ป้ ๒๕๓๕ ก็ไม่มากเหมือนปัจจุบัน ในขณะนั้น ตัวเลขต่อจีดีพีอยู่ที่ ๒.๔๕ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นก็ลดลงมาโดยลําดับครับ ทุกป้ลดลงมา เปึน ๒.๓๕ เปอร์เซ็นต์ ๒.๑๙ เปอร์เซ็นต์ ๒.๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๒.๑๑ เปอร์เซ็นต์ ๑.๖๖ เปอร์เซ็นต์ และปัจจุบันตัวเลขงบกระทรวงกลาโหมต่อจีดีพีอยู่ที่ ๑.๖๕ เปอร์เซ็นต์ โดยเฉลี่ยถือว่าเปึนตัวเลขสัดส่วนที่น้อยถ้าเทียบกับประเทศใกล้เคียง ท่านประธานที่เคารพครับ มาดูเม็ดเงินงบประมาณในแต่ละป้ ผมยกตัวอย่างว่างบประมาณ ช่วงท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร งบประมาณของกระทรวงกลาโหมอยู่ที่ ๑๐.๕๘ เปอร์เซ็นต์ ต่อยอดรวมงบประมาณในขณะนั้น คือป้ ๒๕๓๙ มาถึงสมัยช่วง พลเอก ชวลิต ก็อยู่ที่ ตัวเลขใกล้เคียงกันครับ อยู่ที่ ๑๐.๕๙ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับสัดส่วนงบประมาณในป้ ๒๕๔๐ ช่วงที่ท่าน พลเอก ชวลิต เปึนนายกรัฐมนตรี มาถึงสมัยท่านชวน หลีกภัย สัดส่วนก็ลดลง อยู่ที่ ๙.๓๔ ในป้ ๒๕๔๒ แล้วก็ ๘.๙๘ ในป้ ๒๕๔๓ พอมาถึงท่านทักษิณ ชินวัตร ตัวเลข ต่องบประมาณอยู่ที่ ๘.๔๘ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ป้ ๒๕๔๕ ก็อยู่ที่ ๗.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ลําดับ จะอยู่ที่ตัวเลขประมาณนี้แหละครับ มาถึงสมัย พลเอก สุรยุทธ์ ก็อยู่ที่ ๘.๖๕ เปอร์เซ็นต์ครับ มาถึงท่านสมัคร สุนทรเวช ครับ ก็อยู่ ๘.๗๒ เปอร์เซ็นต์ต่อยอดรวมงบประมาณ ถึงป้นี้ คือป้ ๒๕๕๔ ตัวเลขงบประมาณของกระทรวงกลาโหมต่อสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ รวมทั้งหมดก็อยู่ในสัดส่วนที่ลดลงกว่ายุคของท่านสมัคร สุนทรเวช ป้นี้อยู่ที่ตัวเลข ๘.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ท่านอาจจะมองว่าตัวเงินอาจจะมากขึ้น แต่ค่าเฉลี่ยของงบประมาณ โดยสัดส่วนมีลําดับลดลงมา ท่านประธานที่เคารพครับ จะกราบเรียนต่อมาว่าการพิจารณา ปรับลดงบของกระทรวงกลาโหม ผมเองในฐานะประธานอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง เหมือนอย่างที่ท่านปรีชาพลพูดครับ ผมอาจจะมีความรู้สึกไม่แตกต่างกับ พวกเราหรอกครับ ในฐานะเปึนผู้แทนราษฎรมีความรู้สึกว่าทําไมงบของกระทรวงกลาโหม ที่ผ่านมานี่สภาผู้แทนราษฎรในฐานะที่จะอนุมัติให้ความเห็นชอบกับงบประมาณให้กับ กระทรวงกลาโหม เราทําไมไม่มีโอกาสได้แตะต้องเลย ไม่มีโอกาสได้ปรับลด ไม่มีโอกาส ได้เห็นเนื้องานโครงการ ไม่มีโอกาสได้เห็นว่ากองทัพจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อะไรบ้าง ท่านประธานครับ มีโอกาสได้พิจารณางบ ป้ ๒๕๕๓ ครับ ผมเองในฐานะประธานในป้นั้น ก็บอกว่าเพื่อความโปร่งใส ประชาชนก็อยากจะรับรู้เหมือนกันครับว่ากองทัพเอางบประมาณ เปึนหมื่นเปึนแสนล้านบาทนี่ไปทําอะไรบ้าง ผมก็ได้ขอให้ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ว่าท่านครับ ในยุคนี้ในฐานะท่านเองก็เปึนลูกเขยทหาร ท่านลองใช้ความสามารถ ความสัมพันธ์ส่วนตัวสิครับว่าขอให้ทหารเอางบประมาณมาเป่ดเผย แล้วก็ให้เรามีโอกาส ได้พิจารณาในกรรมาธิการหรืออย่างน้อยในคณะอนุกรรมาธิการให้ได้มากที่สุดได้หรือไม่ ก็ด้วยความกรุณาของท่านไตรรงค์ครับ ก็มีการพิจารณาป้ ๒๕๕๓ เขาก็เอารายละเอียด โครงการมาให้ดู ท่านครับแต่เขาก็อ้างว่างบของกระทรวงกลาโหมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาวุธเปึนความลับของทางราชการ ในเมื่อบอกว่าเปึนความลับของทางราชการ เราก็บอกว่าเราขอดู ขอดูเสร็จพิจารณาเสร็จท่านเก็บกลับได้ ดังนั้นป้ ๒๕๕๓ ก็ได้มี การพิจารณาแบบนี้แหละครับ ผมเองต้องกราบขอบคุณเพื่อนกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จากซีกฝ์ายค้านด้วยซ้ําไปว่าท่านทั้งหลายได้ไปช่วยกันทํางานในเรื่องของการปรับลด งบประมาณของกระทรวงกลาโหม รวมทั้งหน่วยงานอื่น ๆ ด้วยซ้ํา ท่านประธานที่เคารพครับ มาป้ ๒๕๕๔ ก็เช่นกันครับ ป้ ๒๕๕๓ มีการปรับลดงบไปอยู่ที่ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ไม่มากหรอกครับ ถ้าเทียบกับสัดส่วนงบกระทรวงกลาโหมทั้งหมด ผมอาจจะพอใจเล็ก ๆ ว่า ถ้ามองโลกในแง่ดีก็ที่ผ่านมาไม่เคยปรับลดอะไรเลยนี่ครับ มันเริ่มต้นที่ดีแล้วในป้ ๒๕๕๓ แล้วก็พอถึงป้ ๒๕๕๔ ผมเองก็สามารถทําได้ดีที่สุดเท่าที่ทําได้ขณะนี้ แต่สิ่งที่ต้องกราบเรียนกับท่านประธาน ในฐานะที่เปึนอนุกรรมาธิการไปทํางานร่วมกับเพื่อนร่วมฝ์ายค้าน เพื่อนร่วมรัฐบาล ทุกพรรค ก็คือว่าการพิจารณาการปรับลดของกระทรวงกลาโหมใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับ หน่วยงานอื่นครับ ใช้หลักเกณฑ์อย่างไรครับ หน่วยงานอื่นในกรณีที่เปึนยานพาหนะ รถยนต์ กรรมาธิการเราบอกว่าต้องขอปรับลด ถ้าเปึนในกรณีของครุภัณฑ์อย่างอื่นไม่ว่า จะเปึนสายพาน ไม่ว่าเรื่องของการซ่อมแซมบํารุง ปรับปรุงอะไรต่าง ๆ เราขอปรับลด ของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานอื่นที่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็มีรายการปรับลดมาตามลําดับ ตามขั้นตอนทุกอย่างครับ การปรับลดในเรื่องของการซื้อรถใหม่ต้องถือโอกาสกราบเรียน ชี้แจงท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ด้วย แล้วก็ท่านปรีชาพล คือผมได้เรียนจากใจจริง ๆ ว่า ทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์การพิจารณาของคณะอนุกรรมาธิการครับว่า อย่างกรณีการซื้อรถใหม่ ถ้าเปึนการซื้อทดแทนต้อง ๑๐ ป้ แต่ถ้าเปึนการซื้อรถใหม่เลยล้วน ๆ เราจะไม่ให้ซื้อ ยกเว้นมีเหตุผลและความจําเปึนจริง ๆ ดังเช่นเรื่องของรถจุฬาราชมนตรีอย่างที่พวกเราได้ พูดกัน และขณะเดียวกันถ้าเปึนรถซื้อทดแทนนี้เราก็ตั้งเกณฑ์ว่าอย่างต่ําต้อง ๑๐ ป้ ถึงจะให้ซื้อทดแทนได้ แม้กระทั่งบางเรื่องถึงแม้จะอยู่ในเกณฑ์ครับ เช่นรถของรัฐมนตรี ไม่มีเฉพาะของกระทรวงพาณิชย์ ท่านครับมีของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ว่าของรัฐมนตรีช่วยว่าการ รัฐมนตรีว่าการ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เราพิจารณาให้ซื้อได้ รถของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ให้ซื้อได้ เพราะว่าท่านไม่มี รถใช้ เพราะต้องไปยืมรถการเคหะมาใช้ หรือว่ารถประจําตําแหน่งของท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถซื้อได้ตาม หลักเกณฑ์ที่เราวางไว้ครับ แต่ผมก็แคร์ความรู้สึกของสังคมว่าพวกเราถ้าทําอะไรเพื่อตัวเอง ก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าช่วยพวกช่วยเพื่อน ซื้อรถประจําตําแหน่งให้กับรัฐมนตรี ให้กับ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้กับรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้จะอยู่ในเกณฑ์เรื่องนี้ เราก็เลยใช้วิธีแขวนไว้ พอแขวนไว้นํากลับมาทบทวนใหม่ เราก็บอกว่าผมมีโอกาสถาม ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านอลงกรณ์ครับ ท่านรัฐมนตรีอิสสระครับ รถของท่านมีความจําเปึน จะต้องซื้อจะต้องใช้ไหม ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าถ้าลําบากใจกังวลใจไม่ซื้อก็ได้นะ เพราะที่มี ที่ใช้อยู่ก็พอใช้ได้อยู่ แต่เวลาพวกเราเอาเข้าไปในคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาทบทวน ก็มีเสียงต่าง ๆ แตกต่างกันเหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่ในคณะกรรมาธิการบอกว่า ในเมื่อมันเปึนสิทธิแล้วก็อยู่ในเกณฑ์เงื่อนไขที่คณะอนุกรรมาธิการวางไว้ว่าสามารถซื้อได้ ทําไมจะไปกลัวข้อครหานินทา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงของท่านไพจิต ศรีวรขาน นี่ครับ ผมได้ขอท่านว่ามาช่วยผมหน่อยในคณะอนุกรรมาธิการ ท่านก็ไปทํางานในชุดนี้ อย่างดีครับ ท่านไพจิตก็ให้โอกาสอธิบายชี้แจงว่าอย่าไปกังวลเลย อะไรที่เปึนสิทธิ การซื้อรถประจําตําแหน่งไม่ได้ซื้อรถให้รัฐมนตรีพรทิวา ไม่ได้ซื้อรถให้กับรัฐมนตรี อลงกรณ์คนเดียว ไม่ได้ซื้อรถให้กับรัฐมนตรีอิสสระ เปึนซื้อรถประจําตําแหน่ง ซึ่งกว่าจะ ได้ซื้อกว่าจะได้ใช้ไม่รู้ใครจะได้มาใช้ เพราะฉะนั้นในเมื่อเปึนสิทธิและอยู่ในเกณฑ์ขั้นต่ํา ที่กรรมาธิการเราได้วางมาตรฐานไว้เราก็เลยได้ให้ความเห็นชอบไปในการจัดซื้อรถ ก็เลยต้องเรียนอธิบายด้วย

เรื่องต่อมาก็คือการพิจารณาในเรื่องของการปรับลดครับ รายการต่าง ๆ การปรับลดเราคํานึงถึงว่าอย่าให้กระเทือนการทํางานของหน่วยงานต่าง ๆ ท่านไปดูครับว่า ในกระทรวงกลาโหม บางท่านนี่ก็มีติงเหมือนกันว่าทําไมคณะอนุกรรมาธิการถึงไปปรับลด งบของกรมราชองครักษ์ ซึ่งจริง ๆ เราไปปรับลดนี่ไม่ได้กระเทือนกับงานของหน่วยงานเขา นะครับ เราไปปรับลดในส่วนที่เปึนไขมันและอยู่ในเกณฑ์ที่กรรมาธิการวางไว้ เช่น ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ไม่มีราคากลาง จะซื้อโต๊ะ ซื้อเก้าอี้ ซื้อของต่าง ๆ ไม่มีราคากลาง ไม่มีราคามาตรฐาน เราก็ไปขอปรับลดลง อย่างเช่นของสํานักราชองครักษ์ก็ไปปรับลด รายการละ ๑๔๙,๐๐๐ บาท รายการละ ๑๕๗,๐๐๐ บาท ๑๒๐,๐๐๐ บาท ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งก็อยู่ในเกณฑ์ และก่อนที่จะปรับลดอีกก็ได้ตรวจสอบได้ถามคนมาชี้แจงว่าปรับลดไป สามารถดําเนินการได้ ซื้อได้นะครับ ไม่กระทบกระเทือนนะครับ ส่วนจะเปึนตัวเลขที่ ค่อนข้างจะสูงบ้างของกรมราชองครักษ์ก็คือ โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย ข้าราชการต่ํากว่าชั้นสัญญาบัตร เราปรับลดไปที่ ๑๔,๒๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้ ก็ไม่กระเทือน เพราะเปึนการขยับงวดงาน เนื่องจากรายการก่อสร้างล่าช้าเปึนการปรับลด งบประมาณเพื่อให้เปึนงวดงานตามจริงเท่านั้น อันนี้เพื่อจะได้ชี้แจงว่าทุกหน่วยงาน เราก็ใช้หลักเกณฑ์ในการปรับลดมาโดยลําดับครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของกระทรวงกลาโหมหรือกองทัพบก ที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายมาเหมือนกับบางท่านอาจจะคล้าย ๆ กับ ผมในฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการไปลักไก่ ไปช่วยเหลือ ไปแอบทําหรือไม่ในเรื่องของการปรับลด ไม่มีครับ ผมได้ทําจริง ๆ ครับ แล้วก็ให้เกียรติกับเพื่อนร่วมงานทุกคนในการที่ทํางาน ในกรรมาธิการ ไม่ได้ทําคนเดียวโดยพลการครับ ท่านประธานครับ ผมได้เอาบันทึก รายงานการประชุมประกอบกับชวเลขมาตรวจสอบครับว่าเรื่องของการปรับลด กระทรวงกลาโหม เพราะผมเชื่อว่าจะมีการพูดคุยกันมากในห้องประชุม ก็ได้ตรวจสอบ ชวเลขทุกอย่างครับ ปรากฏว่าในตัวชวเลขและตัวรายงานการประชุมครั้งสุดท้าย คณะอนุกรรมาธิการได้พิจารณาอยู่ ๔ รายการ

รายการแรกก็คือ เรื่องของสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่เราปรับลดไป ๓๕ ล้านบาท แต่เนื่องจากทางวุฒิสภามีความจําเปึน เขาก็เลยขออุทธรณ์เข้ามา แยกเปึน ๒ ตอนอย่างนี้นะครับ อะไรที่ปรับลด หน่วยงานต้องการขอ เขาก็ต้องทําเรื่องอุทธรณ์เข้ามา

รายการที่สอง เรายังไม่ได้ปรับลด แต่การพิจารณาของอนุกรรมาธิการยังไม่มี ข้อยุติ เราก็จะใช้คําว่า แขวนไว้ โดยตัวเลขงบประมาณในยอดปรับลดนั้นยังไม่ได้ปรับลด

รายการต่อมาก็คือ เรื่องสัญญาณโทรศัพท์ของกระทรวงยุติธรรม รายการนี้ ของอนุกรรมาธิการก็ยังไม่ได้ใช้คําว่า ปรับลด ครับ เราก็ใช้คําว่า แขวนไว้ก่อน

รายการของกองทัพบก ของกองทัพเรือ ของกองทัพอากาศ ขั้นตอนวิธีการ พิจารณานี่ครับ อะไรที่เปึนรายการครุภัณฑ์สามารถปรับลดในห้องกรรมาธิการได้ เราก็ปรับลดตามเกณฑ์ครับ อะไรที่เปึนงบผูกพันเราก็ให้ท่านเจริญ จรรย์โกมล ไปช่วยดู เช่นบางรายการอยู่ระหว่างการฟัองร้องของศาลปกครองยังไม่สามารถใช้เงินได้ เราก็มีการปรับลดไป เปึนลําดับ เปึนขั้นเปึนตอนครับ ในที่สุดยอดรวมทั้งหมดที่เราปรับลดได้ ๒,๕๐๐ ล้านบาท เปึนของกองทัพบกอยู่ที่ ๑,๕๙๐ ล้านบาท อันนี้คือตัวเลขกลม ๆ ซึ่งจะมีตัวเลขบวกออกมาอีกบางส่วนก็คือ รายการบางรายการที่ให้สํานักงบประมาณไปเกลี่ยดู เพราะบางเรื่อง เช่น ซื้อเสื้อเกราะ ซื้อกระสุนหรือซื้ออุปกรณ์บางอย่าง เรามอบให้สํานักงบประมาณไปดูว่าทุกหน่วยงาน ต้องซื้อในราคาเดียวกัน ไปปรับลดให้เปึนในราคาเดียวกันให้ได้ ในที่สุดในชั้นอนุกรรมาธิการ ก็ให้มีการปรับลดอยู่ที่ ๑,๕๙๐ ล้านบาทโดยประมาณ รวมของกระทรวงกลาโหมทั้งหมด ก็อยู่ที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ล้านบาท รายการต่าง ๆ ผมก็จะนําเข้าเรียนในที่ประชุมใหญ่ ตามที่เรามอบหมายจากอนุกรรมาธิการ แต่วันนั้นพอจะนําเรียนในห้องประชุมใหญ่ รายการไหนที่มีการอุทธรณ์จากส่วนราชการต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะอนุกรรมาธิการนี้ จากทุกอนุกรรมาธิการ รายการไหนที่จะมีการปรับลด รายการไหนที่จะมีการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติม ในที่ประชุมใหญ่วันนั้นไม่ได้พิจารณาให้มีการแต่งตั้งตัวแทนจากทุกพรรค ๑๓ ท่าน ไปพิจารณาว่าจะพิจารณาอุทธรณ์รายการไหน ปรับลดรายการไหน แปรเพิ่ม รายการไหน ผมเองก็ได้นําเรื่องนี้เข้าไปชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการ ๑๓ ท่าน ซึ่งมาจาก ทุกพรรคการเมือง ก็ได้รายงานว่ารายการของกระทรวงกลาโหมผมมีโอกาสได้ปรับลดแล้ว ๒,๕๐๐ ล้านบาท ของกองทัพบกอยู่ที่ประมาณ ๑,๕๙๐ ล้านบาท รายการบางรายการ ก็แขวนไว้ ของกระทรวงยุติธรรมบางรายการก็แขวนไว้ มีรายการเดียวที่ขออุทธรณ์มา ซึ่งมีตัวเลขปรับลดจากชั้นอนุกรรมาธิการแล้วก็คือของวุฒิสภา ในที่สุดวันนั้นคณะทํางาน ทั้ง ๑๓ คนที่มีท่านไตรรงค์เปึนประธานก็อนุมัติรับอุทธรณ์ของวุฒิสภาที่เขาขอมา ๓๕ ล้านบาท อนุมัติให้ ๒๘.๕ ล้านบาท ส่วนรายการอื่นเนื่องจากเปึนรายการที่ยัง ไม่ได้ปรับลดก็ไม่มีการปรับลดอีก ยอดรวมของการปรับลดของกองทัพก็เลยอยู่ที่ ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท ก็เลยชี้แจงท่านประธานครับ