วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องงบประมาณของกระทรวงกลาโหมและเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการซื้อรถกันกระสุน โดยวรงค์ยังพูดถึงการใช้รถเหล่านี้ในการกันกระสุนเพื่อคุ้มครองชีวิตคนบริสุทธิ์ที่เข้าไปดูแลในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และหารือเรื่องการกระชับพื้นที่ในเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน และการกระทำของกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่มีเจตนาเผาเมือง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมก็อยู่ ในเหตุการณ์ของการประชุมเมื่อวานนี้ ท่านประธานครับในกรณีของการแปรญัตติเพิ่มเติม ผมจําได้ว่าที่ประชุมได้รับทราบว่าถ้ามีการซักถามจากเพื่อนสมาชิกข้างล่าง ทางคณะกรรมาธิการก็จะชี้แจง แต่ถ้าไม่มีการซักถามผมก็เชื่อว่าคณะกรรมาธิการ ก็คงไม่รู้จะพูดอะไร ดังนั้นถ้าเพื่อนสมาชิกอยากจะรู้อะไรก็สามารถถามได้ แล้วผมก็เชื่อว่า ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็คงจะชี้แจงรายละเอียดที่ต้องการจะทราบครับ ผมขอเข้าประเด็น ของผมด้วยครับว่า ผมขอแปรญัตติงบประมาณของกระทรวงกลาโหมแล้วก็ฟังเพื่อนสมาชิก ได้มีการกล่าวพาดพิงถึงเพื่อนทหารหาญหรือของกระทรวงกลาโหมแล้วไม่สบายใจ มีความรู้สึกว่าเหมือนกับเขาเปึนศัตรูกับเราหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้วเขาทําหน้าที่ในการปกปัอง อริราชศัตรู ทหารมีหน้าที่ในการปกปัองดูแลความมั่นคงของประเทศ เราไม่รู้ว่าสงคราม ของประเทศจะเกิดเมื่อไร เมื่อสงครามเกิดขึ้นทหารก็ต้องดูแลความมั่นคงของประเทศ แต่บางครั้งเพื่อนสมาชิกเราไปพูดสิ่งที่ทําลายความรู้สึกของทหาร เช่น พูดบอกว่าทหาร ทําลายความรู้สึกของประชาชน มีการพาดพิงถึงการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน ๙๑ ศพ และพยายามคล้าย ๆ กับว่าทหารเปึนคนทําร้ายประชาชน คือผมว่ามันไม่แฟร์ (Fair) ครับ แต่ไม่เปึนไรครับผมก็พยายามจะโยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นของงบประมาณ ผมอยากจะ บอกกับท่านประธานนะครับว่าตอนป้ ๒๕๔๘ ผมเคยเปึนกรรมาธิการงบประมาณในซีกฝ์ายค้าน แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าในป้นั้นเองตอนที่ผมเปึนคณะกรรมาธิการมีท่านนายกรัฐมนตรี ตามที่ท่านรู้จักงบของกระทรวงกลาโหมแทบจะไม่ได้มีการพูดคุยกันครับ และผมก็ได้มี การพูดคุยกับเพื่อนสมาชิกเขาบอกอดีตที่ผ่านมางบกระทรวงกลาโหมแตะได้ยากมาก แล้วก็สะสมมาจนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๘ จนกระทั่งมาถึงป้นี้ผมเห็นแล้วผมก็ตกใจว่า นึกไม่ถึงเลยว่าป้นี้งบของทหารหรือของกระทรวงกลาโหมจะถูกตัดไปถึงประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันบ่งบอกนัยบางอย่างของประเทศครับ สมกับที่ท่านวิฑูรย์ ได้มีการพูดคุยกับพวกเราเปึนการส่วนตัวว่าการตรวจสอบงบประมาณของทางทหาร ต้องใช้วิวัฒนาการ และขณะนี้เปึนข้อมูลเชิงประจักษ์แล้วว่าวันนี้ประเทศไทย เปึนประชาธิปไตยจริง ๆ ภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมขอท้าเลยนะครับ ท้ากับเพื่อนสมาชิกทุกคนเลยว่าถ้าประเทศไทยไม่เปึนประชาธิปไตย ไม่มีทางแตะงบทหารได้ แต่วันนี้ทุกคนสามารถเอางบทหารมาพูด มาวิพากษ์วิจารณ์ และสามารถตัดงบได้ถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมจึงยืนยันว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนประชาธิปไตยจริง ๆ ที่ให้งบของทหารมาถูกการตรวจสอบของ คณะกรรมาธิการแล้วก็สามารถถูกตัดได้ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่ามีเพื่อนสมาชิกได้พาดพิงถึงเรื่องรถเรนจ์ โรเวอร์ ในช่วงที่มีการชุมนุมที่เมืองพัทยา และขณะนั้นมีการพาดพิงว่าจะมีผู้นําจากอาเซียนกับ สมาชิก +๓ ได้มาร่วมประชุมที่พัทยา และขณะนั้นเองก็ได้มีการตั้งงบพิเศษในการจัดซื้อ รถกันกระสุน ๑๒๒ ล้านบาท จริง ๆ แล้ว ณ เวลาตอนนั้นผมอาจจะประท้วง แต่ผมก็ ให้เกียรติเพื่อนสมาชิกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องเก่า เปึนเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นครับ คําถามผมถาม สั้น ๆ ง่าย ๆ นิดเดียวว่าถ้ามีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่ผมไม่อยากจะพูดว่ามีการสนับสนุน จากใครไปทําลายการประชุมที่พัทยา ถ้าไม่มีการประชุมที่รุนแรง ผมเชื่อว่ารัฐบาล ขณะนั้นก็อาจจะไม่จําเปึนต้องลงทุนถึงขนาดต้องซื้อรถกันกระสุนให้กับผู้นําประเทศใช้ คําถามถามว่าใครสนับสนุนให้มีการชุมนุมที่รุนแรงครับ ใครสนับสนุนให้มีการทําลาย การประชุมของผู้นําอาเซียนและผู้นํา +๓ ที่เมืองพัทยา คนพวกนั้นต้องรับผิดชอบครับ เพราะคนพวกนี้จึงเปึนมูลเหตุที่ทําให้รัฐบาลต้องให้หน่วยงานความมั่นคงซื้อรถกันกระสุน แล้วรถกันกระสุน ๒๐ คันนั้นมันก็เปึนผลพวงจนถึงปัจจุบัน เราแฟร์ ๆ แบบตรงไปตรงมาครับ ภาวการณ์ของประเทศที่มีความแตกแยกแล้วก็มีการใช้กองกําลัง ใครมาเปึนนายกรัฐมนตรี ก็ต้องใช้รถกันกระสุน ใครมาเปึนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ที่เกี่ยวข้องกับ การชุมนุมของประชาชนที่มีการใช้กําลังโดยไม่ทราบฝ์ายก็ต้องใช้รถกันกระสุนทั้งสิ้น ดังนั้นผมว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ไม่แปลกครับ แต่บางครั้งเพื่อนสมาชิกเองอาจจะพยายาม โยงให้เปึนมิติทางการเมือง แล้วก็พยายามที่จะพาดพิงโดยที่ฟังดูแล้วผิวเผินเหมือนกับว่า รัฐบาลใช้จ่ายงบประมาณที่ฟุ์มเฟ๋อย แล้วอยากจะย้ําว่าเปึนเงินในอดีต ไม่ใช่งบประมาณ ในป้ ๒๕๕๔ ที่พวกเรากําลังพิจารณากัน
ประเด็นที่ ๒ ก็เปึนประเด็นคาใจอีกประเด็นหนึ่งที่เพื่อนสมาชิกทั้งฝ์ายค้าน และฝ์ายรัฐบาลได้มีการพูดถึงเรื่องจีที ๒๐๐ แล้วก็มีการโทษกันไปโทษกันมา แต่ทุกคน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีการซื้อป้ ๒๕๔๘ ใครเปึนนายกรัฐมนตรี ใครเปึนคนเริ่มต้นในการจัดซื้อ ตัวนี้ แต่ผมว่าผมแฟร์มากครับท่านประธาน แฟร์แบบตรงไปตรงมา ผมนึกถึงยา เพราะว่า ผมเปึนหมอเก่า ยาที่เคยมีการวิจัยว่ารักษาโรคนี้ได้ อย่างเช่นวัคซีนเอดส์เคยมีการวิจัยว่า รักษาโรคเอดส์ได้ แล้วก็มีการทดลองเอามาใช้ หลังจากใช้ไปประมาณสักระยะหนึ่ง ประมาณสักป้สองป้ ปรากฏว่าวัคซีนตัวนี้รักษาโรคเอดส์ไม่ได้ก็จบไป ก็ต้องยกเลิก ถ้าเข้าใจแบบตรงไปตรงมาไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง ผมก็เชื่อว่าท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณสมัยนั้นป้ ๒๕๔๘ ที่อนุมัติให้ทหารซื้อมา ๒๐ กว่าเครื่องตามที่กล่าวกัน เขาก็ เชื่อว่าวันนั้นจีที ๒๐๐ ตรวจวัตถุระเบิดได้ เมื่อมีการเริ่มต้นทดลองใช้จีที ๒๐๐ ว่าเชื่อว่า ตรวจวัตถุระเบิดได้ก็คงไม่แปลกครับ บ้านเมืองมีระเบิดอยู่ตามจุดต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด รวมทั้ง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องมีการซื้อ ป้ ๒๕๔๙ ก็มี การจัดซื้อ ป้ ๒๕๕๐ มีการจัดซื้อ ป้ ๒๕๕๑ จัดซื้อ ป้ ๒๕๕๒ จัดซื้อ จนกระทั่งมีการตรวจสอบ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งถ้าจําไม่ผิดก็มีอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าจีที ๒๐๐ ตรวจสอบวัตถุระเบิดไม่ได้ แล้วก็มีการทดสอบโดยให้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคืออาจารย์ คุณหญิงกัลยาได้มีการตรวจสอบ และผมจําได้นะครับ อยากจะเรียนให้กับพี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกสภาแห่งนี้ ได้รับทราบว่าวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๕๓ หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทราบผลว่าจีที ๒๐๐ มันตรวจสอบวัตถุระเบิดไม่ได้ ท่านก็บอกเลยว่าต่อไปนี้ไม่ต้องมี การจัดซื้อ มันก็ตรงไปตรงมาว่าคนซื้อคนแรกก็คือท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณและซื้อมา เรื่อย ๆ เพราะเข้าใจว่าตรวจได้ แต่เมื่อมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และยืนยันว่า ตรวจสอบไม่ได้ท่านก็มีนโยบายว่าต่อไปนี้ต้องไม่มีการจัดซื้อ ก็เท่ากับว่าท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็มีความจริงใจครับ รับฟังข้อมูลในทางวิทยาศาสตร์ อันไหนตรวจสอบได้ อันไหนมีผลในทางวิทยาศาสตร์ ก็ให้ทําต่อไป แต่ถ้ายืนยันมาว่าตรวจสอบไม่ได้ก็จบ ไม่ให้มีการจัดซื้อ คําถามถามว่าถ้ามีการจัดซื้อในช่วงหลังวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งไปแล้วไม่ให้มีการจัดซื้อ อันนั้นค่อยมาว่ากัน ถือว่าคุณกําลัง มีความจงใจที่จะมีการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ เพราะว่าสินค้าชิ้นนี้ได้รับการตรวจสอบ จากหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงานในประเทศไทยแล้วว่าใช้การไม่ได้ผล ผมถึงกราบเรียน ไปแล้วมันเหมือนยาเลยครับ เพราะผมเคยเปึนหมอมาจริง ๆ ยาหลาย ๆ รายการที่มี การใช้ในช่วงต้นเหมือนจะได้ผล ผ่านมา ๓ ป้ ๔ ป้ มีงานวิจัยออกมาว่าไม่ได้ผล จบไปครับ เพราะว่าในช่วง ๓ ป้ที่มีการจัดซื้อเชื่อว่ามันจะใช้ได้ผลก็จึงไม่แปลกกับจีที ๒๐๐ ดังนั้น ถ้าแบบตรงไปตรงมาไม่ต้องเอามาเปึนประเด็นทางการเมืองถือว่าถ้ามีการจัดซื้อหลัง วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศไว้เลยว่า จากนี้ไปต้องไม่มีการจัดซื้ออย่างนั้นโอเคเรามาคุยกันต่อ แต่ถ้าสมมุติว่ามันอยู่แค่นี้ มันก็โทษกันไปโทษกันมา แล้วผมก็ต้องถือว่าคนที่ซื้อคนแรกถูกเขาหลอกมา เพราะซื้อมา ป้ ๒๕๔๘ ถูกเขาหลอกครับ แล้วก็ถูกหลอกมาเรื่อย ๆ แล้วจนกระทั่งหลังจากพิสูจน์ว่า พวกเราโดนหลอกทั้งประเทศ เราก็หยุดซื้อทั้งประเทศก็จบไป แฟร์ดีครับตรงนี้
ประเด็นที่ ๓ ที่อยากจะพูดก็คือเรื่องงบประมาณการแปรญัตติเพิ่มเติมของ กระทรวงกลาโหมที่มีการแปรญัตติที่จะซื้อรถวีโก้กันกระสุน ๓๐๐ คัน แล้วเพื่อนสมาชิก พูดเหมือนกับว่าจะมีนัยบางอย่าง ผมเชื่อว่ารถพวกนี้ทางรัฐบาลโดยกระทรวงกลาโหม คงไม่ได้มาซื้อขับเล่นท่านประธาน ท่านประธานก็คงจะทราบดีว่าพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้เปึนพื้นที่เสี่ยงภัยเปึนพื้นที่อันตราย ผมมีโอกาสได้ไปภาคใต้ครับ มีเพื่อน ส.ส. ผมอยู่ภาคใต้หลายท่านในพื้นที่ ๓ จังหวัด และทุกจุดล้วนมีความเสี่ยงที่จะเจอระเบิด และทุกจุดล้วนมีความเสี่ยงที่อาจจะเจอมือป๋นรอบยิง แล้วก็เท่าที่ทราบนี่การใช้รถเหล่านี้ ไม่ได้ใช้เฉพาะหน่วยกําลังของทหารเท่านั้นครับ เวลาหน่วยแพทย์มีเกิดปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ หน่วยแพทย์ พยาบาลเขาก็ใช้รถเหล่านี้ในการกันกระสุนเพื่อคุ้มครองชีวิต คนบริสุทธิ์ที่เข้าไปดูแล บางครั้งเพื่อนครูที่อยู่ในพื้นที่ที่มีภารกิจก็ต้องใช้รถกันกระสุนครับ เข้าไปในพื้นที่ ดังนั้นอยากจะให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องทหารนะครับว่าเพื่อนสมาชิก บางครั้งไม่คํานึงถึงความรู้สึกว่าคนที่ปฏิบัติงานในพื้นที่คิดอย่างไรครับ แต่บางครั้ง เพื่อนเราก็ใช้มิติทางการเมืองอย่างเดียวแล้วพูดลอย ๆ ว่าซื้อรถวีโก้กันกระสุน ๓๐๐ คัน ลอย ๆ ก็เหมือนกับซื้อมาทิ้งมาขว้าง แต่จริง ๆ ไม่ใช่ หลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ ผมขอย้ําว่าโดยเฉพาะคุณหมออนามัย อสม. นี่เวลาเกิดเหตุ มีโรคระบาดอะไร ต่าง ๆ เวลาลงพื้นที่เขาใช้รถพวกนี้ทั้งสิ้น คําถามถามว่าถ้าเปึนญาติของท่านอยู่ในพื้นที่ ท่านจะเสี่ยงไหม คิดถึงอกเขาอกเรา แต่อย่าพูดเอาแต่มันอย่างเดียว
ผมมีประเด็นที่อยากจะเรียนว่าฟังแล้วก็ไม่สบายใจถึงประเด็นที่มี การกระชับพื้นที่ มีพี่น้องประชาชนเสียชีวิต ๙๑ ชีวิต แล้วคําพูดลอย ๆ เหมือนกับว่า กล่าวหาว่าทหารของเราพี่น้องประชาชนกองกําลังพลของรัฐบาลหรือทหารของชาติ ทําร้ายประชาชนมันไม่แฟร์ท่านประธานครับ คือถ้าเราตรวจสอบข้อมูลที่เกิดขึ้น ในช่วงระยะเวลาแค่ป้สองป้ ประธานคงจะจําได้มีเพื่อนสมาชิกบางท่าน แต่ไม่ใช่สมาชิก ในสภาแห่งนี้ได้พูดถึงแก้ว ๓ ประการ ไม่ว่าเรื่องพรรคการเมือง เรื่องมวลชน และกองกําลัง ติดอาวุธจําได้ไหมประโยคนี้ กองกําลังติดอาวุธตรงนี้ที่ใส่เสื้อดํา แล้วผมก็เชื่อว่า เปึนความโชคดีอย่างยิ่งของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมเชื่อว่าท่านมีจิตใจ ที่บริสุทธิ์ต่อประเทศครับ มีความซื่อสัตย์ต่อชาติ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังจากเกิดเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน ผมจําได้เลยว่ามีเพื่อน ๆ บอกท่านนายกรัฐมนตรี เครียดมากท่านไม่สบายใจที่เห็นประชาชนเสียชีวิต แต่ปรากฏว่าเราก็นึกไม่ถึงว่า สื่อต่างชาติไม่ว่าจะสํานักข่าวเอพี (AP) อัลจาชีราห์เอาภาพพวกนี้มาเผยแพร่ คนในสังคมไทยถึงจะได้รับรู้ว่ามีคนชุดดํามาทําลายประชาชน มีคนชุดดํามาทําลายทหาร ภาพต่าง ๆ ก็ออกมาทั่วโลกครับ ดังนั้นผมว่าเราต้องให้ความเปึนธรรม ผมพยายาม ที่จะกล่าวพาดพิงเรื่องพวกนี้ให้น้อยที่สุดเพื่อไม่ต้องการทําลายความรู้สึกกัน แต่ถ้า เราแฟร์แบบตรงไปตรงมา ถ้าท่านไม่พาดพิงผมก็ไม่โต้ตอบไม่ชี้แจง เหมือนกับ มีการพยายามบอกว่ามีกําลังทหารเข้ามากระชับพื้นที่ที่สี่แยกราชประสงค์ และหลังจากนั้น มีการเผา ผมก็ต้องพูดประโยคสั้น ๆ ว่าจําได้ไหมว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนที่จะมีเหตุการณ์วันที่ ๒๗ มกราคม ก็มีคนพูดว่า ถ้าพวกคุณยึดอํานาจผมจะเผาทั้งประเทศ จากนั้นอีกไม่กี่วัน ก็มีคนบอกว่าพี่น้องไปเลยถือขวดกันคนละใบมาเติมน้ํามันเอาข้างหน้าบรรจุให้ได้ ๗๕ ซี.ซี. ถึง ๑ ลิตร และประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน กรุงเทพฯ จะเปึนทะเลเพลิง ประโยคพวกนี้มัน ก็เปึนประโยคที่บ่งบอกแล้วว่าใครมีเจตนา