อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการดูแลองค์กรข่าว และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของรัฐและนโยบายของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเน้นการปฏิบัติงานด้านข่าวสารอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความสนใจ ในมาตรา ๕ และโดยเฉพาะในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ผมอยากจะเรียนกับ เพื่อนสมาชิกว่าทางคณะกรรมาธิการก็ได้ให้ความสําคัญแล้วก็ตั้งประเด็นซักถามกับ กรมประชาสัมพันธ์เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งเปึนประเด็นมาเช่นกัน แล้วก็ต้องเรียนกับ เพื่อนสมาชิกว่า กรมประชาสัมพันธ์นั้นได้เสนอของบมา ๑,๔๔๘,๘๐๓,๖๐๐ กว่าบาท และกรรมาธิการก็ได้ปรับลดเหลือ ๑,๔๓๗,๖๔๖,๑๐๐ บาท ต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานว่า ในการซักถามของคณะกรรมาธิการต่อผู้บริหารของกรมประชาสัมพันธ์นั้น นอกเหนือจากซักถามถึงเรื่องประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณแล้ว ก็ยังได้ซักถาม เกี่ยวกับการดําเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็เปึนที่ไม่สบายใจ ของพี่น้องประชาชนบางกลุ่ม ทางผู้มาชี้แจงก็ได้ชี้แจงแล้วก็ได้ให้ขอความเห็นใจว่า การทํางานของกรมประชาสัมพันธ์นั้นอยู่ภายใต้ข้อจํากัดมากมาย
ประการแรกก็คือ การอยู่ภายใต้การทํางานที่เปึนหน่วยงานของรัฐที่จะต้อง สนองตอบนโยบายงานประชาสัมพันธ์ของรัฐ รวมทั้งข้อมูลข่าวสารของรัฐบาล และจะต้อง ทําหน้าที่ในการปฏิบัติงานทางด้านข่าวเพื่อให้องค์กรข่าวซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ดูแลนั้น ได้มีประสิทธิภาพและเปึนที่น่าเชื่อถือของพี่น้องประชาชน กรมประชาสัมพันธ์ ได้มียุทธศาสตร์สําคัญในการทํางานในป้ ๒๕๕๔ อยู่ ๒ ด้านใหญ่ ๆ ก็คือ
การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารของรัฐและนโยบายของรัฐบาลกับ การปฏิบัติงานด้านข่าวสาร งานหลักที่จะดําเนินงานในป้ ๒๕๕๔ ก็คือการประชาสัมพันธ์ เพื่อเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องจากว่าในป้ ๒๕๕๔ นี้เปึนป้ที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา งานที่กรมประชาสัมพันธ์จะทําหน้าที่ ในตรงนี้ก็จะทําให้พสกนิกรจะได้มีส่วนร่วมในการถวายพระพรและแสดงความจงรักภักดี
ภารกิจอีกด้านหนึ่งที่เปึนส่วนสําคัญในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ของรัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่กรมประชาสัมพันธ์จะทําก็คือ การประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้เห็นแล้วว่าในช่วง ที่ผ่านมา เมื่อสถานการณ์ที่เปึนวิฤติของบ้านเมืองได้คลี่คลายลง กรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีสื่อมวลชนในการกํากับดูแล ทั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีโทรทัศน์นั้นก็ได้ ปรับปรุงเนื้อหาสาระแล้วก็บทบาทในการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยที่กว้างขวางมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การเป่ดโอกาสให้ผู้คนที่มี ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในสังคมได้มีโอกาสใช้พื้นที่สื่อของรัฐมากขึ้น เช่น รายการ เป่ดเวทีให้วิปฝ์ายค้านได้มีโอกาสเข้าไปใช้พื้นที่ตรงนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วได้ซักถามกับผู้บริหาร ของกรมประชาสัมพันธ์ก็ได้รับคําตอบว่ารัฐบาลเองก็มีแนวความคิดในการที่จะให้ ผู้นําฝ์ายค้านได้มีเวลาในการแสดงออกในพื้นที่สื่อของรัฐ แต่เนื่องจากว่ามีข้อจํากัดบางประการที่ยังไม่มีผู้นําฝ์ายค้านก็เลยปรับบทบาทในเรื่องของ การให้พื้นที่ตรงนี้เปึนการให้วิปฝ์ายค้านได้ทําหน้าที่ตรงนี้ แล้วก็ถ้าเพื่อนสมาชิก ได้ติดตามการปรับปรุงในส่วนนี้ก็จะเห็นว่าเนื้อหาสาระการให้ข่าวสารของ กรมประชาสัมพันธ์ที่ผ่านสื่อมวลชนในการกํากับดูแลนั้นครับ ในส่วนที่เปึนข่าวสารก็ได้ เคร่งครัดในกรอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นก็คือการให้ความสมดุล ในการเสนอข่าวสาร แล้วก็การเป่ดโอกาสให้แต่ละฝ์ายที่มีความคิดความอ่านที่แตกต่าง กันได้ใช้เวที ได้ใช้พื้นที่ตรงนี้เปึนการสื่อสารถึงพี่น้องประชาชน นอกจากนั้นก็จะมีภารกิจ สําคัญ เช่น การส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ซึ่งสื่อมวลชนของรัฐจะต้องเปึน ผู้นําหน้าในการสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้น กับสังคมไทย ไม่ว่าจะเปึนในสายตาของชาวต่างประเทศหรือแม้กระทั่งความเชื่อมั่นต่อ ประเทศไทยในสายตาของพี่น้องคนไทยด้วยกันเอง นอกจากนั้นกรมประชาสัมพันธ์ ยังมีภารกิจสําคัญในด้านที่ ๒ ก็คือการปฏิบัติงานทางด้านข่าว ซึ่งมีกรมการสํานัก ข่าวแห่งชาติ ซึ่งจะต้องปฏิบัติให้บรรลุในป้ ๒๕๕๔ ซึ่งจะต้องใช้เทคโนโลยีและเนื้อหา สาระในการผลิตเพื่อการประชาสัมพันธ์ แต่อย่างไรก็ตามงานของกรมประชาสัมพันธ์นั้น เมื่อมีภารกิจมากมายกว้างขวางเช่นนี้ก็ยังมีปัญหาอุปสรรค ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พยายามที่จะบอกว่าควรจะตัดงบของกรมของประชาสัมพันธ์ลงให้มากที่สุด ๑๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๕๐ เปอร์เซ็นต์บ้างนะครับ ก็อยากจะเรียนกับท่านว่างานของ กรมประชาสัมพันธ์ซึ่งได้มาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ แล้วคณะกรรมาธิการก็เห็นว่า มีความจําเปึนมาก กรมประชาสัมพันธ์ได้รับงบประมาณที่ไม่เพียงพอในการปรับปรุง หรือซื้อทดแทนเครื่องมือ เครื่องอุปกรณ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์มานาน ก็จะ เห็นว่าอุปกรณ์ชํารุดเสื่อมสภาพล้าสมัย ต้องกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกและท่านประธาน ว่ากรมประชาสัมพันธ์มีสถานีวิทยุกระจายเสียงอยู่ถึง ๗๑ แห่ง สถานีโทรทัศน์อีก ๑๒ แห่ง สถานีเครื่องส่งอีก ๓๘ แห่ง อุปกรณ์เหล่านี้เสื่อมสภาพมา ๓-๔ ป้แล้วทั้งนั้น ซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนะครับ นอกจากนั้นเมื่อจะต้องทํางานในเรื่องของโครงการ สํานักงานข่าวแห่งชาติก็ต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น เพราะฉะนั้นงบประมาณ ที่จัดสรรมาจํานวน ๑,๔๓๗ ล้านบาทนี้ก็ยังถือว่าน้อยอยู่ แล้วทางคณะกรรมาธิการ ก็ได้พยายามที่จะสะท้อนความรู้สึกของพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ ไปยังผู้บริหาร กรมประชาสัมพันธ์เพื่อเปึนข้อสังเกต แล้วก็นําไปปรับปรุงต่อไปนะครับ กราบขอบคุณครับ