สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการและความมั่นคงของชาติ รวมถึงความแตกแยกของคนในชาติ และการรักษาระบอบประชาธิปไตย โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ไม่เป็นธรรมและใช้นโยบายที่ถูกต้องในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๕ สํานักนายกรัฐมนตรี ผมให้ความสําคัญในห้วงเวลาอันจํากัดกับ ๒ หน่วยคือ ก.พ. และ สมช. ท่านประธานครับ ผมได้เห็นข่าวเล็ก ๆ ข่าวหนึ่ง คือ ป.ป.ช. เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย โดยใช้ระบบคุณธรรมผมแปลกใจมากเพราะเรื่องนี้ควรจะเปึนหน้าที่ของ ก.พ. แสดงว่า ป.ป.ช. ได้รับหนังสือร้องเรียนเยอะมากในเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เปึนธรรม ก.พ. เปึนองค์กรกลางในการที่จะพัฒนาระบบราชการ ประเด็นที่เปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้ก็คือ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เปึนธรรม ท่านประธานครับ ปกติข้าราชการนี่อยู่ ๖๐ ป้ ก็เกษียณ หรือบางหน่วยงานอาจจะอยู่เพิ่มบ้างแล้วแต่กฎหมายที่จะกําหนด แต่ นักการเมืองมาแล้ว ๔ ป้ เต็มที่ครับแล้วก็ไปหรือน้อยกว่านั้น ดังนั้นข้าราชการก็จะต้อง เปึนหลักของบ้านเมือง หากระบบในการแต่งตั้งข้าราชการไม่ดีแล้วนี่สมองจะไหล ท่านประธานครับ ผมไม่อยากเห็นระบบราชการมาล่มสลายในยุคนี้สมัยนี้ในสมัยที่ พวกเรามีส่วนร่วมส่งเสริมสนับสนุน ขนาดผมยังคิดเช่นนี้ฝ์ายบริหารต้องคิดให้หนัก มากกว่าผมเปึนหลายเท่าเพราะไม่อย่างนั้นแล้วราชการจะเปึนหลักให้กับบ้านกับเมืองได้ อย่างไร ขณะนี้มีการกล่าวกันว่าใช้เณรมาเปึนสมภาร มีการกล่าวกันพูดกันไปถึง เปรียบเทียบ ถ้าหากจะมองเห็นภาพไม่ชัดมีการกล่าวกันว่าเหมือนกับการตั้งประธาน ศาลฎีกา แต่เอาผู้พิพากษาทั่วไปมาเปึนประธานศาลฎีกาข้าราชการเขาจะรับกันได้ไหม นี่คือสิ่งที่มันเกิดความขัดข้องหมองใจในหมู่ราชการในขณะนี้ ในรายละเอียดผมคงจะเอา ไปลงในส่วนของกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ก.พ. มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลตรงนี้ อีกองค์กรหนึ่งที่ผมเห็นก็คือหมอ หมอเคยลงชื่อนับหมื่นเพื่อแยกออกจาก ก.พ. เพราะเขามี วิชาชีพของเขา เดี๋ยวนี้หมอในชนบทแทบจะไม่มีเพียงพอในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน เพราะอะไร เพราะหมอเขาก็ต้องออกมาตามภาวะเศรษฐกิจมาอยู่ใหญ่ มาอยู่ในถิ่น ที่เศรษฐกิจดียอมเสียค่าทุนรอนต่าง ๆ ที่ได้มา นี่ก็คือสิ่งที่ ก.พ. จะต้องมาดูแลไม่ใช่ให้ หมอดิ้นรนกระเสือกกระสนกันเองเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ผมขอให้กําลังใจรองเลขาธิการ ก.พ. คนใหม่ที่ได้รับแต่งตั้ง ขอให้กําลังใจ

ในส่วนที่ ๒ อีกหน่วยหนึ่งที่ผมให้ความสําคัญก็คือสํานักงาน สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. สมช. มีภารกิจเปึนที่ปรึกษาเสนอแนะนโยบาย มาตรการและแนวทางปฏิบัติด้านความมั่นคงของชาติต่อสภาความมั่นคง และคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ปัญหาความมั่นคงของชาติถ้ามาจัดลําดับความสําคัญกันแล้ว ผมคิดว่ามีมากมาย ขึ้นตามลําดับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ผมดีใจ แม้จะเปึนข่าวเล็ก ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์ก็คือ สมช. กําลัง ปรับบทบาทภารกิจให้สอดคล้องกับภัยความมั่นคงที่เข้ามามีปัญหากับประเทศชาติของเรา ในขณะนี้ ผมให้ความสําคัญเรื่องนี้อย่างยิ่งยวด เพราะภัยของความมั่นคงนี่เปึนเรื่องที่สําคัญ และเกี่ยวข้องกับประชาชนคนไทยทุกคน ผมคิดว่าขณะนี้ปัญหาแรก ๆ เลย ๓-๔ ปัญหา โดยส่วนตัวที่ผมเห็นนะครับ

ปัญหาแรก ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเห็นว่าปัญหานี้เปึน ปัญหาสําคัญอย่างยิ่ง งบดับไฟใต้ป้ ๒๕๕๔ ตั้งไว้ ๑.๙ หมื่นล้านบาท ช่วง ๗ ป้ที่ผ่านมา ระหว่างป้ ๒๕๔๗-๒๕๕๓ ใช้งบสูงถึงเกือบ ๑.๓ แสนล้านบาท ซึ่งงบจํานวนดังกล่าว อาจใช้สร้างโรงพยาบาลชุมชนได้ถึง ๑,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ แต่ความรุนแรงใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ไม่ดีขึ้น ผมเห็นใจเจ้าหน้าที่ทหาร ตํารวจ อส. ฝ์ายปกครอง ซึ่งต้อง ดําเนินการตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเหน็ดเหนื่อยแสนสาหัสเอาชีวิตเข้าแลก แต่ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนซึ่งต้องอยู่ที่นั่นตั้งแต่เกิดจนตายก็ต้องเปึนผู้รับ ความเดือดร้อนอย่างหนักสาหัสเช่นกัน แม้รัฐบาลจะอ้างว่าใช้การเมืองนําการทหาร ใช้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แต่ผมเข้าใจว่าโดยข้อเท็จจริงน่าจะเปึน การใช้การทหารและงบประมาณนําการเมืองมากกว่า ข้อเท็จจริงน่าจะเปึนอย่างนั้น สมช. น่าจะเสนอแนะรัฐบาลได้แล้วว่าควรปรับยุทธศาสตร์หรือแนวทางในการแก้ไข ปัญหาได้แล้ว เพราะมิฉะนั้นปัญหาจะยิ่งถลําลึก ถ้ายุทธศาสตร์ถูกปัญหาคง ไม่บานปลายเช่นนี้ ขอเสนอแนะนะครับว่าควรปรับยุทธศาสตร์หรือแนวทางในการแก้ไข ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้แล้ว

ในเรื่องที่ ๒ ที่เกี่ยวกับ สมช. ก็คือปัญหาความแตกแยกของคนในชาติ สมช. ได้เสนอแนะรัฐบาลอย่างไร เรื่องนี้เปึนประเด็นสําคัญยิ่งและเปึนปัญหาที่ลงรากลึก ยังพี่น้องประชาชนชนบทชาวรากหญ้า สําคัญจริง ๆ ครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมดีใจ ที่ท่านมาฟังในเรื่องนี้ ปัญหาความแตกแยกของคนในชาติขณะนี้หนักหนาสาหัส ถ้าไม่ได้ แก้ไขให้ตรงจุดและปัจจัยเวลาสําคัญที่สุด ผมเห็น สมช. ต้องมาทําวีซีดีให้กับ ศอฉ. ในเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน และวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมแข้งขาอ่อนเลยครับท่านประธาน ทําไมแข้งขาอ่อน เพราะ สมช. ต้องดูงาน ด้านนโยบาย ให้คําแนะนําต่อคณะรัฐมนตรี ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่ใช่มาทํา เรื่องแบบนี้ ดังนั้นปัญหาเรื่องความแตกแยกเปึนเรื่องของความละเอียดอ่อนลึกซึ้ง ถ้าไม่เข้าใจถึงปัญหาบ้านเมืองจะแตกแยกไปอีกนาน และปัจจัยเวลาเปึนปัจจัยสําคัญ สูงสุดในการแก้ไขปัญหา ผมเคยถาม พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยแก้ไขปัญหาความแตกแยกในบ้านเมือง ท่านบอกว่าทําหลายคน มีผู้หลักผู้ใหญ่ บ้านเมืองทําหลายคน และท่านไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย เพียงแต่มันรบกันเหนื่อยครับ เหนื่อยทั้ง ๒ ฝ์ายเปึนสิบป้ แล้วก็ตายป้ละมาก ๆ จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชทานเพลิงศพทุกป้ ๆ ยังความทุกข์โทมนัสมาสู่ ๒ พระองค์ การแก้ไขปัญหาในขณะนั้นใช้การเมืองนําการทหาร แต่ที่สําคัญอีกประการหนึ่งก็คือใช้หลักทางศาสนาครับ มีเมตตาและอภัย เดี๋ยวนี้ หลักสําคัญทางศาสนาของเรามันหายไป ถ้าใช้การเมืองนําการทหารมีเมตตาและอภัย ที่สําคัญปัจจัยเวลาสําคัญที่สุด ถ้าแก้ไขปัญหาปรับยุทธศาสตร์หรือแนวทางนี้ผมคิดว่า จะแก้ไขปัญหาได้อย่างไม่ยากเย็น

ปัญหาความมั่นคงอีกเรื่องหนึ่งที่ผมให้ความสําคัญก็คือปัญหาความมั่นคง ตามแนวชายแดน ท่านประธานครับ ผมไม่ทราบว่า สมช. ได้เสนอแนะคณะรัฐมนตรี อย่างไร ทําไมปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหากับประเทศเพื่อนบ้านไปหมด ผมคงไม่ต้องพูด ลงรายละเอียดเพราะไม่ชอบที่จะกระทบในสิ่งที่มันจะเปึนปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ในอดีตเราเปลี่ยนสนามรบเปึนสนามการค้า แต่ปัจจุบันสนามการค้าจะเปึนสนามรบ หรือไม่ ถ้าเราไม่ใช้ความรอบคอบในการแก้ไขปัญหานี้ดําเนินนโยบายด้านความมั่นคง ตามแนวชายแดนไม่ถูกต้อง ปัญหามีอยู่ว่านโยบายถูกต้องหรือเปล่า หรือใช้คนถูกต้อง ไหม ทั้ง ๒ อย่างต้องไปด้วยกัน จริงอยู่คนนี้อาจจะใช้ถูกต้องในการไล่ล่าคน ติดตามคน เพราะเขามีบุคลิกอย่างนั้น แต่ถ้ามาใช้ในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีแต่พังกับพังครับ เพราะบุคลิกเขาเปึนอย่างนั้น สําคัญอยู่ที่คนใช้ครับท่านประธาน ปัญหาความมั่นคงเปึนเรื่องละเอียดอ่อนลึกซึ้ง ผมคิดว่าการดีเบท (Debate) เรื่องความมั่นคง คงจะเปึนครั้งสุดท้ายที่จะออกทางทีวี เพราะผมไม่อยากจะให้มีการเปลือยล่อนจ้อน ให้มิตรประเทศเห็นเรามาเถียงกันเรื่องความมั่นคงเป่ดเผยไปยังมิตรประเทศของเรา ได้รับรู้ เราควรสามัคคีกันครับ โดยเฉพาะเรื่องความสามัคคี เรื่องความมั่นคงต้องสามัคคีกัน ต้องช่วยกัน ถึงแม้จะอยู่คนละขั้วคนละฝ์าย แต่ถ้าเปึนเรื่องความมั่นคงของชาติแล้ว เราอย่าไปทะเลาะให้เขาเห็นครับ เราต้องร่วมมือกันและทําเรื่องนี้ให้ดีที่สุดกับบ้านเมือง

ประเด็นสุดท้ายที่ผมให้ความสําคัญเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงก็คือ การรักษาระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ประเทศไทย มีประวัติศาสตร์มาช้านานว่า ผู้นําของเราคือองค์พระมหากษัตริย์ที่รักษาชาติบ้านเมือง มาให้เราทุกวันนี้ ขณะนี้วิชาประวัติศาสตร์ของเราถูกละเลย ทําอย่างไรถึงจะนําวิชา ประวัติศาสตร์มาให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่าองค์พระมหากษัตริย์นั้นได้รักษาชาติ รักษา บ้านเมืองมาให้เราจนทุกวันนี้ ในสภาแห่งนี้เคยมีการชี้หน้ามาอีกฝัืงหนึ่งว่าพวกเราไม่เปึน ผู้จงรักภักดี ผมเจ็บปวดมากและคิดว่าหลายท่านก็เจ็บปวด แต่ผมคิดว่านั่นอารมณ์ ที่เกิดขึ้น ทําให้คิดว่าอีกฝัืงหนึ่งเปึนพวกที่ไม่จงรักภักดี นั่นเปึนเรื่องที่เกิดในสภามาแล้ว แต่ขณะนี้ท่านประธาน ผมอยากจะขอร้องท่านนายกรัฐมนตรี ปัายทั่วประเทศโดยเฉพาะ ในภาคอีสานของผมติดตั้งทุกจังหวัดปกปัองสถาบัน คนอีสานเขาน้อยใจครับท่านประธาน เขาน้อยใจว่าเขาไม่จงรักภักดีตรงไหน ทําไมเราจะผลักคนอีกฝัืงหนึ่งไปอีกฝัืงหนึ่ง และในแง่จิตวิทยาถ้าเราขึ้นในเรื่องแบบนี้มาก ๆ มันก็จะทําให้เปึนที่ระคายเคือง มากยิ่งขึ้น ทําอย่างไรตรงนี้จะเปึนเรื่องวาระแห่งชาติที่พวกเราจะร่วมไม้ร่วมมือกัน ในการที่จะดํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ผมให้ความสําคัญกับเรื่องนี้เปึนพิเศษอย่างยิ่งยวดในฐานะที่เคยรับราชการมา ขอขอบคุณครับท่านประธาน