วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบคำถามเกี่ยวกับการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย โดยหารือเรื่องปัญหาการขุดเจาะน้ำมันในอ่าวไทย และเรียกร้องการรับรองความปลอดภัยและป้องกันการรั่วไหลของน้ำมัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ขอตอบกระทู้ถามของท่านธานี เทือกสุบรรณ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านธานีเปึนอย่างมากนะครับ ที่ท่านแสดงความห่วงใยแทนพี่น้อง ประชาชนชาวปักษ์ใต้ที่อยู่บริเวณอ่าวไทยถึงเรื่องความวิตกกังวลถึงผลกระทบที่อาจจะ เกิดขึ้นต่อการขุดเจาะน้ํามันในอ่าวไทย ผมก็ต้องขอบคุณครับที่ผมจะได้มีโอกาสชี้แจง ให้ท่านทั้งหลายในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้ทราบ ข้อเท็จจริง เพราะผมเชื่อว่าประชาชนบางท่านนี่อาจจะเข้าใจข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อน ไปจากความเปึนจริงแล้วอาจจะก่อให้เกิดความวิตกเกินกว่าเหตุก็เปึนไปได้นะครับ
คําถามแรก ผมอยากจะเรียนว่าแหล่งสัมปทานที่ขุดเจาะน้ํามันในบริเวณ อ่าวไทยที่มีการร้องเรียนคัดค้านกันเมื่อไม่กี่วันมานั้นนะครับ ขอเรียนว่าเปึน ๔ แหล่ง
๑. แหล่งของบริษัท ซาลามานเดอร์ เอนเนอร์ยี่ (บัวหลวง) ลิมิเต็ด จํากัด
๒. แหล่งบริษัท เพิร์ล ออย (อมตะ) จํากัด
๓. แหล่งบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสํารวจและผลิต จํากัด และ
๔. แหล่งบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จํากัด
ขอเรียนว่าใน ๔ แหล่งนี้แหล่งบริษัท ซาลามานเดอร์ เอนเนอร์ยี่ (บัวหลวง) ลิมิเต็ด จํากัด นั้นนี่ หรือเปึนแปลงบี ๘/๓๘ (B8/38) ได้รับสัมปทานตั้งแต่วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๓๙ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา ท่านไม่ได้ผิดอะไร ส่วนอีก ๓ แหล่ง คือแหล่งบริษัท เพิร์ล ออย (อมตะ) จํากัด บริษัท เชฟรอน ประเทศไทย สํารวจและผลิต จํากัด บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จํากัด นั้นได้รับสัมปทาน ในรัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง พอเลือกตั้งรัฐบาลนี้รัฐสภาสมัยวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ จําได้นะครับ บริษัท เพิร์ล ออย (อมตะ) จํากัด ได้รับแปลง ๖/๔๘ ได้รับสัมปทานวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๐ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสํารวจและผลิต จํากัด และบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จํากัด บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสํารวจและผลิต จํากัด แปลง จี ๔/๕๐ (G4/50) บริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จํากัด แปลง จี ๕/๕๐ (G5/50) ได้รับสัมปทาน วันเดียวกัน วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๐ รัฐบาลนี้ไม่ได้ออกสัมปทานให้มีการขุดเจาะ สํารวจป่โตรเลียมในอ่าวไทยเลย ที่ออกไปแล้ว ๕ แปลงสํารวจเปึนบนบกทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามจากกรณีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่อ่าวเม็กซิโกแล้วก็ทําให้พี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งนั้นเกิดความวิตกกังวลว่ามันจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยอีกหรือไม่ ก็ขอเรียนว่า สภาพทางภูมิศาสตร์ ทางธรณีวิทยาของอ่าวเม็กซิโกกับอ่าวไทยนั้นมีความแตกต่างกัน ค่อนข้างมาก โอกาสที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเหมือนกันไหม น้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย เพราะอะไรครับ ๑. แหล่งขุดเจาะน้ํามันของ บีพี (BP) ที่มีเกิดปัญหาขึ้นนั้น เปึนแหล่ง ในน้ําลึก น้ําลึกถึงขนาด ๑.๖ ๑,๖๐๐ เมตร แล้วก็เจาะหลุมไปลึกใต้ผิวดิน อีกประมาณ ๕ กิโลเมตร ส่วนทะเลในอ่าวไทยนั้นเปึนทะเลตื้นมีความลึกประมาณ ๓๐-๘๐ เมตร เท่านั้น แล้วก็เจาะไปใต้ผืนดินประมาณ ๒-๓ กิโลเมตร ความดันในแหล่งน้ํามัน ในอ่าวเม็กซิโกนั้นของบีพีที่เกิดปัญหาสูงมาก ความดันขนาด ๑๓,๐๐๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว แต่ในขณะที่ความดันของบ่อน้ํามันในอ่าวไทย น้ํามันในอ่าวไทยนี่ เราเจาะมา ๕,๐๐๐ หลุมครับ ในปัจจุบันนี้ในช่วง ๓๐ เปึน ๔,๕๐๐ หลุมนั้นเปึนก๊าซธรรมชาติ อีกเพียง ๔๗๖ หลุม เปึนน้ํามัน ปรากฏว่าความดันในแหล่งหลุมน้ํามันของไทยนั้นต่ํามากไม่สามารถจะพุ่ง ขึ้นมาเองได้ต้องใช้ปัูมดูดขึ้นมาถึงจะขึ้นมาได้ ตรงกันข้ามกับความดันน้ํามัน ในอ่าวเม็กซิโกที่มันพุ่งขึ้นมาในขนาดความดัน ๑๓,๐๐๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ที่ก้นหลุม ที่ปากหลุมก็ประมาณ ๘,๐๐๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว และกระบวนการเครื่องปัองกัน การรั่วไหลของน้ํามัน ที่ภาษาอังกฤษเขาเรียก โบรว์ เอาท์ พรีเวนเตอร์ (Brow Out Preventer) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า บีโอพี (BOP) นั้น ธรรมดาแล้วมันจะติดตั้งอยู่บนแท่นขุดเจาะเวลามีปัญหา รั่วไหลเกิดขึ้นก็สามารถที่จะไปแก้ไขได้ทันที แต่ที่เม็กซิโกนั้นเนื่องจากน้ํามันลึก มันไม่สามารถตั้งที่แท่นขุดเจาะได้ต้องไปตั้งที่ผิวดินใต้ระดับน้ําทะเลไป ๑,๖๐๐ เมตร ต้องใช้หุ่นยนต์ในการควบคุมกํากับในการทํางานในกรณีมีปัญหาเกิดขึ้น มันทําให้เกิด ความยากลําบากในการที่จะแก้ไขปัญหาเวลามีการรั่วไหลของน้ํามันขึ้นมา ตรงกันข้าม กับของไทยเรานี่ครับ เราติดตั้งบนแท่นขุดเจาะ มีปัญหาปัูบเราสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที แล้วระบบเปึนมาตรฐานสากลครับ ทุกแท่นเจาะนี่ครับมันจะมีระบบปัองกันนิรภัย กันการรั่วไหลออกมานี่ ๓ ชั้น ชั้นที่ ๑ ชั้นที่ ๒ ชั้นที่ ๓ ในกระบวนการขุดเจาะน้ํามันก็ดี ขุดก๊าซธรรมชาติก็ดีนั้น เราได้มีมาตรการทางด้านกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้รับสัมปทาน นั้นต้องดําเนินการให้เปึนตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ๒. ต้องมีมาตรการรักษา ความปลอดภัย มีมาตรการบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ๓. ต้องดูแลใส่ใจไม่ให้มี ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเด็ดขาด ผมขออนุญาตที่จะอ่านกฎกระทรวงให้ท่านทราบ เพื่อความชัดเจนครับว่า กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ ออกตามความใน พ.ร.บ. ป่โตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ข้อ ๒ ก่อนลงมือสํารวจป่โตรเลียมในบริเวณใด ผู้รับสัมปทานต้องแจ้ง รายการดังต่อไปนี้เปึนหนังสือให้อธิบดีทราบ หมายถึงอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน คือ ๑. วิธีการสํารวจ ๒. ระยะเวลาที่จะใช้ ในการสํารวจ ๓. ชื่อและที่อยู่ของตัวแทนของผู้รับสัมปทานที่จะปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ บริเวณสํารวจ ๔. รายละเอียดที่จําเปึนเกี่ยวกับการสํารวจ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง รายการตามวรรคหนึ่ง ผู้รับสัมปทานต้องแจ้งเปึนหนังสือให้อธิบดีทราบล่วงหน้า ไม่น้อยกว่ายี่สิบวันนับแต่วันที่เปลี่ยนแปลง เมื่ออธิบดีเห็นว่ารายการที่แจ้งตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสองมีรายละเอียดไม่เพียงพอ และสั่งให้ผู้รับสัมปทานแก้ไขเพิ่มเติมภายใน สิบห้าวันนับแต่วันที่มีคําสั่ง ผู้รับสัมปทานต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ข้อ ๓ เพื่อปัองกันไม่ให้เกิด ความเสียหายแก่ทรัพย์สินของแผ่นดินหรือบุคคลอื่น ผู้รับสัมปทานต้องกระทําการอันอยู่ ในวิสัยที่จะกระทําได้ดังต่อไปนี้ ๑. กรุผนังหลุมสํารวจหรือหลุมผลิตป่โตรเลียมหรือ ท่อโลหะและใช้ซีเมนต์ยึดและอุดช่องว่างระหว่างผิวด้านนอกของท่อกรุกับผนังหลุมนั้น ทั้งนี้ ตามหลักเทคนิคและวิธีปฏิบัติงานป่โตรเลียมที่ดี (๓) ควบคุมการไหลของป่โตรเลียม และปัองกันไม่ให้ป่โตรเลียมรั่วไหลหรือสูญเสียไปโดยไร้ประโยชน์ (๕) ใช้มาตรการ ที่จําเปึนเพื่อ ก. ปัองกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ชั้นน้ํามันดิบหรือก๊าซที่อยู่ใกล้เคียง ข. ปัองกันไม่ให้น้ําในชั้นน้ํามันดิบหรือก๊าซเข้าไปในหลุม และปัองกันไม่ให้น้ําจากภัยนอก เข้ามาในชั้นน้ํามันดิบหรือก๊าซ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการใช้น้ําในการผลิตขั้นสอง ในการรักษา แรงกดดันของแหล่งสะสมป่โตรเลียม ค. ปัองกันไม่ให้ป่โตรเลียม น้ําเค็ม น้ําโคลนที่ได้ใช้ ในการเจาะหรือสิ่งโสโครกอื่นใดรั่วไหลเข้าไปในแหล่งน้ําธรรมชาติใต้ดิน ท่านถามว่าแล้ว มีการรับฟังความเห็นประชาชนหรือไม่ เราทําตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ทําตามกฎหมาย ป่โตรเลียม และทําตามรัฐธรรมนูญทุกประการ ในขั้นตอนนั้นเมื่อผู้รับสัมปทาน ได้รับสัมปทานแล้วก็จะต้องไปทําอีไอเอ ทําการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทําอีไอเอแล้วนี่ต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ๒ ครั้ง ครั้งแรกรับฟังทั่วไป ทั้ง ๑๕ จังหวัดริมฝัืงทะเลอ่าวไทยทั้งหมด เสร็จแล้วก่อนจะขุดเจาะสํารวจนี่ก็ต้องรับฟัง ประชาชนในบริเวณใกล้เคียงอีก ทําเสร็จแล้วได้รับอนุญาตให้ขุดเจาะแล้วก็ไปขุดเจาะ การขุดเจาะตอนนี้ทั้งบริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสํารวจและผลิต จํากัด ทั้งบริษัท เพิร์ล ออย (อมตะ) จํากัด ทั้งบริษัท นิวคอสตอล (ประเทศไทย) จํากัด ก็ดีนั้นนะครับ ยังไม่ได้ขุดเจาะเลย แล้วก็ยังไม่ทราบว่า ถ้าขุดเจาะไปแล้วนี่จะพบน้ํามันหรือไม่ จะพบก๊าซหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ ตอนนี้อยู่ในขั้น ทําการประชาพิจารณ์ สมมุติว่าไปขุดเจาะเจอน้ํามันก็ดี ก๊าซธรรมชาติก็ดีนั้นเวลาจะทํา ผลิตจริง ๆ ต้องทําอีไอเออีกครั้งที่ ๒ ต้องทําประชาพิจารณ์รับฟังเสียงประชาชนอีก ๒ ครั้งอีกเหมือนเดิม ต้องทําแผนการดําเนินการให้กรมพลังงานเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตรวจสอบอีกว่ามีแผนที่ชัดเจนแน่นอนเปึนไปตามกฎหมาย เปึนไปตามลําดับการรักษา ความปลอดภัย เปึนไปตามลําดับที่การจะไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่ อันนั้น เรียกว่ามาตรการต่าง ๆ นั้นมีความเข้มแข็งแน่นหนามาก และเปึนไปตามมาตรฐานสากล ผมขอเรียนว่าโครงการต่าง ๆ นั้นอยู่ในขั้นการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ยังไม่มี การสํารวจเลย ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาการได้รับสัมปทานนั้นยังไม่มีโอกาสก่อให้เกิดผล เสียหายอะไรเลยแล้วก็ไม่ได้ทําอะไร ยังไม่ได้เจาะ แค่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ขอตอบคําถามท่านผู้ถามกระทู้ถามสดครับว่า ณ ขณะนี้เราทําตามกฎหมายทุกอย่าง รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทําอีไอเอ แล้วยังไม่ได้ขุดเจาะ ยกเว้นบริษัท ซาลามานเดอร์ เอนเนอร์ยี่ (บัวหลวง) ลิมิเต็ด จํากัด ที่รับสัมปทาน ป้ ๒๕๓๙ นั้นได้ขุดเจาะไปบางส่วน ได้ปริมาณน้ํามันประมาณ ๙,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน อยากจะเจาะหลุมใหม่นี้ก็ทําตาม รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กําลังดําเนินการอยู่เช่นเดียวกัน ยังไม่ได้เจาะหลุมใหม่ครับ ขอตอบคําถามได้แค่นี้ก่อน ขอบคุณครับ