อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มีนาคมและเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 และชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และเสนอว่าศาลได้ใช้ดุลยพินิจและให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการประกันตัว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สิ่งที่ท่านสมาชิกได้ถามกระทู้ถามเมื่อสักครู่ ความจริงมีหลายเรื่องซึ่งมีการตอบชี้แจงไปแล้วตั้งแต่วันที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ว่าเมื่อท่านเท้าความขึ้นอีก ผมก็มีความจําเปึนในการที่จะต้องชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้น บางประการไม่ให้เกิดความสับสนนะครับ
ประการแรก ถ้าย้อนกลับไปถึงเรื่องของการชุมนุมเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ก็ถูกต้องครับว่าขณะนั้นรัฐบาลก็ได้พยายามบริหารสถานการณ์บนความเคารพในสิทธิ ของพี่น้องประชาชนตามรัฐธรรมนูญที่มาชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ดังจะเห็นได้ว่า ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคมไปจนถึงต้นเดือนเมษายน รัฐบาลก็ได้ พยายามในการที่จะไม่ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกัน แล้วตัวกระผมเองก็ได้ไปเจรจา กับผู้นําการชุมนุมด้วยตัวเองเพื่อหาทางออก แล้วก็เสนอทางออกในเรื่องของการยุบสภา และการเลือกตั้งแต่ว่าถูกปฏิเสธ ต่อมาเมื่อถึงวันที่ ๗ เมษายน ซึ่งเกิดเหตุที่สภา ก็ขอเรียนว่า ที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ไม่ใช่นะครับ กลุ่มผู้ชุมนุมที่บุกเข้ามาในสภาไม่ได้มาบุกทวงถาม ในเรื่องข้อเรียกร้องของการชุมนุมครับ แต่มีการอ้างในเรื่องของแก๊สน้ําตาว่ามีการไปยึดมาได้ จากทางเจ้าหน้าที่ตํารวจทั้ง ๆ ที่เราเองยังไม่ได้ใช้ แล้วก็อ้างว่าจําเปึนที่จะต้องเข้ามาเพื่อ สอบถามว่าเปึนของใคร อย่างไร จากตัวท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้วการเข้ามาก็อยากจะขอเรียนว่ามีปัญหาครับ ไม่ได้เข้ามาในลักษณะที่เปึนเรื่อง ของการชุมนุมโดยสงบ มีการกระทบกระทั่งกับทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งในที่สุดก็ทําให้รัฐบาลตัดสินใจในการที่จะประกาศภาวะฉุกเฉินตามพระราชกําหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินครับ ต่อมาอยากจะขอเรียนนะครับที่ท่านบอกว่า การชุมนุมกระทําผิดกฎหมายบางฉบับบ้าง แต่ว่ายังเปึนการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ก็ขอเรียนว่าไม่ใช่ครับ วันที่ ๘ เมษายน ศาลมีคําวินิจฉัยว่าการชุมนุมที่ได้ดําเนินการมา ในขณะนั้นได้ทําเกินเลยขอบเขตของรัฐธรรมนูญไปแล้ว ในรัฐธรรมนูญนั้นจะมีมาตรา ที่กําหนดในเรื่องของสิทธิการชุมนุมเอาไว้แต่ก็จะเปึนการชุมนุมที่สงบปราศจากอาวุธ แล้วก็การควบคุมการชุมนุมนั้นสามารถใช้อํานาจตามกฎหมายเวลาที่มีสถานการณ์ ฉุกเฉิน แล้วก็เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก การชุมนุม วันที่ ๘ ศาลชี้ชัดครับว่าเปึนการชุมนุมซึ่งเกินเลยขอบเขตของรัฐธรรมนูญไปแล้ว ส่วนเมื่อวันที่ ๑๐ นั้นที่รัฐบาลพยายามเป่ดพื้นที่ในเรื่องของการจราจร ก็ขอเรียนครับว่า ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงช่วงค่ํา แล้วก็เห็นชัดเจนว่าไม่ได้ มีการใช้ความรุนแรงดังจะเห็นได้ว่าไม่มีใครเสียชีวิตเลยในช่วงตั้งแต่ประมาณบ่ายโมงครึ่ง เปึนต้นไปจนถึงช่วงค่ํา เมื่อถึงช่วงค่ําทาง ศอฉ. ก็ได้มีการดําเนินการสั่งให้มีการถอนกําลัง ดังจะเห็นได้ว่าในส่วนของตรงบริเวณสะพานมัฆวานทางเจ้าหน้าที่ก็ถอยกลับไปตั้งอยู่ใน สถานที่ราชการ แต่ปัญหาไปเกิดขึ้นที่บริเวณสี่แยกคอกวัวครับ เนื่องจากว่าการถอยกลับนั้น เกิดมีกลุ่มประชาชนมาป่ดล้อมในด้านหลังทําให้เกิดปัญหาในการถอยกลับไป แล้วก็ สุดท้ายครับความรุนแรงก็เกิดขึ้นจากกลุ่มคนที่ติดอาวุธที่ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมก็เปึน ผู้ก่อการร้ายในการใช้ความรุนแรงเข้ามาก็เกิดความสูญเสียขึ้น ซึ่งการสูญเสียทั้งหมดนั้น ก็มีการดําเนินการในการสืบสวนสอบสวนปัจจุบันก็เปึนคดีพิเศษด้วย แล้วก็มีคณะกรรมการอิสระที่รัฐบาลได้ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว เช่นเดียวกันประมาณกลางเดือนพฤษภาคมสิ่งที่รัฐบาลพยายามทําก็คือไม่เข้าไปสลาย การชุมนุม แต่พยายามป่ดล้อมเพื่อที่จะให้เปึนลักษณะของการกดดันให้การชุมนุมนั้น สามารถยุติลงไปได้เอง แต่การปะทะที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจากจุดที่ทางเจ้าหน้าที่ป่ดล้อม การชุมนุมอยู่ ไม่ใช่บริเวณของการชุมนุมที่มีการเข้าไปสลายแต่ประการใด แล้วการปะทะกัน ก็เกิดขึ้นก็มีการใช้อาวุธเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เปึนปัญหาซึ่งจะต้องมีการสอบ ข้อเท็จจริงต่อไป ท่านถามผมว่าคืนวันที่ ๑๙ ที่เหตุการณ์เกิดขึ้นที่วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ผมอยู่ที่ไหน อย่างไร ขอเรียนว่าผมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แล้วการชุมนุมตั้งแต่ ช่วงบ่ายมีการสลายไปแล้ว รัฐบาลและ ศอฉ. ก็มีแนวทางชัดเจนคือไม่ให้เจ้าหน้าที่ เข้าไปในบริเวณที่ยังมีกลุ่มประชาชนอยู่เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้น แต่ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ที่เคลื่อนเข้ามาจากบริเวณสนามกีฬามาตรงบริเวณสยามสแควร์ใกล้กับวัด เกิดขึ้นเพราะมีการวางเพลิงสยามสแควร์ แล้วก็มีความจําเปึนในการที่จะต้องไปคุ้มครอง รถดับเพลิง ซึ่งเมื่อเข้าไปพยายามจะดับเพลิงกลับถูกยิงสวนออกมา นั่นคือเหตุที่มันเกิดขึ้น ส่วนปัญหาว่าเกิดอะไรขึ้นกับการปะทะกันบริเวณสยามสแควร์แล้วต่อเนื่องมาจนถึง ตรงวัดปทุมวนารามราชวรวิหารหรือไม่ อย่างไร ก็กําลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ผมกราบเรียนว่าผมเองได้รับทราบว่ามีปัญหาขึ้น มีคนถูกยิงจากข้างนอกแล้วเข้าไปใน บริเวณวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร ติดต่อไปทาง ศอฉ. อยากให้ ศอฉ. นําตัวออกมา เพื่อรับการรักษาพยาบาล เราก็พยายามประสานจะให้รถพยาบาลเข้าไป แต่ปรากฏว่า เมื่อพยายามที่จะเข้าไปก็ถูกยิงอยู่ตลอดเวลา ใช้เวลาอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมงกว่าที่จะเข้าไป ช่วยบุคคลที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บออกมาจากทางวัดปทุมวนารามราชวรวิหารได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ เปึนการยืนยันว่ารัฐบาลหรือ ศอฉ. นั้นไม่มีแนวความคิดใด ๆ หรอกครับที่จะไปใช้ การสลายการชุมนุมหรือการที่จะไปเอาชีวิตของพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ แต่เหตุการณ์ ข้อเท็จจริงทั้งหลายเกิดอะไรขึ้นบ้างก็เปึนเรื่องที่ขณะนี้จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วก็สอบสวนดําเนินการตามกฎหมายต่อไป ผมขอเรียนครับว่าที่ท่านบอกว่าปัจจุบันรัฐบาล จะเอา พ.ร.ก. ไปใช้ในการเปึนเครื่องมือกลั่นแกล้งหรือในการคุกคามฝ์ายตรงข้ามทางการเมือง ไม่มีครับ แล้วสิ่งที่รัฐบาลพยายามทําในขณะนี้ก็คือเรากําลังที่จะนําบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ โดยการใช้กฎหมายปกติ จะเห็นได้ว่าในช่วงที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินนั้นจะครอบคลุมถึง ๒๔ จังหวัด และในการประกาศครอบคลุม ๒๔ จังหวัด เมื่อเหตุการณ์เริ่มสงบลงรัฐบาล ก็ได้เดินหน้าในการยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินหรือยกเลิกภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ มากกว่าครึ่งแล้ว ขณะนี้ก็คือเหลือไม่ถึงครึ่ง ซึ่งเปึนการยืนยันว่ารัฐบาลยังเดินหน้า พยายามที่จะยกเลิก พ.ร.ก. อยู่ ในระหว่างที่กําลังมีการดําเนินการในขณะนี้จะเห็นว่า การออกหมายจับก็ดี หรือการใช้อํานาจที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินคดีนั้นไม่ได้เปึนการออก หมายจับตาม พ.ร.ก. นะครับ ขณะนี้ก็ใช้กระบวนการตามวิธีพิจารณาความอาญา และแม้มีการใช้ พ.ร.ก. ในช่วงก่อนหน้านี้การจะออกหมายจับได้นั้นก็ต้องได้รับอนุมัติจาก ศาลครับ ไม่ใช่เปึนอํานาจของฝ์ายบริหารที่จะไปออกหมายจับตามใจชอบ นอกจากนั้น การปฏิบัติต่อผู้ถูกคุมขังก็เปึนไปตามกฎระเบียบเสมอภาคกับทุก ๆ คนที่อยู่ในสถานะ เดียวกัน ถ้าจะมีข้อยกเว้นท่านก็จะเห็นว่าในช่วงที่คุณก่อแก้วออกมาสมัครรับเลือกตั้ง ก็ไม่ได้มีการไปตีตรวนนะครับ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมเพราะเปึนภารกิจที่มาสมัครรับ เลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนยืนยันว่า ไม่มีกรณีที่รัฐบาลจะมีความตั้งใจในการใช้ พ.ร.ก. มากลั่นแกล้งคุกคามกับผู้ที่อยู่ตรงกันข้าม ในทางการเมือง การดําเนินการในการรักษาความสงบเรียบร้อยขณะนี้ในบางพื้นที่ยังมี ความจําเปึนที่จะต้องใช้อํานาจตาม พ.ร.ก. เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติว่าการใช้อํานาจใด ๆ ตาม พ.ร.ก. นั้น ต้องทําอย่างโปร่งใส แล้วก็ขอให้มีการเผยแพร่ต่อสาธารณะว่ามีการใช้อํานาจตาม พ.ร.ก. ที่ใด เมื่อไร โดยใคร ส่วนการดําเนินการอื่น ๆ นั้นเปึนไปตามกระบวนการของวิธีพิจารณา ความอาญา
ส่วนประเด็นที่ว่ามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไร ก็ขอกราบเรียนว่าศาลเองก็ได้ใช้ดุลยพินิจแล้วก็เป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้รับการประกันตัวออกมา ส่วนใครจะเปึนผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ไม่ได้ดูว่าเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ครับ ดูว่าพฤติกรรมเข้าตามนิยามของกฎหมายคือ ประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ครับ