ชลน่าน ศรีแก้ว หารือเรื่อง 2 ประเด็น ได้แก่ การรับทราบและการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมเรียกร้องให้สภาแห่งนี้พิจารณาผลการปฏิบัติตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้มีผลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในระเบียบวาระที่ท่านประธานกรุณาหยิบยก ขึ้นมาแจ้งให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบใน ๒.๖ ผมมี ๒ ประเด็นสั้น ๆ ที่จะกราบเรียน ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ เปึนเรื่องที่อยู่เกี่ยวเนื่องกับการแจ้งของท่านประธาน เกี่ยวกับ การรับทราบและการดําเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหมายถึงคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ทางสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ส่งไปให้กับทาง กกต. ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นนี้ผมกราบเรียนท่านประธานเปึนประเด็นต่อเนื่อง รายงานของคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นโดยสภา เมื่อทําการพิจารณาศึกษาเสร็จเรียบร้อย มีรายงานมีข้อสังเกตและท้ายรายงานก็ส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบ หรือปฏิบัติตามนัยของข้อบังคับ ข้อ ๙๖ ท่านประธานครับ เท่าที่ฟังท่านประธาน ได้กรุณาแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ว่าผมสงสาร กกต. ครับ ที่เขาตอบมาอย่างนั้น ผมเชื่อว่าเขาคงตอบด้วยความยากลําบาก ใจและอึดอัด แต่ก็จําเปึนต้องตอบ เพราะว่าถ้าไม่ตอบก็มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับที่กําหนดไว้เขาต้องแจ้งให้สภาทราบภายใน ๖๐ วัน ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันเปึนรายงานผลการศึกษาที่คณะกรรมาธิการได้มีประเด็น มีข้อสรุปและมี ข้อสังเกตถึงกระบวนการวิธีการที่จะเข้าสู่แนวทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนไปตาม ๖ ประเด็นนั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กกต. จริง ๆ เขาเพียงแต่แจ้งว่ารับทราบ เท่านั้น เขาก็ตอบท่านประธานมาก็คงเปึนแค่นั้น ที่ผมยกประเด็นนี้เพียงแต่กราบเรียน ท่านประธานว่าบางครั้งหน่วยงานที่เขาเกี่ยวข้องเขาอาจจะมีความลําบากถ้าเราส่งไป ในกรณีที่ไม่ใช่ภาระหน้าที่ของเขาแล้วก็ทําให้เขาต้องมีความอึดอัด หมายความว่ากระไร ท่านประธานครับ การเริ่มต้นจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดจาก กกต. ครับ เพราะฉะนั้น ก็ฝากท่านประธานเปึนประเด็นในเรื่องนี้นะครับว่า ทางสภาเราอาจจะต้องพิจารณาให้ ถี่ถ้วนสักนิดหนึ่งว่า ถ้าเราจะส่งไปให้เขานี่จะส่งไปในนามอะไร เพื่ออะไร ส่งให้เขาทราบ เขาก็ต้องบอกเพื่อทราบเท่านั้นเอง อันนั้นเปึนประเด็นหนึ่งที่ผมกราบเรียนไว้ เหมือนกับ หน่วยงานอื่นครับ เพราะเราต้องการผลในเชิงปฏิบัติที่แท้จริง สภาแห่งนี้ลงทุนลงแรง ในการพิจารณาครับ ใช้กําลังคน ใช้งบประมาณ ใช้เวลามากมายมหาศาล แต่ผล การปฏิบัติเพียงเพื่อทราบนี่ผมคิดว่าไม่คุ้ม เพราะฉะนั้นต่อไปก็ฝากท่านประธานในเรื่องนี้ ก็แล้วกันครับว่าเราจะทําอย่างไรให้ผลการปฏิบัติตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ มีผลที่จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ เปึนประเด็นต่อเนื่อง ผมขอนิดเดียว เกี่ยวกับที่ท่านประธานได้ยกข้อหารือ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่าน ส.ส. จากพิษณุโลก ท่านคุณหมอวรงค์ เรื่องของร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ที่เปึนประเด็นอยู่ในขณะนี้ เท่าที่ผมฟังท่านประธานเสมือนว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะต้อง เข้าสู่กระบวนการในการดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้มีข้อสรุป ท่านประธานครับ ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กฎหมายฉบับนี้ที่มันจะไปซ้ายก็ไม่ได้ ขวาก็ไม่ได้ ความหมายคืออะไรท่านประธานครับ ไปซ้ายนี่ก็คือว่าตกไหม ไปขวาได้รับความเห็นชอบไหม ไปไม่ได้ทั้ง ๒ ทางท่านครับ ทําไมเปึนอย่างนั้นท่านประธานครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้ ถูกรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา ได้กําหนดเอาไว้นั่นคือ มาตรา ๑๔๐ (๒) ที่เกี่ยวกับการให้ ความเห็นชอบกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม เสียงต้องมากกว่ากึ่งหนึ่ง มาตรา ๓๐๒ ท่านประธานครับ ในบทเฉพาะกาลเขียนไว้เลยในวรรคห้า มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า ท่านประธานกรุณาเป่ดดูสักนิดนะครับ ผมอยากจะยกประเด็นนี้เพื่อที่จะได้ ช่วยกันแก้ไขว่าเราจะทําอย่างไร มาตรา ๓๐๒ วรรคห้า เกี่ยวกับกฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับ รวมทั้งประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ถ้ามีการแก้ไข เพิ่มเติม มีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับปรุง วรรคห้าเขียนไว้อย่างนี้ ท่านประธานครับ การลงมติ ให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ก็คือ ๔ ฉบับ รวมทั้งร่างประชามติด้วยนะครับ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ จํานวนสมาชิกของแต่ละสภา ของจํานวนสมาชิกด้วยนะครับ ไม่ใช่เท่าที่มีอยู่นะครับ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง วรรคนี้หมายความว่าถ้าวุฒิสภาลงเสียงไม่เห็นชอบนะครับ ๗๕ คะแนนนี่กฎหมายฉบับนี้ตกเลย สภาผู้แทนราษฎรเราเช่นกันครับ ๒๔๐ เสียง กฎหมายฉบับนี้ตก เขาใช้คําว่า ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งหรือกึ่งหนึ่ง กฎหมายฉบับนี้ตก แต่ประเด็นก็คือว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่ การพิจารณาของวุฒิสภา วุฒิสภาไปพิจารณาท่านประธานครับ ช่วงการพิจารณานี่ มีการเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขในแต่ละรายมาตรา แต่ว่าเสียงในการโหวตแต่ละมาตรา โดยสรุปแล้วไม่มีการแก้ไขเลยสักมาตรา นั่นคือไม่มีการแก้ไข เปึนเสมือนร่างของ สภาผู้แทนราษฎร โดยสรุปไม่มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นวุฒิสภาก็ต้องมาให้ความเห็นชอบ หรือไม่ให้ความเห็นชอบเท่านั้นเองนะครับ ผลก็เหมือนกับที่ท่านคุณหมอ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านคุณหมอวรงค์ได้กรุณานําเรียนท่านประธานไปคือ ๗๐ เสียงให้ความเห็นชอบ ๕๓ เสียงไม่เห็นชอบ ๑๖ เสียงงดออกเสียง ไม่ลงคะแนน ๒ เสียงครับคือท่านประธาน ความหมายคืออะไรท่านประธานครับ เห็นชอบก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ต้องใช้ คําว่า ไม่เกินกึ่งหนึ่ง ครับ ไม่เห็นชอบก็ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง กฎหมายเปึนอย่างไรท่านประธานครับ ลอยอยู่กลางอากาศในขณะนี้ไม่รู้จะทําอย่างไร ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญ มันเปึนพิษครับ มันเพียงแต่ว่าจะทําให้เปึนอย่างนั้นอย่างนี้แต่ไม่คิดกระบวนการว่า จะทําอย่างไรถ้าไม่ได้เสียงด้านใดด้านหนึ่งจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นบางครั้งผมต้อง กราบเรียนท่านประธานครับ อาจจะต้องใช้มาตรา ๑๓๖ ของรัฐธรรมนูญครับ ไปดูว่า เปึนเรื่องอื่น ๆ ที่จะต้องช่วยกันพิจารณาว่า กฎหมาย สตง. นี่จะทําอย่างไร ท่านประธานครับ โดยความเห็นผมขณะนี้กฎหมายก็ยังไม่ตก ผ่านก็ไม่ผ่าน ก็ค้างอยู่ อย่างนั้นนะครับ ค้างอยู่ที่วุฒิสภา ทางวุฒิสภาส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร ผมกราบเรียนถามท่านประธานว่าท่านประธานจะให้สภาแห่งนี้หยิบขึ้นมาพิจารณา ได้หรือไม่ ผมเชื่อว่ามันไม่มีกระบวนการรองรับ