อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องโครงการอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) และยืนยันการสนับสนุนโครงการนี้ ตลอดทั้งการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการนี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จริงแล้วประเด็นนี้ได้มีการตั้งกระทู้ถามไป เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วนะครับ แล้วก็มีการชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ไปตามสมควร ผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ขอบคุณท่านสมาชิกที่ต้องการเห็นโครงการนี้เดินต่อแล้ว ก็ต้องการให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน แต่เสียดาย นิดเดียวว่าช่วงที่ท่านเอาคําพูดของผมอภิปรายจะโดยเจตนาหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ อาจทําให้คนที่ฟังอยู่เข้าใจผิด ที่ผมพูดเรื่องโครงการได้อนุมัติเงินไป ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีปัญหาอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท ผมไม่เคยพูด หรือมีตรงไหนเลยที่ผมบอกว่า การทุจริตจะ ๕๐ ล้านบาท หรือกี่บาทก็แล้วแต่เปึนเรื่องเล็กน้อย ไม่มีครับ ผมพูดเสมอว่า ไม่ควรจะมีเลย บาทเดียวก็ไม่ควรมีครับ แต่ที่ผมเอาตัวเลข ๕,๐๐๐ ล้านบาท กับ ๕๐ ล้านบาท เปึนการตอบคําถามว่าโครงการนี้มันควรจะเดินต่อไหม ซึ่งท่านก็บอกเองว่า ท่านก็เห็นด้วยกับผม คิดว่าโครงการมันควรจะเดินต่อ แต่ถ้าสมมุติว่าโครงการมันอนุมัติ ๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วมีปัญหาเกือบ ๕,๐๐๐ ล้านบาท อย่างนี้มันก็ไม่ควรเดินต่อ ผมเอาตัวเลขมาเปรียบเทียบเพื่อจะบอกว่าต้องการให้โครงการเดินต่อครับ แต่ผมไม่เคยพูด เลยว่า ๕๐ ล้านบาท แปลว่าไม่มีความหมาย หรือว่าทุจริต ๕๐ ล้านบาทเปึนเรื่องเล็กน้อย ไม่มีครับ ส่วนที่บอกว่าให้ลดลงมาก็เช่นเดียวกัน ผมก็อธิบายว่าใจผม แล้วผมก็เชื่อว่า ในใจของหลาย ๆ คนไม่อยากให้มันมีทุจริตที่ไหนทั้งสิ้น แต่ถามว่าในโลกของความเปึนจริง ใครมานั่งอยู่ตรงนี้ก็แล้วแต่ และผมพูดตั้งแต่ผมมานั่งตรงนี้ ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครนั่งอยู่ตรงนี้ แล้วมันไม่มีทุจริตเลยแม้แต่บาทเดียว ผมเชื่อว่ามันเกิดได้ แต่ว่าถ้ามันมีต้องลด ลดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้ หมดไปเลยยิ่งดี แต่สําคัญว่าจะลดหรือจะทําให้หมด มันอยู่ที่ท่าทีแล้วก็การใช้หลักในการบริหารแล้วก็แก้ไขปัญหานี้ ผมกราบเรียนว่า ที่จริงท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ชี้แจงไป แล้วเมื่อเกิดปัญหาขึ้นผมไม่เคยนิ่งนอนใจครับ ส่วนของพรรคก็ตั้งคณะกรรมการซึ่งบัดนี้ได้ส่งรายงานมาถึงผมแล้วว่ามีการกระทํา ที่ไม่เหมาะสม คือเรื่องกฎหมายคณะกรรมการเขาคงไม่ชี้ล่ะครับ เพราะมันเปึนเรื่องที่ ต้องมีการดําเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ว่าเรื่องของความเหมาะสม เขาก็ชี้มาให้ผมแล้วว่ามีสมาชิกพรรคที่มีการกระทําที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตามข้อบังคับ ของพรรคก็เสนอให้คณะกรรมการบริหารซึ่งในการประชุมครั้งต่อไปก็จะพิจารณาว่า สมควรจะดําเนินการอย่างไร ในส่วนของรัฐบาลนั้นบัดนี้ก็ชัดเจนว่าทั้ง สตง. ทั้งตํารวจ ทั้ง ป.ป.ช. ก็เข้ามาดําเนินการ โดยรัฐบาลเปึนผู้ที่พร้อมจะริเริ่มให้ความร่วมมือ กับการตรวจสอบทุกประการ ผมคิดว่าอันนี้เปึนท่าทีที่ชัดนะครับว่าเราเอาจริง ไม่ได้ปล่อย ปละละเลย แล้วก็อยากจะย้ําว่าผมก็เปึนผู้ตรวจสอบมาเปึนระยะเวลา ๘ ป้ ๙ ป้ ก็ไม่เคยเห็นในช่วง ๘-๙ ป้ดังกล่าวเวลาที่มีข้อกล่าวหาหรือเรื่องราวต่าง ๆ จะมีการดําเนินการในลักษณะนี้ จนกระทั่งหลายเรื่องอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ พูดถึงมาเปึนคดีความทีหลังเมื่อรัฐบาลพ้นอํานาจไปแล้ว รัฐบาลชุดก่อน ๆ พ้นอํานาจ ไปแล้วจึงสามารถตรวจสอบได้ แต่นี่เราเป่ดโอกาสให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ แล้วก็ในวันที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ท่านเสนอมาที่ผมว่า เพื่อให้เกิดความสบายใจ กับทุกฝ์าย หมายความว่าท่านก็จะออกจากความรับผิดชอบตรงนี้ ผมก็เห็นว่า มันเหมาะสม เพราะว่ามันก็จะทําให้เกิดความชัดเจน แล้วก็ทําให้กระบวนการ การตรวจสอบสามารถเดินได้อย่างเต็มที่ ผมไม่ได้คิดว่าท่านปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัว หรือประการใดเลยนะครับ ที่สําคัญก็คือว่าตอนนี้ที่จะเดินต่อก็มีการไปทาบทาม และในที่สุดท่านก็รับที่จะเข้ามาดูแลแล้ว ก็คือคุณมีชัย วีระไวทยะ จะมาเปึนประธานกรรมการบริหารในโครงการนี้ วันนี้ท่านก็ ได้มีโอกาสพบกับผมนะครับ แล้วก็ได้บอกว่าขณะนี้เตรียมเสนอคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งผมคิดว่าก็จะทําให้เปึนไปตามสิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ก็คือโครงการนี้ก็จะได้มีความมั่นใจกันว่าการเมืองน่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องน้อยที่สุด เบื้องต้นท่านก็ได้เสนอมาแล้วนะครับ ว่านอกจากท่านจะเปึนประธานแล้ว จะได้เชิญ ดอกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล และดอกเตอร์จุรี วิจิตรวาทการ มาเปึนรองประธานกรรมการ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเปึนบุคคลที่มีทั้งประสบการณ์ แล้วก็มีความโปร่งใสในการที่จะ มาดําเนินการโครงการนี้ต่อไป เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าเมื่อได้บุคลากรเช่นนี้เข้ามา ขับเคลื่อนโครงการ ผมก็มั่นใจนะครับว่าโครงการซึ่งมีวัตถุประสงค์ เปัาหมายที่ดี ก็จะเดินต่อได้ และเราก็จะช่วยกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันต่อไป ก็อยากให้ท่านสมาชิก ได้สนับสนุนงบประมาณในโครงการนี้อย่างเต็มที่ครับ