สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

คมเดช ไชยศิวามงคล แสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวทางภาษีน้ํามันของพรรคเพื่อไทย ซึ่งเข้าใจว่ามันจะส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรและภาคธุรกิจที่สำคัญของประเทศ เขาแสดงความกังวลเกี่ยวกับหนี้สินและราคาสินค้าในประเทศ และแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อภาคแรงงานและวิถีชีวิตของชาวบ้าน

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย เขต ๑ ท่านประธานครับ ผมสงวนคําแปรญัตติไว้มาตรา ๓ แล้วก็ทุก ๆ มาตรา แต่ก็จะพยายามพูด ๒-๓ มาตรา ด้วยกัน ตามสิทธิที่มีอยู่ ท่านประธานครับ ผมดูตัวเลขตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็มางบเพิ่มเติม และทางรัฐบาลกู้เงิน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.บ. อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ งบประมาณอีก ๑.๗ ล้านล้านบาท รวมเปึนตัวเงินแล้วประมาณ ๔.๕ ล้านล้านกว่าบาท แล้วก็ท่านมีโครงการไทยเข้มแข็ง ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ถ้าเรารวมดูตัวเลขช่วง ๗-๘ เดือน ที่ออกมามันเปึนเงินสูงมากแล้วมันเปึนภาระหนี้สิน ผมเรียนท่านตามตรงเลยว่าจากที่ ผมประเมินดูแล้ว ผมเปรียบเทียบกับสมัยท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ที่ต้องเปรียบเทียบ ก็เพราะว่าแนวความคิดต่าง ๆ มันสวนทางกันหมดเลย ตัวอย่างเช่นการขึ้นภาษีน้ํามัน ผมบอกเลยว่าถ้าพรรคเพื่อไทยจะไม่ขึ้นภาษีน้ํามัน ภาษีน้ํามันที่เก็บเกินไปเดือนละ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตกวันหนึ่งเปึนค่าหัวประมาณ ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบ แล้วมันเดือดร้อนทุกคน ถ้าเปึนกลุ่มข้าราชการเหมือนกันกับตัดเงินเดือนข้าราชการเลย เฉลี่ยทั่ว ๆ ไปตกหัวหนึ่งประมาณ ๒๔ บาทกว่า ๆ นี่ผมเปรียบเทียบตัวเลขง่าย ๆ นะครับ สมัยพรรคพลังประชาชน ๑๖๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ราคาใกล้ ๆ เคียงกันกับ ๖๐ กว่าเหรียญต่อบาร์เรล ทําไมมันใกล้กันครับ มาดูตัวเลขที่ท่านวางแนวทาง เปึนยุทธศาสตร์เปึนวิธีการในการขึ้นภาษีน้ํามัน มันออกมาเกี่ยวกับโรงกลั่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล กองทุนน้ํามัน ราคาหน้าโรงกลั่น ภาษีแวท (VAT) แล้วก็ ตัวแปรตัวหนึ่งภาษีเกี่ยวกับด้านการตลาด ตัวแปรต่าง ๆ มันทําให้การบริหารบ้านเมือง ที่ผมบอกว่ามันมีแนวคิดที่แตกต่างกัน เพราะว่าถ้าเปึนพรรคเพื่อไทยผมมีโอกาสประชุม ภาคธุรกิจทุกอาทิตย์ ทุกวันอังคาร เรามองว่าการดึงนักลงทุนเข้ามาส่วนหนึ่งมันอยู่กับ กําลังซื้อของประเทศ ท่านจะเห็นว่าสมัยพรรคพลังประชาชน โดยเฉพาะสมัย พรรคไทยรักไทยเราวางมาตรการต่าง ๆ แนวคิดของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร มองว่าประเทศไทยต้องใช้แนวทางการค้าแบบเสรีส่วนหนึ่ง สําหรับคนในเมือง ต่อสู้แข่งขันกันไป ตัวอย่างเช่น เซเว่น อีเลฟเว่น (7-eleven) ปตท. เงินทุนต่าง ๆ โครงสร้างของการเงิน ส่วนหนึ่งภาคเกษตรที่โอกาสเข้าถึงเงินทุนไม่มี ตัวอย่าง การค้าข้าว มันสําปะหลัง อ้อย วัวหู ข้าวโพด ปาล์ม ยางพาราต่าง ๆ ที่เปึนคนส่วนใหญ่ของประเทศ แล้วเปึนคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในภาคแรงงานด้วย เปึนแรงงานอพยพ หลังจากทําเกษตรแล้ว มาทํางานอยู่กรุงเทพฯ แล้วก็กลับไป คนกลุ่มนี้ตกประมาณครึ่งหนึ่งของประเทศ ๓๗ ล้านคนของกลุ่มแรงงาน กลุ่มนี้ตกประมาณเกือบ ๓๐ ล้านคน เพราะฉะนั้น การวางมาตรการต่าง ๆ ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ถ้าผิดพลาดแล้วมันจะพลาดไปทั้งหมดครับ ที่ผมอ้างเหตุนี้ก็เพราะว่าแนวทางความคิดที่ท่านขึ้นภาษีน้ํามัน มันเปึนการทําลายกําลัง ซื้อทั้งหมดของประเทศ กลุ่มที่เข้ามาลงทุนในประเทศ จุดที่เขามุ่งหวังตัวแรกคือ กําลังซื้อในประเทศนั้นเสียก่อน เอสเอ็มอี (SME) พังหมดเลย เงินหมุนตรงนี้ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กลุ่มเกษตร จํานวนเงิน แนวทางการบริหารของท่าน มันไม่ได้ช่วยเหลือภาคเกษตรเลย โดยเฉพาะ ๗-๘ เดือนที่ผ่านมา ราคามันสําปะหลัง ๑.๒๐ กว่าบาท ราคาข้าว ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ตั้งไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท หักชื้นออก หักค่าขนส่งออก ค่าปุิยออก ค่าสารเคมีออก เหลือ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท ข้าวนาป้ ข้าวนาปรัง ภาครัฐบาลไม่สามารถควบคุมพรรคร่วมรัฐบาลได้ มันไม่เปึนองค์กร ไม่เปึนองคาพยพที่ต่อเนื่องกันในการบริหารด้านเศรษฐกิจ เพราะว่ากระทรวงเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม ภาคเกษตร การท่องเที่ยว ไม่ได้อยู่กับภาครัฐบาล ช่วงขายข้าวนาปรัง กระทรวงพาณิชย์ขายข้าว ๒.๕ ล้านตัน ตัดหน้าประชาชนทั้งหมด ในเมื่อข้าวอยู่ในมือพ่อค้า ๒.๕ ล้านตัน พ่อค้าก็ไม่มีความจําเปึนจะต้องไปซื้อข้าว กับชาวนา มันก็เหมือนกับถูกบีบ ราคาข้าวนาปรังเหลือ ๔ บาท ๕ บาท และได้ยินข่าวว่า อีก ๒ เดือน สต๊อก (Stock) ข้าวอีกประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านกําลังจะประกาศขายอีก อีก ๒ เดือนเศษ ๆ ข้าวนาป้ก็จะออกมาอีก ท่านก็จะขายข้าวตัดหน้าภาคเกษตรเข้าไปอีก กําลังซื้อมันจะมาจากไหน ท่านประธานครับ มันทําลายภาคเกษตร ภาคธุรกิจโยงไปถึง หนี้สิน ภาคแรงงาน อันนี้ชัดเจน แล้วมันพัวพันไปในการสร้างกําลังซื้อภาคธุรกิจ ท่านครับ วิถีชีวิตของชาวบ้านเขาจะสร้างบ้านไม่เสร็จสักจุด ประมาณร้อยละ ๙๐ บ้านแต่ละหลังมันจะขาดรั้ว ขาดสี ขาดครัว ขาดห้องน้ํา ห้องส้วม ขาดฝัาเพดาน บางจุด ไม่มีหน้าต่าง เขาหวังที่สุดก็คือราคาสินค้า ราคาผลผลิตของเขาที่หวัง เราจะเห็นว่าป้ไหน ราคาผลผลิตดี ราคาข้าวดีถ้าตกหมื่นกว่า พรรคพลังประชาชนตอนนั้นวาง ๑๔,๐๐๐ ราคาข้าว มันสําปะหลังตก ๒ บาทกว่า เดี๋ยวนี้ตก ๑ บาทเศษนะครับ อ้อยควรจะตก ๑,๐๐๐ กว่าบาท วัวหูควรจะขึ้นมา ปาล์มน้ํามัน ยางพารา ถูกเรียกร้อง เก่า ๘๐ บาท เหลือ ๔๐ บาท เหลือ ๕๐ บาท ป้นั้นถ้าราคาผลผลิตดีนี้ชาวบ้านจะซื้อ สินค้าทั้งหมด เพราะว่าความต้องการด้านปัจจัย ๔ มันมี เขาจะสร้างบ้าน เขาจะต่อเติมบ้าน ตรงนี้ท่านไม่ได้มองเลย เหล็ก หิน ปูน ทรายจะถูกซื้อมาหมด มันก็เข้าไป ภาคอุตสาหกรรม ภาคอุตสาหกรรมเข้ามาภาคเอสเอ็มอี มันก็ไปเก็บภาษีได้ตรงนั้น มันก็เปึนตัวดึงดูดตัวหนึ่งของภาคนายทุนที่เข้ามาทําธุรกิจในประเทศ จุดที่เขามุ่งหวัง คือตลาดในประเทศก่อน มันไม่ใช่ค้าขายต่างประเทศอย่างเดียว การดึงนักลงทุนเข้ามา ผมจึงเห็นว่าแนวทางการบริหารของรัฐบาล มันผิดพลาดอย่างรุนแรง แล้วอีกตัวหนึ่งครับ เหลือเวลาอีก ๑ นาทีครึ่ง ผมอยากกราบเรียนว่าตัวหนึ่ง มีสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่า เราถูกวางแนวทางการทุจริตอันดับ ๒ ของทวีป อันนี้จุดหนึ่ง และจุดหนึ่งภาคนักลงทุน เปึนห่วงที่สุดก็คือภาคการเมือง ภาคการเมืองถ้าเปรียบเทียบกฎหมาย ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ แล้วถ้าท่านไม่ดึงเวลามันแก้ไขง่ายที่สุด ป้ ๒๕๔๐ ก็มีของดี ป้ ๒๕๕๐ ก็มีของดี คนร่างกฎหมายป้ ๒๕๔๐ ยังไม่ตายไปไหน คนร่างกฎหมายป้ ๒๕๕๐ ยังไม่ตายไปไหน ท่านหยิบ ๒ กลุ่มนี้มารวมกัน เอาสิ่งที่ดี ทําคลอดออกมาเลย จะเปึนดีที่สุด ไม่ใช่ว่าป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ไม่เอา ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๔๐ ไม่เอา เดี๋ยวเอาเสื้อแดงมา เดี๋ยวเอาเสื้อเหลืองมา แล้วก็กลัว แล้วก็ออก พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรมา อันนี้มันทําลายประเทศนะครับ ท่านครับ ตัว พ.ร.บ. ตัวนี้ ความมั่นคง ความมั่นใจไม่มี กฎหมายตัวนี้ถ้าท่านแก้ควบคู่ไปกับการบริหาร ประเทศนี้ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง ความเชื่อมั่นมันจะกลับคืนมา ในตัวท่านเอง ทางรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ผมก็ยังเชื่อว่าท่านไม่มีความมั่นใจว่าสภา มันจะอยู่ครบหรือเปล่า มันถึงทํางบประมาณแบบเร่งรีบ เอสพี ๑ เอสพี ๒ กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรวจสอบไม่ได้เลย ไม่กล้าเอาลงในสมุดเขียว กลัวยุบสภาก่อน หรือกลัวมีอุบัติเหตุด้านการเมือง เตรียมเงินเพื่อการเลือกตั้ง แสดงว่าความมั่นใจไม่มี เพราะฉะนั้นด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ความมั่นคง โดยเฉพาะภาคเกษตรส่วนหนึ่ง ภาคเอสเอ็มอีส่วนหนึ่ง ทางรัฐบาลลองไตร่ตรองดู ให้ละเอียดครับ ผมตัดงบส่วนนี้ อยากไปเพิ่มเติมให้ภาคเกษตรและเอสเอ็มอีครับ