พิเชษฐ พันธุวิชาติกุล หารือเรื่องความคลาดเคลื่อนของตัวเลขจีดีพีในงบประมาณปี 2553 ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และเรียกร้องให้สำนักงานงบประมาณเคร่งครัดต่อวินัยการเงินการคลังเพื่อความน่าเชื่อถือของเอกสารสาธารณะ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ครับ ในมาตรานี้คือยอดรวม ผมได้แปรญัตติขอปรับลด ๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดตาม ๑,๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือขอปรับลด ๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในที่สุดคณะกรรมาธิการได้มีการแปรญัตติมาสุดท้ายมีการ ปรับลดไป ๒๒,๕๐๐ ล้านบาท ตัวเลขก็ใกล้เคียง ผมไม่ติดใจยอดนี้ แต่จะขอไปคุย ในรายละเอียดเรื่อง ๒๒,๕๐๐ ล้านบาท ไปทําอะไรบ้าง แต่ที่จะอภิปรายต่อไปนี้ความจริง ผมก็อยากคุยกับทางสํานักงบประมาณ คงไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ผมเรียนท่านประธานว่า วินัยของบ้านเมืองขณะนี้เปึนสิ่งที่สําคัญ ผมเปึนคนเคร่งครัดกับวินัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วินัยการเงิน การคลัง และวินัยการงบประมาณ ในวาระแรกผมก็เคยติติง สํานักงบประมาณไปบ้างแล้วว่าตัวเลขคาดการณ์ของสํานักงบประมาณที่แสดงออกมา เปึนเอกสารต่อสาธารณะต้องแม่นยํา เชื่อถือได้ ทั้ง ณ วันที่แสดง และต่อ ๆ ไปในการที่จะ พิสูจน์ความถูกต้อง มาดูงบประมาณป้ ๒๕๕๓ โครงสร้างงบประมาณทั้งป้จะมีการแสดง วงเงินงบประมาณรายจ่าย รายรับ และผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ คือเอาตาม หัวข้อหลักใหญ่ ๆ ต้องเรียนว่างบประมาณป้นี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศถ้าเราจะ ยึดถือก็อาจจะพูดได้ใน ๒ ช่วงระยะ คือผลิตภัณฑ์มวลรวมของป้ปฏิทิน ที่ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ไปจนวันที่ ๓๑ ธันวาคม กับผลิตภัณฑ์มวลรวมของป้งบประมาณที่ต้องนับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมไปชนวันที่ ๓๐ กันยายนของป้ต่อไป ในการทํางบประมาณเราต้องคํานึงถึงตัวผลิตภัณฑ์มวลรวมของ ป้งบประมาณ ถ้าพูดถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของป้งบประมาณขณะนี้ก็คาบเกี่ยวมา ๒ รัฐบาล คือตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เปึนของรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลนี้เข้ามาจริง ๆ แล้วก็คือเข้าสู่ไตรมาสที่ ๒ ของป้งบประมาณ ซึ่งอาจจะเรียกว่า คือไตรมาสแรกของป้ปฏิทิน เข้ามารัฐบาลนี้แสดงในเอกสาร เอกสารสํานักงบประมาณ แสดงในเอกสารป้ ๒๕๕๒ ถึงป้ ๒๕๕๓ ในตารางที่ ๑-๑ ถ้าท่านจะกรุณาดูก็คือว่า มีการประมาณการในงบประมาณว่าอัตราผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของ ป้งบประมาณ คือตั้งแต่วันที่๑ ตุลาคม จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ป้หน้านี้ ท่านประมาณการ ไว้ว่า จีดีพี จะบวก ๓ คําว่า บวก ๓ นี้ผมเข้าใจดีครับว่าท่านเอาอัตราเงินเฟัอ ๑ เปอร์เซ็นต์มารวมด้วย ถ้าลบอัตราเงินเฟัอ ๑ เปอร์เซ็นต์ออกไปก็คือท่านประมาณการ เอกสารเสนอต่อสภาว่า จีดีพี ป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นี้จะบวก ๒ บวก ๒ ตัวเลขนักธุรกิจ หรือใครต่อใครเขาก็ต้องเอาความเชื่อตัวนี้ไปที่อ้างอิง ทางท่านรองผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณก็กรุณามานั่งฟังอยู่นะครับ ถ้าท่านเอา ๓ ตามเอกสารบรรทัดสุดท้าย ในตาราง ๑.๑ ลบอัตราเงินเฟัอ ๑ นั่นคืองบประมาณนี้ทําด้วยสมมุติฐานว่าจีดีพีป้นี้ บวก ๒ และจีดีพีป้ที่แล้วมา ๘.๘ ล้านล้านบาท เมื่อคิดประมาณการนี้แล้วก็ตั้งจีดีพีนี้ไว้ ๙.๐๙๖ ล้านล้านบาท ตัวเลขอันนี้สังคมหรือทุกวงการเขาจะเอาไปใช้นะครับ แต่สุดท้าย ปรากฏผลมาอย่างไรครับ ก่อนรัฐบาลนี้มา ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ จีดีพี -๔.๒ ครับ ในไตรมาสที่ ๒ ของป้งบประมาณ เมื่อรัฐบาลนี้มาแล้ว จีดีพี -๗.๑ และไตรมาสที่ ๓ ของป้งบประมาณคือไตรมาสที่ ๒ ของป้ปฏิทิน คือวันที่ ๑ เมษายน ถึง กรกฎาคม ลบอีก ๔.๙ ถ้ารวม ๓ ตัวนี้เอาไว้ในช่วง ๓ ไตรมาส จีดีพีของ ป้งบประมาณลบไปแล้ว ๑๖ กว่านะครับ ถ้าท่านเอา ๓ หาร ขณะนี้จีดีพีลบไปแล้ว ๕ กว่า ๆ และหวังว่าตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ถึง วันที่ ๓๐ กันยายน ไตรมาสสุดท้ายของ ป้งบประมาณ หรือไตรมาสที่ ๓ ของป้ปฏิทินท่านคาดหวังเท่าไร มีการพูดว่าจะลบ ๕ เอาแค่ลบ ๔ ก็พอเถอะครับ รวมแล้วจีดีพีป้งบประมาณนี้ถัวเฉลี่ยแล้วจะลบเกิน ๕ ครับ ลบ ๕ กับคาดการณ์ บวก ๒ ต่างกัน ๗ ครับ ถ้า ๗ คํานวณกลับมาถึงตัวจีดีพี ลองคูณ ๙ จุดล้านล้านบาทสิครับ ๙ คูณ ๗ ๖๓ แน่นอนครับ ๖๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันจะส่งผลแปรผันไปถึงอัตราการเจริญเติบโตที่ผูกพันถึงประมาณการรายรับ ถึงอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ก็แปลว่าผู้ทําธุรกิจ นักธุรกิจ เชื่อถือตัวเลขในงบประมาณนี้ ไม่ได้เลย ถ้าใครเชื่อถือตัวเลขนี้ไปประมาณการลงทุนจะประสบปัญหาลําบากแน่นอน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเตือน ไม่ใช่เรื่องรัฐบาลนี้ เปึนเรื่องของ ๒ รัฐบาลที่คาบเกี่ยวกัน และผมก็ต้องย้ําว่าในความหมายของผมคือจีดีพีของป้งบประมาณตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ไม่ใช่ป้ปฏิทิน เพราะฉะนั้นมันทําให้คนฟัืนเฟ๋อนนะครับ บางทียังหวังว่าถึงสิ้นป้นี้จีดีพีจะขึ้นมาเท่าไร สุดท้ายตัวเลขจะเปึนเท่าไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมกราบเรียนมาก็เพื่อย้ําว่า สํานักงบประมาณในรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลไหนต่อไปก็ตาม ขอให้เคร่งครัดวินัย ไม่ใช่ประมาณการรายรับมา และสุดท้ายก็ขาดเหลือตั้ง ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณจีดีพีออกมา สุดท้ายก็ต่างกันถึงตัวเลข ๕ เปอร์เซ็นต์ ๖ เปอร์เซ็นต์ ๗ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ ตัวเลขงบประมาณถ้ามันเชื่อถือไม่ได้แล้วมีปัญหาครับ แล้วก็น่าเปึนห่วง ผมถึงพูด ทั้งหมดก็คือพยายามเน้น เราพูดถึงวินัย สังคมวันนี้มีปัญหามาก เพราะคนขาดวินัย งานหลายอย่างล้มเหลวเพราะขาดวินัย วินัยการเงิน การคลัง ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในฐานะประธาน ในฐานะรัฐมนตรีก็พยายามเคร่งครัด รัฐมนตรีทุกท่าน เคร่งครัด มาตรการหลาย ๆ อย่างออกมา ก็ดีกว่าเมื่อช่วงที่ผ่านมา คือเราได้เคร่งครัด กับตัวเลขที่เปึนความเปึนจริงยิ่งขึ้น แต่การทํางบประมาณป้นี้มันก็มีปัญหาอยู่เช่นนี้ครับ เมื่อเช้าเห็นมีการอภิปรายกันหลายท่าน พูดกันถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมก็อยากให้ย้ําเตือน ให้ระวังว่ารัฐธรรมนูญออกมาเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐ ป้แรกเปึนป้ที่อยู่ในบทเฉพาะกาล ที่ยังยกเว้นไม่นําข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญมาใช้ ป้ที่ ๒ การทํางบประมาณ ประทานโทษ ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช เปึนการคาบเกี่ยวว่าข้อบัญญัติ ตามรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้แค่ไหน แต่บัดนี้ ป้ ๒๕๕๓ เต็มเปาเลยครับ ทุกบทบัญญัติ ทุกมาตรา ทุกรายละเอียดในรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับกับงบประมาณ ป้ ๒๕๕๓ นี้เต็มตัว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ขอให้ต้องระวังนะครับ ในมาตราต่อ ๆ ไป ไม่ว่าเปึนส่วนที่จะเปึนคําชี้แจง เปึนส่วนที่การทํางานของกรรมาธิการงบประมาณป้นี้ต้องระวังนะครับว่าเดี๋ยวนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง หรือศาลอะไรตัดสินแต่ละทีเหมารวมนะครับ เหมารวม เอาหมดทุกคน ก็ไม่ใช่ไปพิจารณาว่าคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าคดีกล้ายาง คดีหวยบนดิน หวยใต้ดิน หรือทุกอย่างเขาเหมารวมทั้งหมด เพราะฉะนั้นคําชี้แจงต่อไปนี้ท่านระมัดระวัง ครับ จากกรรมาธิการข้างบนลงมา ระวังคําชี้แจงอย่าไปผูกพันทําให้ทั้งคณะเดี๋ยวต้อง มีปัญหาต่อไปในเรื่องนี้ ผมขอขอบพระคุณครับ ผมไม่ใช้เวลาเกินเวลา แต่ว่าในมาตรา ต่อ ๆ ไปที่ผมสงวนความเห็นไว้ ในเรื่องที่เปึนสาระสําคัญเพื่อประโยชน์ของสภานี้ ผมก็ขอสงวนสิทธิในการที่จะอภิปรายครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ