สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

วิทยา บุรณศิริ หารือเรื่องงบประมาณส่วนงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขและให้เจ้าหน้าที่สามารถชี้แจงงบประมาณได้โดยไม่ต้องถูกปรับลด และเสนอแนวทางในการแก้ไข รวมถึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ปรับปรุงการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม และให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านนายกรัฐมนตรี พูดคุยกันเพื่อแก้ไขปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เหมาะสม

นายวิทยา บุรณศิริ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ประเด็นของการสงวนคําแปรญัตติของตัวผมในส่วนของงบประมาณ รายจ่ายหน่วยงานของรัฐสภา ในส่วนของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต้องเรียน ท่านประธานผ่านไปสู่ท่านกรรมาธิการในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย จําเปึนจะต้อง ขออนุญาตอภิปรายในส่วนนี้นะครับ ใช้เวลาสักนิดหนึ่ง สืบเนื่องจากตัวผมเองได้ติดตาม แล้วก็ได้มีการซักถามเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของสภาของเรา และผมเองก็พบว่า การจัดทํางบประมาณในส่วนที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการนั้น มีข้อที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข ได้ตรวจสอบรายละเอียดและซักถามในบางประเด็นต่อกรณี ของการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมา ในงบประมาณ ไม่ว่าจะเปึนที่ปรึกษาหรือผู้ช่วย เราพบนะครับว่าการเรียกเพื่อไปชี้แจงงบประมาณ ส่วนงานของเลขาธิการได้มีการถูก ปรับลดโดยสํานักงบประมาณ ซึ่งจะทําให้เราไม่สามารถมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าใช้จ่าย ของผู้ช่วยก็ดี ที่ปรึกษาก็ดีนะครับ พบว่าถูกตัดไป ๓ เดือน ก็เปึนที่น่าสังเกตว่าการต่อรอง หรือการปรับลด หลังจากที่ส่วนงานของเลขาธิการได้ไปชี้แจงต่อสํานักงบประมาณ เปึนอํานาจที่เลขาธิการนั้นถูกปรับลดโดยสํานักงบประมาณ แล้วก็ได้มีการพูดคุยแล้วก็ ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ตัวกระผมเองก็เปึนคนตั้งข้อสังเกต ในฐานะที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเปึนกรรมาธิการงบประมาณ ก็เลยขออนุญาตไว้ว่าในคราวต่อไป หากเปึนการพิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ก็ขออนุญาตให้เปึน การดําเนินการ ณ สถานที่จริง ก็คือในการพิจารณาของจริงเลยว่า มีการร้องขอหรือ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพียงใด ก็ให้ดําเนินการ ณ ที่ทําการสภาของเรา ซึ่งก็ เปึนการพิจารณางบประมาณ แล้วก็เจ้าหน้าที่สํานักงบประมาณก็ยินดี เนื่องจากว่า กรรมาธิการเองก็เปึนส่วนของสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการตั้งเบิกงบประมาณหรือขอรับการสนับสนุนงบประมาณนั้นน่าจะเปึน ข้อเท็จจริงที่สามารถอธิบายโดยสมาชิกผู้เปึนกรรมาธิการงบประมาณ ก็ได้รับการตอบรับ จากสํานักงบประมาณ มิฉะนั้นแล้วผมเรียนตามตรงนะครับว่า การใช้จ่ายงบประมาณ ในส่วนของสภาจะถูกปรับลดลงไปจากข้าราชการผู้ไปชี้แจง แล้วก็เปึนปัญหาต่อการ ใช้จ่ายเม็ดเงินของสํานักงาน โดยเฉพาะของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีผลกับการดําเนินกิจกรรมของสภาผู้แทนราษฎร ตรงนี้ผมจําเปึนที่จะต้องอภิปรายไว้ เปึนประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะต้องขอเรียนท่านสมาชิกโดยเฉพาะกรรมาธิการ ทั้ง ๓๕ คณะ ผมเรียนตามตรงนะครับ ผมได้สอบถามรายละเอียดแล้วปรากฏว่าที่ผ่านมา บรรดาสมาชิกใน ๓๕ คณะ โดยเฉพาะประธานคณะกรรมาธิการทั้ง ๓๕ คณะ ไม่มีส่วน ในการจัดทํางบประมาณ เปึนที่น่าสังเกตว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นใน ๓๕ คณะนั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับรายละเอียด ไม่ว่าจะเปึนการประชุมก็ดี การสัมมนาก็ดี หรือการเดินทาง ไปดูงานต่างประเทศของ ๓๕ คณะนั้น ประธานคณะกรรมาธิการและสมาชิกไม่มีส่วน ในการพิจารณา และนี่ก็เปึนข้อสังเกตข้อที่ ๒ นะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ได้มีการพูดคุย กับสํานักงบประมาณเกี่ยวข้องถึงรายละเอียดแล้ว ก็ไม่ขัดข้องที่จะร่วมพิจารณา จึงจํา เปึน จะต้องอภิปรายไว้ แล้วก็ต้องปรับลดในประเด็นนี้เพื่อให้เกิดแนวทางในการแก้ไข

เรื่องที่ ๓ เราก็พบอีกว่า ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เปึนเจ้าหน้าที่ของสภา ผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเองก็น่าฉงนครับ หลายสมัยครับที่เราได้รับการร้องเรียนจาก ข้าราชการหรือลูกจ้างของสภา ยกตัวอย่าง ทํางานอย่างวันนี้ครับ ทํางานข้ามคืนกันเลย แต่มันมีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่เขาไม่สามารถจะได้รับ เฉกเช่นเดียวกับเรา แต่เราไม่เปึนไร ครับ เราทํางานในฐานะเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน แต่เจ้าหน้าที่ครับ เจ้าหน้าที่ ที่เปึนลูกจ้างของสภาจะไม่สามารถเบิกอะไรได้ตามสิทธิที่ควรจะเบิก เนื่องจากว่า ถูกกล่าวอ้างเสมอว่าไม่มีกฎหมาย ตรงนี้ก็เปึนอีกข้อหนึ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องดําเนินการ เนื่องจากว่าองค์กรของเราหรือของสภานั้นเปึนองค์กรที่มีเจ้าหน้าที่โดยเฉพาะลูกจ้าง ชั่วคราว ลูกจ้างประจํา ที่อาจจะต้องดูแล อันนี้ยังผลถึงขวัญและกําลังใจของข้าราชการ ทั้งหลาย หรือลูกจ้างทั้งหลายนั้น ผมก็เลยกราบเรียนท่านประธานและท่านกรรมาธิการ นะครับว่า ตรงนี้คงจะต้องเปึนข้อสังเกตที่จะต้องนําไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะ คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเปึนต้นเรื่อง ถึงเวลาแล้วนะครับ ผมคิดว่า คงจะต้องปรับปรุง มิฉะนั้นแล้ว ผมเรียนตามตรงนะครับ ประมุขของฝ์ายบริหารก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรี ประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติก็คือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมว่าท่านทั้งสองอาจจะต้องพูดคุยกันบ้างบางครั้ง เนื่องจากว่าเม็ดเงินงบประมาณ ที่สภาแห่งนี้ได้รับจัดสรรแต่ละป้นั้นค่อนข้างจะเปึนที่น่าสังเกตได้ว่าน้อยมาก ถ้าเปรียบเทียบบางครั้งกับวุฒิสมาชิก แม้กระทั่งค่าอาหารที่จะเลี้ยงเจ้าหน้าที่หรือสภาก็ ต่างกันครับ ทั้ง ๆ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีจํานวนมากกว่าถึง ๓ เท่า อันนี้ก็เปึนที่น่า สังเกตนะครับ เพราะฉะนั้นการจัดทํางบประมาณใด ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตัวนี้ท่านประมุขของ ฝ์ายนิติบัญญัติน่าจะคุยกับประมุขของฝ์ายบริหาร เราพิจารณางบประมาณของ ฝ์ายบริหารนั้น ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้เวลากี่คืนครับ ทุกคนทําหน้าที่เต็มเม็ด เต็มหน่วย แต่งบประมาณของที่สภาผู้แทนราษฎรได้รับไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ ตรงนี้ จึงเปึนความจําเปึนว่าถึงเวลาแล้วหรือยังนะครับ ว่าองค์กรจะต้องพัฒนาไปข้างหน้า ที่ทําการใหม่ของท่านประธานก็ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ก็ตกไป อันนี้ก็เปึนที่น่าสังเกตนะครับ กราบเรียนไว้ว่าในส่วนนี้ผมจึงขออนุญาตปรับลด เพื่อที่จะอภิปรายและบันทึกไว้เพื่อให้มีการแก้ไขหรือดําเนินการต่อไปในอนาคต ต้องขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ