สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

วิชาญ มีนชัยนันท์ หารือเรื่องการแปรญัตติตัดมาตรา 23 ในกระทรวงสาธารณสุข และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการประกาศและดำเนินการป้องกันโรคหวัด 2009 และการจัดหางบประมาณเพื่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และการสนับสนุนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มงบประมาณให้กับกรมดังกล่าว และการฝึกอบรมอาสาสมัครทางการแพทย์ให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถช่วยเหลือและป้องกันปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตราที่ ๒๓ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ผมได้มีการแปรญัตติ ตัดในส่วนของมาตรานี้ไว้ แล้วขอใช้คําอภิปรายเพื่อที่จะฝากทางกรรมาธิการไปถึงทาง ผู้บริหาร คือทางรัฐบาลนะครับ กระทรวงสาธารณสุขเปึนกระทรวงใหญ่และเกี่ยวข้องกับ เรื่องของสุขภาพความเปึน ความตายของมนุษย์

ประการแรก วันนี้ได้มีโรคหลายโรคซึ่งเข้ามาสู่ประเทศไทย โรคแรกที่กําลัง ระบาดอยู่ก็คือโรคหวัด ๒๐๐๙ ประเด็นก็คือว่ากระทรวงสาธารณสุขและนโยบายของ รัฐบาลเองนั้นจะต้องมีความมั่นใจในการที่จะประกาศอะไรออกมา วันนี้ดูเสมือนว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนที่มีการแพร่ระบาดของโรคเข้ามานี้ รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เองก็พยายามบอกกล่าวว่าไม่เปึนไร ไม่ต้องตื่นตระหนกหรือตกใจ โรคนี้เปึนโรคที่เกิด จากต่างประเทศ แต่เข้ามาเรามีวิธีการปัองกัน แล้วก็มีมาตรการในการแก้ไข ผลสุดท้าย ครับ ขณะนี้ก็ได้มีผู้เสียชีวิตออกมาเปึนจํานวนถึง ๑๑๙ ราย แล้ววันนี้ก็ยังมีการแพร่ ระบาดของโรคลงมาอีกเปึนจํานวนมาก ซึ่งไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าโรคดังกล่าวนี้จะ แพร่ระบาดหนักขนาดไหน รวมถึงในเรื่องของวัคซีนที่ประกาศออกมาว่าจะต้องช่วยกัน สามารถผลิตวัคซีนได้ สามารถใช้ได้ในเดือนสิงหาคม ความชัดเจนไม่มีครับ ประชาชนก็บอกว่าจะมีการดูแลในเรื่องของการปัองกันได้ ท้ายที่สุดนี่ก็เลื่อนขยับออกไป ครับ อีก ๒ เดือน ผมเองเปึนผู้หนึ่งในฐานะที่เคยดํารงตําแหน่งอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ผมเปึนห่วงครับว่าการที่รัฐบาลเองกระทรวงสาธารณสุขเองออกมา พูดโดยไม่มีข้อมูล และทําให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน แล้วก็เปึนข่าวออกมา โดยตลอดทําให้เกิดความไม่มั่นใจ เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงครับ ในความเชื่อมั่นของ พี่น้องประชาชน รวมถึงคนต่างประเทศ ซึ่งในอดีตกระทรวงสาธารณสุขเองของประเทศ บุคลากรทางการแพทย์เปึนที่ยอมรับ โดยเฉพาะในเรื่องของการปัองกันแก้ไขเรื่องโรค ต่างๆ เช่น ไข้หวัดนก หรือโรคซาร์ส เราเองได้รับยกย่องจากกรมอนามัยโลกว่าเปึนแหล่ง เรียนรู้ในเรื่องของวิธีการดูแลและปัองกันโรคดังกล่าว แต่วันนี้ปรากฏว่าเราเองนั้น กลายเปึนแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคหรือเปล่า ทําให้คนต่าง ๆ นั้นไม่กล้าเข้ามาเที่ยวใน ประเทศไทย ผมจึงต้องฝากประการแรกลงไปว่าการที่จะเสนออะไร รัฐบาลเอง กระทรวง สาธารณสุขเองต้องมั่นใจ เพราะเปึนเรื่องความเปึนความตายของมนุษย์

ส่วนที่ ๒ ก็คือคงจะต้องจัดหางบประมาณให้เพียงพอในเรื่องของอุปกรณ์ ต่าง ๆ เพราะวันนี้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลแล้วก็ในส่วนของ ศูนย์สาธารณสุขต่าง ๆ นั้นขาดแคลนมากครับ ดังนั้นรัฐบาลเองมีเงินงบประมาณในส่วน หนึ่งคืองบในส่วนของงบเงินกู้ประมาณเกือบ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คงจะต้องจัดลงไป ให้เต็มที่ แต่ส่วนหนึ่งนั้นผมได้ทราบข่าวมาว่าการที่ให้ในส่วนของโรงพยาบาลหรือศูนย์ สาธารณสุขนั้นกรรมาธิการได้สอบถามหรือเปล่าครับว่า ต้องเป่ดให้เขามีโอกาสในการ เลือกใช้อุปกรณ์ที่เขาขาดแคลนไม่ใช่ว่าไปกําหนดครับ เหมือนกับว่าจะต้องกําหนดสเปก อย่างนี้ หรืออุปกรณ์ที่จะใช้อย่างนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่าบุคลากรทางการแพทย์นั้น เขาจะต้องเปึนผู้กําหนดว่าเขาต้องการอุปกรณ์อย่างไร

ต่อมาในเรื่องของสวัสดิการ วันนี้แพทย์และพยาบาลขาดแคลนทราบอยู่ แล้วนะครับ ต้องอุดหนุนเงินในเรื่องของการให้สวัสดิการให้เพียงพอต่อการดํารงชีวิต เพราะว่าบุคลากรตรงนี้นั้นขาดแคลนมาก โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดภาคใต้

อีกส่วนหนึ่งในส่วนของการสนับสนุนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเปึน กรมหนึ่งในกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ต้องยอมรับครับว่าโรคต่าง ๆ มันเกิดขึ้นมามากมาย กรมนี้เปึนกรมที่จะต้องวิจัยตรวจสอบ และตรวจเช็ค เพราะฉะนั้นเขาขาดเงินงบประมาณ ผมดูจากเงินงบประมาณที่จัดให้เปึนจํานวนน้อยมากนะครับ ต้องเพิ่มและจัดให้เพียงพอ เพราะจําเปึนอย่างยิ่ง และสิ่งสุดท้าย อสม. ต้องติดอาวุธให้เขาครับ ทางปัญญา ทาง ความคิดและจัดอบรมให้มาก ๆ เพราะเขาเหล่านี้จํานวนเกือบล้านคน สามารถที่จะ กระจายกําลังลงไปไปช่วยดูและปัองกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ผมต้องบอกกล่าวว่ากระทรวง สาธารณสุขนั้นเปึนกระทรวงที่สําคัญ และมีบุคลากรทางการแพทย์ทุกคนมีความสามารถ และความรู้ต้องฝากครับ ไม่ได้ตําหนิ ต้องฝากทางรัฐบาล ฝากทางท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงตรงนี้นั้นถ้าท่านให้แนวทางนโยบายที่ชัดเจนนะครับ สามารถที่จะดําเนินงาน ต่าง ๆ ตามโครงการต่าง ๆ ที่ท่านคิดว่าเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ประเทศได้ แต่ถ้าท่านเองเอานโยบายหรือความมั่นใจแล้วก็ไม่ได้ดูว่าสามารถกระทําได้ ไม่ได้ วิเคราะห์พูดง่าย ๆ ก็จะเกิดปัญหาอย่างที่เราได้กําลังประสบมาครับ ต้องขอฝากทาง กรรมาธิการไปยังฝ์ายรัฐบาล และหวังว่าคงจะต้องนําเรื่องดังกล่าวที่ผมได้นําเรียนไปนั้น ไปทบทวนในเรื่องของนโยบาย ขอบคุณครับ