อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีอาเซียน และการประกันกําไรให้กับชาวไร่ชาวนา
กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม อลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ผม จําเปึนต้องขออนุญาตท่านประธานเพื่อชี้แจงต่อเพื่อนสมาชิก เพราะว่ามีคําอภิปรายที่ อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างขาวเปึนดํา สําหรับพี่น้องประชาชน เกษตรกรชาวไร่ ชาวนาทั้งประเทศ เพราะความเข้าใจผิดในคําอภิปรายของท่านนั้น ซึ่งทราบดีว่าท่านก็มี ความห่วงใยเกษตรกรในพื้นที่ของท่านไม่ได้แตกต่างไปจากรัฐบาลเลย แต่ว่าคําอภิปราย ดังกล่าวดูประหนึ่งว่าไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง และเสมือนหนึ่งว่ารัฐบาลไม่ได้ดําเนินการใด ๆ โดยเฉพาะการที่อาเซียนจะเปึนอาฟต้า คือเขตการค้าเสรี นั่นหมายความว่าสินค้าเกษตร ที่ท่านได้ยกตัวอย่าง ไม่ว่าจะเปึนข้าว ข้าวโพดนั้นจะมีภาษีเปึนศูนย์ ดังนั้นจึงจําเปึนต้อง ชี้แจงโดยสังเขปเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันว่า การดําเนินการดังกล่าวเปึนความ ต่อเนื่อง แม้แต่รัฐบาลที่ท่านเคยสังกัดอยู่ก็เปึนผู้ดําเนินการเรื่องนี้ รัฐบาลนี้เข้ามาบริหาร ราชการแผ่นดินในช่วง ๗ เดือน ก็สานต่อตามกฎบัตรของอาเซียนที่เปึนความตกลง อย่าเพิ่งประท้วงเลยครับ อดทนฟังนิดหน่อย เสร็จแล้วท่านจะประท้วง ท่านจะซักถาม จะโต้แย้งได้ทั้งสิ้น จะได้เกิดความต่อเนื่องนะครับคุณหมอครับ ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ในกรณีของอาฟตานั้น สิ่งที่รัฐบาลนี้ทําและผมคิดว่าเปึนความกล้าหาญและเปึนการ เตรียมความพร้อมเพื่อไม่ให้เกษตรกรที่ท่านคิดว่าจะประสบผลกระทบและเดือดร้อน นั่นคือการเปลี่ยนระบบด้วยการเข้ามาประกันราคา ประกันกําไรให้กับชาวนาชาวไร่ครับ ตรงนี้ละครับที่ในอดีตนั้นเราใช้ระบบจํานํา ท่านเชื่อไหมครับว่าจากตัวเลขที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวโพด แล้วก็รองประธาน ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้ชี้แจงเอาตัวเลขออกมาก็คือว่า การจํานําข้าวในฤดูนาป้นั้นมีเกษตรกรที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ นาปรัง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือตัวเลขซึ่งน่าอัปยศมาก แล้วเราจะปล่อยให้เกษตรกรเหล่านั้นไม่ได้รับผลประโยชน์จากการที่รัฐเข้าไปแทรกแซง ด้วยงบประมาณแผ่นดินอย่างนั้นหรือ เพราะฉะนั้นในระบบที่รัฐบาลนี้กําลังดําเนินการ ก็คือว่า การประกันกําไรให้กับชาวนาชาวไร่ ใน ๓ พืช คือ ข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลัง ที่บอกประกันกําไรก็เพราะว่าเอาต้นทุนมาบวกค่าขนส่ง และบวกด้วย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ กําไรของข้าว นั่นจึงหมายความว่าเกษตรกรทุกคน ๓.๗ ล้านครัวเรือนจะได้ทุกคน ไม่ใช่ได้ กันกระปริบกระปรอย แล้วก็ไปตกอยู่กับนายทุน ไปตกอยู่กับระบบการค้าที่ไม่เปึนธรรม เหมือนในอดีตหรือการทุจริตฉ้อฉล เมื่อเราประกันส่วนนี้แล้วก็มั่นใจว่าไม่ว่าข้าวจะเข้ามา ค้าขายอย่างไรภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน เรามั่นใจว่าพืชเศรษฐกิจหลักโดยเฉพาะข้าว หรือมันสําปะหลัง และข้าวโพดนั้น จะได้รับการประกันโดยไม่มีขาดทุน นี่เปึนหลักที่ สําคัญมากและได้ทุกครอบครัวที่ขึ้นทะเบียน ผมจึงเรียนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกครับ การที่ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการส่งออกเปึนรายได้ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเราเปึนผู้ส่งออก รายใหญ่ของโลก เปึนแชมปี (Champ) โลกของข้าว แล้วก็เปึนผู้ส่งออกชั้นนําของ มันสําปะหลัง แล้วเราจะป่ดประเทศ เราเชื่อว่าประโยชน์ในการที่เรามีศักยภาพการแข่งขัน ของการส่งออกนั้นอยู่เหนือกว่าอีกหลายประเทศ แต่แน่นอนการค้าข้อตกลงไม่มีใครได้ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในสิ่งที่เราจะปัองกันดูแลเกษตรกรของเรานั้นก็ใช้มาตรการ แต่ไม่ใช่ มาตรการเพียงอย่างเดียวในลักษณะที่บอกว่าประกันกําไรให้กับชาวไร่ชาวนา นี่จะเปึน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ครับ แต่ยังมีมาตรการเสริมศักยภาพราคาด้วย ไม่ใช่ว่าใช้เพียง มาตรการประกันอย่างเดียว แล้วก็ไม่มีมาตรการเสริมอย่างอื่น ดังนั้นผมจึงเรียนว่า ขอให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านห่วงใยบรรดาพี่น้องเกษตรกรชาวนาชาวไร่ชาวสวน นั้น ที่เข้าอยู่ในโครงการของการประกันได้ช่วยสื่อข้อความเหล่านี้ให้เขาเหล่านั้นได้เข้ามา สู่การขึ้นทะเบียนให้ตรงต่อข้อเท็จจริง อย่าให้มีการสวมสิทธิ แล้วผมไม่ได้แผ่วหรอกครับ ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึงนั้น ผมเรียนว่าผมทําภายใต้กรอบอํานาจหน้าที่ เพราะผม เปึนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้มีอํานาจในการดูแลในสิ่งที่ได้กล่าวมา เว้นแต่ในส่วนกรมที่ผมกํากับดูแล หรือเฉพาะในส่วนของการกํากับการจํานําข้าวโพด ในช่วงแรกเท่านั้น ซึ่งก็ได้ดําเนินการไปตรวจค้น ตอนนี้ก็มีการดําเนินคดีแจ้งความ ทั้งคนที่ทุจริตในส่วนของการจํานําข้าวโพด จํานํามันสําปะหลัง แต่ว่าก็ต้องขอบคุณ สําหรับข้อสังเกตและข้อมูลต่าง ๆ ยินดีรับไปเพื่อจะไปดําเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติของเรา ขอบคุณท่านประธานครับ