สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมชลประทาน โดยเน้นย้ำว่าการจัดสรรงบประมาณในบางพื้นที่ไม่ทั่วถึงและไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการวิจัยที่ไม่มีการเผยแพร่ผลลัพธ์และไม่ช่วยเหลือเกษตรกรในการเพาะปลูก และเรียกร้องการทํางานในเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการค้นพบและจดสิทธิบัตรพันธุ์พืชของประเทศไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดสรร งบประมาณของกรมชลประทานที่จัดสรรให้กับภาคอีสาน ซึ่งเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และเรียกร้องการทํางานในเชิงรุกในการป้องกันการเกิดปัญหาเกี่ยวกับน้ำท่วมและน้ำแห้ง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ สาเหตุที่ดิฉันต้องขอแปรญัตติขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ และของกรมชลประทาน ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ก็เนื่องมาจากกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เปึนกระทรวงที่มีหน้าที่ต้องดูแลเกษตรกร ซึ่งบอกได้เลยค่ะว่าเปึนคน ส่วนใหญ่ของประเทศ แต่กลับดูแลได้อย่างไม่ทั่วถึงปล่อยให้เกษตรกรต้องมาแก้ไขปัญหา ด้วยตัวเอง การจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ก็ต้องเรียนว่ามีหลายแห่งที่มีการกระจุกตัว ลงบางพื้นที่ ไม่ครอบคลุม แล้วก็ไม่ทั่วถึงพี่น้องเกษตรกรของทั่วประเทศ ซึ่งตรงนี้ดิฉัน ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางท่านกรรมาธิการได้มีการสอบถามสาเหตุไหมว่าเพราะอะไร จึงได้มีการจัดสรรงบประมาณแบบกระจุกตัว ไม่ได้กระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ก็ต้องเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านกรรมาธิการค่ะ แล้วก็ต้องเรียนอีกอย่างหนึ่งค่ะ ท่านประธาน งบในการวิจัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีมาทุกป้ แล้วก็ไม่ใช่จํานวน ที่น้อยนะคะ มีเปึนจํานวนเปึนหลักพันล้านบาทเหมือนกัน แต่ว่าผลการวิจัยที่ได้ ยังไม่ปรากฏเปึนรูปธรรมในการนําไปเผยแพร่ว่าประชาชนจะได้อะไรจากการที่มีเงิน งบประมาณมาทําโครงการวิจัย ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานคะ มีการวิจัยมากมายค่ะ ว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่จะส่งผลให้การเพาะปลูกพืช ไม่ว่าจะเปึนข้าว มันสําปะหลัง ยางพารา พืชเศรษฐกิจเหล่านี้จะต้องใช้ปัจจัยอะไรบ้างในการที่จะต้องเพาะปลูก จะต้อง มาใช้ในการเพาะปลูก แต่ปรากฏว่าก็ไม่ได้มีการเผยแพร่หรือนําออกไปสู่ให้พี่น้องที่เปึน เกษตรกรได้รับทราบ แล้วก็ที่สําคัญมีการค้นหาว่าทําอย่างไรจะปลูกให้ได้พันธุ์ดี เพื่อจะ ทําการขยายพันธุ์ให้กับเกษตรกรนําไปเพาะปลูกในพื้นที่ของเกษตรกร ตรงจุดนี้ ท่านประธานทราบไหมคะว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เขาไม่ได้รับการจัดสรรเรื่องพันธุ์พืช ในการเพาะปลูกให้กับเกษตรกร เขาไปสรรหามาด้วยตัวเองค่ะท่านประธาน การเพาะปลูกแต่ละพื้นที่ พันธุ์แต่ละพันธุ์ได้ผลผลิตที่ไม่เหมือนกัน ประชาชนที่เปึน เกษตรกรต้องไปคอยสรรหาว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดในการจะมาทําการเพาะปลูกทาง การเกษตร ตรงนี้ดิฉันคิดว่าการจัดสรรงบประมาณไปค่อนข้างสูงในการทําการศึกษาวิจัย ก็ไม่น่าจะเปึนการลงทุนที่คุ้มค่ากับเงินงบประมาณที่ต้องลงทุนสูง แต่ได้ผลตอบแทน กลับมาหาประชาชนเปึนจํานวนน้อย
และอีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันเองก็ต้องยอมรับว่าจังหวัดดิฉันเอง เปึนจังหวัดที่มีพี่น้องเกษตรกรเปึนจํานวนค่อนข้างมาก ก็จะได้รับการบอกกล่าวในเรื่อง ของราคาวัสดุที่มีราคาแพง ตรงนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือ ในการแก้ไขปัญหา ทําให้ต้นทุนในการผลิตพืชผลทางการเกษตรของประชาชนต้อง ประสบกับปัญหามีต้นทุนการผลิตที่สูง แต่ว่าขายได้ได้ราคาต่ํา พี่น้องเกษตรกรขยันค่ะ ท่านประธาน อะไรที่บอกว่ามีราคาดี ก็จะได้มีการลงมือกันทําการเพาะปลูกกันค่อนข้าง จะเปึนไปในแนวทางที่เหมือนกัน แต่ว่าตรงส่วนนี้รัฐบาลก็ไม่ได้เข้าไปแก้ไข กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ก็ไม่ได้เข้าไปดูแลว่าจะทําอย่างไร จะมีมาตรการอย่างไรในการแก้ไข ปัญหา ท่านกรรมาธิการได้มีการสอบถามไหมคะว่าเขาจะมีการแก้ไขปัญหาที่เกิดซ้ําซาก ในเรื่องราคาตกต่ํา แต่ต้นทุนการผลิตสูงได้อย่างไร
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน พี่น้องเกษตรกรเขาบอกว่ารู้สึกน้อยใจ ในการที่จะได้รับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ เกษตรกรผู้ยากไร้ในบางพื้นที่ ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ที่จังหวัดชัยภูมิของดิฉัน อําเภอบ้านเขว้า อําเภอเนินสง่า อําเภอทรัพย์ใหญ่ อําเภอเทพสถิต แม้แต่กระทั่งอําเภอจัตุรัสเอง ซึ่งเปึนอําเภอที่ใกล้จะเข้ามาถึงเมืองโคราช แล้วก็จะเปึนทางที่เข้ามาสู่ทางกรุงเทพมหานครได้ ท่านประธานทราบไหมคะ ต้องเรียก แม่ปัาค่ะ ก็คือผู้สูงอายุอยู่ท่านหนึ่งมาบอกกับดิฉันว่า เขาอยู่ในพื้นที่ตรงนี้มามากกว่า ๖๐ ป้ ปัจจุบันอายุ ๗๐-๘๐ ป้แล้วค่ะ แต่ว่ายังไม่ได้รับการออกเอกสารสิทธิเลย มันก็ ไม่มีความมั่นคงในการจะประกอบอาชีพ ไม่รู้ว่าทําไปแล้วจะถูกยึดเมื่อไร ผลผลิตจะถูก ไล่ที่หรือเปล่า ซึ่งมันต่างกัน มีคนเขาบอกดิฉันว่าถ้าเปึนผู้ที่มีอํานาจ เปึนผู้ที่มีวาสนา หรือเปึนผู้ที่มีอิทธิพล การขอเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ๔-๐๑ ทําได้อย่างรวดเร็วถึงมือ บางครั้งนํามาส่งให้ถึงที่บ้าน ตรงนี้ดิฉันก็ไม่ทราบว่าจริงไหม ก็อยากเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่าได้มีการสอบถามถึงประเด็นการออกเอกสารสิทธิ ให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาในเรื่องพื้นที่ทําการเพาะปลูก เพื่อเปึนการสร้างความ มั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรเปึนหลักประกันในการดําเนินชีวิตของเกษตรกรหรือเปล่า
อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ค่ะท่านประธาน ก็คือเรื่องเกี่ยวกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดิฉันคิดว่าคงจะต้องมาทํางานในเชิงรุกกันบ้างแล้ว คงจะ ไม่ใช่ทํางานแต่ในเชิงรับอย่างที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน เพราะอะไรถึงว่าอย่างนี้ ท่านประธานคะ เมื่อประมาณเกือบ ๑ เดือนที่ผ่านมา เราได้ทราบข่าวว่าดอกกระเจียวเปึนพันธุ์พืช ชนิดหนึ่งต้องยอมรับว่าดอกกระเจียว ดิฉันโตขึ้นมาก็ได้ยิน แล้วก็ไปเห็นมาแล้ว ที่จังหวัด ชัยภูมิ เรามีงานเทศกาลทุ่งดอกกระเจียวด้วย ตรงจุดนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ ทํางานในเชิงรุก ก็คือไม่ได้มีการออกไปจดสิทธิบัตรเกี่ยวกับพันธุ์พืชที่ค้นพบ หรือว่า ค้นเจอที่ประเทศไทย เราปล่อยให้ต่างชาติมีการไปจดสิทธิบัตรในเรื่องพันธุ์พืชของเรา ในหลายรายการของพันธุ์พืชที่มีการไปขอขึ้นทะเบียนจดสิทธิบัตร แต่ว่าของเราใจเย็น รอจนกระทั่งต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนนั่นละถึงจะได้ตื่นตัว ต้องไปทําเรื่องคัดค้าน ต้องไปหาหลักฐานข้อมูลเพื่อจะมาแย้งว่าเปึนสิทธิของประเทศไทยเรา ประเทศไทยเรา เปึนเจ้าของ ดิฉันว่าการทํางานอย่างนี้น่าจะต้องมีการปรับปรุง ท่านกรรมาธิการได้มีการ สอบถามไหมคะว่าจะปล่อยให้ประเทศเราเสียผลประโยชน์ในเรื่องของการถูกต่างชาติ มาเอาลิขสิทธิ์เกี่ยวกับพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ของเราอีกกี่อย่างกันถึงจะได้ทํางานกันในเชิงรุก กันบ้าง
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับแหล่งน้ํา ไม่พูดถึงก็ไม่ได้เหมือนกันเปึนเรื่องที่ สําคัญค่ะ เนื่องจากภาคอีสานของดิฉันมีปัญหาเรื่องน้ําค่อนข้างมาก แต่ว่าการจัดสรร งบประมาณของกรมชลประทานที่จัดสรรให้กับภาคอีสานของดิฉัน เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณ ของกรมชลประทาน ท่านประธานคะ ปัญหาเหล่านี้มันเกิดขึ้นทุกป้ เปึนปัญหาที่ต้องบอกว่าท่วมซ้ําซาก แล้งซ้ําซาก แต่เราไม่มีการทํางานในเชิงรุก ไม่มีการ คิดถึงแนวทางในการจะปัองกันการเกิดปัญหา ซึ่งเราทราบอยู่แล้วว่าจุดไหน บริเวณไหน ที่จะเกิดปัญหาบ้าง แต่เราก็ไม่ได้มีการเข้าไปดูแล และจัดการอย่างที่ควรจะเปึน ที่สําคัญ ค่ะท่านประธาน กรมชลประทานมีงบในการสํารวจออกแบบค่อนข้างมาก ท่านประธานคะ เดี๋ยวดิฉันจะจบแล้วค่ะ ขออีกไม่เกิน ๒ นาที