สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

อนันต์ ผลอํานวย หารือเรื่องงบประมาณรายจ่ายปี 2553 ที่น้อยกว่าปี 2552 และผลกระทบต่อเกษตรกรที่มีปัญหาดิน น้ำ พันธุ์ และต้นทุนการผลิต

นายอนันต์ ผลอํานวย กําแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกําแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ผมได้ขอตัดลดงบประมาณไว้เล็กน้อย เพื่อจะใช้สิทธิในการอภิปรายเปึนการสะท้อน ปัญหาให้กับรัฐบาลได้รับทราบ งบประมาณรายจ่าย ป้ ๒๕๕๓ ทั้งสิ้น ๑.๗ ล้านล้านบาท แม้ว่าเปึนงบประมาณที่ต่ํากว่า ป้ ๒๕๕๒ ก็ตามนะครับ ผลจากการจัดเก็บรายได้ที่ ต่ํากว่าเปัาหมาย และที่เกิดจากผลกระทบจากวิกฤติทางเศรษฐกิจโลกเรา ก็เข้าใจในจุดนี้ แต่ผมดูแล้วว่าหลังจากที่งบประมาณเข้ามาสู่วาระสองนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมดูแล้วว่างบประมาณที่มันเกิดขึ้นที่เรากําลังพิจารณากันขณะนี้ โดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือว่าเปึนกระทรวงที่เปึนหัวใจ แล้วเปึนความสําคัญกับเศรษฐกิจ ของประเทศ ราษฎรประมาณ ๖,๕๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ซึ่งอยู่ในภาคเกษตร อยู่ในภาค ของไม้ผลก็ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว ที่เหลือก็ทําไร่ ทํานา บุคคลเหล่านี้เปึนบุคคล ที่เปึนพื้นฐานในการสร้างเศรษฐกิจของประเทศ แต่งบประมาณที่ได้จัดรับไป โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นี่เปึนที่น่าเสียหาย ที่น่าเสียดายเพราะว่าได้งบประมาณ น้อยกว่าป้ ๒๕๕๒ เมื่อน้อยกว่าป้ ๒๕๕๒ ท่านประธานที่เคารพครับ มันไม่ได้เอาไป แก้ไขปัญหาในเรื่องของพื้นฐานของคนที่อยู่ในภาคเกษตรให้ได้รับความสําเร็จได้ พื้นฐาน ของคนในภาคเกษตรที่มีความจําเปึนจริง ๆ ก็คือเรื่องของน้ํา เรื่องของพันธุ์ เรื่องของดิน แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ที่มันเกี่ยวข้องกับพื้นฐานเขา ท่านประธานที่เคารพทราบไหมครับว่า วันนี้ในภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้งหมด ถ้าไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐาน เขาแล้ว ดูจังหวัดกําแพงเพชรมีพื้นที่ในการเพาะปลูกประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ดินที่เปึนกรด มหาศาลประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ เปึนกรดปานกลางประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ มีพื้นที่ พอทํากินได้ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วถ้าสภาพของดินเปึนอย่างนี้ผมเชื่อว่าในจังหวัด บุรีรัมย์ของท่านประธานถ้าไปตรวจเช็คกันจริง ๆ ผมคิดว่าสภาพของดินไม่สมบูรณ์เหมือน จังหวัดกําแพงเพชรได้ เมื่อมันเปึนอย่างนี้ดินไม่สมบูรณ์เกษตรกรไปปลูกพืชหรือไปทํา อะไรก็ตามทางการเกษตร ผลผลิตมันก็ได้ไม่เต็มที่ พอได้ไม่เต็มที่ต้นทุนมันก็สูง วันนี้ เราต้องไปแข่งขันในตลาดโลก ประเทศไทยเปึนหนึ่งใน ๑๕๓ ประเทศที่เปึนสมาชิก ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เราจะไปประกันราคาพืชผลอย่างเต็มที่ก็ไม่ได้เพราะจะไปผิด เงื่อนไขเขา ถ้าอย่างนั้นเราต้องไปลดต้นทุนการผลิตโดยการดูดินให้เขาดีก่อน ๒. ระบบ ชลประทาน กรมชลประทานวันนี้ได้ไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่าไปทําอะไรได้ครับ ก็ไปขุดสระตรงโน้นลูก ตรงนี้ลูก สระทั้งประเทศขุดได้ไม่กี่พันลูก มันก็แก้ปัญหาเรื่องน้ํา เขาไม่ได้ เมื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ําเขาไม่ได้ผลผลิตมันก็ไม่เกิด เมื่อไม่เกิดเกษตรกรเขาก็อยู่ ไม่ได้ ผมไม่อยากเห็นวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยที่จนซ้ําซากมา ๔๐-๕๐ ป้ วันนี้น่าจะได้รับ การดูแลที่ดีขึ้น ผมได้อภิปรายในวาระหนึ่งไปครั้งหนึ่งแล้วว่าขอให้รัฐบาลเห็น ความสําคัญคนที่เปึนเกษตรกร แล้ววันนี้เกษตรกรต้องเจอวิกฤติซ้ําซากเข้าไป ท่านประธานครับ คนจนใช้มอเตอร์ไซค์ ออกจากบ้านก็ขี่มอเตอร์ไซค์ พอน้ํามันหมดไป ลิตรหนึ่งก็ถูกควักเงินภาษีเข้าไปในน้ํามันเกือบ ๒๐ บาท คนรวยก็ไม่เปึนอะไรหรอกครับ ใช้น้ํามันนี่ครับ แต่คนจนขี่มอเตอร์ไซค์ทุกวันเพราะเขาไม่มีรถยนต์ ไม่มีอะไรขี่ ก็ไปเจอ เรื่องของภาษีน้ํามันเข้าไปอีก สิ่งเหล่านี้รวม ๆ ไว้แล้วมันจะอยู่ได้อย่างไร แล้วดูจาก โครงการป้ ๒๕๕๒ ต่อเนื่องมาถึงป้ ๒๕๕๓ บางเรื่องผมไม่แน่ใจว่าข้าราชการเขาไม่เข้าใจ หรือว่ารัฐมนตรีเขาไม่เข้าใจอย่างเช่นเรื่องของการสร้างระบบประกันความเสี่ยงและระบบ การกระจายสินค้าทางการเกษตรของกรมส่งเสริมการเกษตร ผมถามว่าตรงนี้มันทําได้ ไหมครับ มันทําไม่ได้ มันขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๔ ด้วย ไปขัดกฎหมาย พ.ร.บ. ประกันภัยด้วย สิ่งเหล่านี้ทําไม่ได้ อันที่ ๒ การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรใช้งบประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังไม่เห็นทิศทางเลยครับว่า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปทําแค่สัมมนา ไปประชุมอบรมจ่ายเบี้ยประชุมเขาไปแล้วก็ให้เขากลับบ้าน หรือโครงการที่ผมดูแล้วที่จัด ในภาคใต้ จัดในภาคใต้โครงการพัฒนาเกษตรกรและส่งเสริมอาชีพพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ๖๑๔ ล้านบาท ผมขอเวลาอีก ๑ นาทีนะครับท่านประธาน ๖๑๔ ล้านบาท ข้าราชการเขาไม่ลงไปสัมผัสถึงพื้นที่ได้ในภาคใต้เราก็รู้ ๆ กันอยู่ ก็ได้แต่เรียกเกษตรกรมา ก็มาทําอบรม มาทําสัมมนา มาทําโน่น ทํานี่ ก็ใช้เงินให้หมดไป ก็มีรายงานส่งนายไป ถ้าอย่างนี้มันจะไปฟุ๋นฟูได้ ๖๐๐ กว่าล้านบาทครับ มันก็ทําอะไรไม่ได้ครับ ผมเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการว่า ในข้อที่ ๑.๑.๒ ว่าควรจะให้รัฐบาลกําหนดหน่วยงานหลักที่ รับผิดชอบอย่างชัดเจนเพียงพอหน่วยงานเดียว ซึ่งอาจเปึนหน่วยงานใหม่ที่สามารถ บูรณาการได้ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง แค่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเดียวนะครับ ทุกกรมเลยครับ ก็ไปคนละทิศละทางก็ทําอะไรไม่ได้ ผมก็เลย ตั้งข้อสังเกตว่าถ้ารัฐบาลจะใช้งบกลางหรืออะไรก็ตามที่สามารถลงไปผลักดันรากหญ้า ให้เขาสามารถลืมตาอ้าปากได้ ผมก็คิดว่ามันจะเปึนการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ ทั้งโลกนี้เกิดการแข่งขันกัน ขอขอบคุณท่านประธานครับ