ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ หารือเรื่องการจัดเก็บภาษีในสมัยเศรษฐกิจวิกฤติ โดยเน้นย้ำถึงความพยายามของกรมสรรพากรในการจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ และแนะนำให้เปลี่ยนบทบาทของกรมศุลกากรให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการค้าระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานอื่นใช้จ่ายเงินที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
ผมคงสั้น ๆ นะครับประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธาน คณะกรรมาธิการนะครับ คงจะใช้เวลาสั้น ๆ จริง ๆ นะครับ เพราะว่ามีท่านกรรมาธิการได้ สอบถามและผมอยากจะเรียนให้ท่านกรรมาธิการได้ทราบ หรือผู้อภิปรายได้ทราบในเรื่อง ของการจัดเก็บ กรมจัดเก็บเสียจะมากกว่า ก็ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ได้ให้ กําลังใจกับกระทรวงการคลังในส่วนของกรมจัดเก็บและผู้ที่เสนอแนะในการปรับปรุง ในการที่จะไปบริหารการจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนของกรมสรรพากร ในวันนี้ต้องเรียนให้ทราบว่าด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่ประสบปัญหาการจัดเก็บรายได้ ก็ลําบาก แต่ข้าราชการกรมสรรพากรก็ทํางานกันหามรุ่งหามค่ํา ไม่ได้จะไปรีดภาษี ทํางานหามรุ่งหามค่ําเพื่อที่จะหาแนวทางว่าจะดําเนินการอย่างไรจัดเก็บภาษีให้มันมี ขอบข่ายที่กว้างมากยิ่งขึ้นนะครับ ก็คิดว่ากําลังปฏิบัติอยู่ และผลการจัดเก็บที่ออกมา ก็คาดว่าจะจัดเก็บได้ต่ํากว่าเปัามากในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจช่วงแรก แต่หลังจาก ๖ เดือน ผ่านไปการจัดเก็บก็ได้ดีขึ้น แล้วก็ไม่เลวร้ายจากที่เราได้คาดคิดกันไป ฉะนั้นกรมสรรพากร ก็จะพยายามทําหน้าที่การจัดเก็บให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ
ในส่วนของกรมศุลกากร ผมอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ผู้อภิปรายและท่านกรรมาธิการว่า กรมศุลกากรนั้นทําการจัดเก็บภาษีให้กับกรมศุลกากร เพียงแค่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองนะครับ กรมศุลกากรจัดเก็บใน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของงานที่กรมศุลกากรทํา ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนการจัดเก็บภาษีศุลกากร ส่วน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนการจัดเก็บให้กรมสรรพากร คือ ภาษีแวท สินค้าน้ําเข้าหรือวัตถุดิบนําเข้า และอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนการจัดเก็บภาษีให้กับกรมสรรพสามิต อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนการ จัดเก็บภาษีให้กับกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้นวันนี้อย่าเข้าใจว่ากรมศุลกากรจัดเก็บภาษี ทั้งหมด และภาษีเข้ากรมศุลกากร ไม่ใช่ครับ ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองที่จัดเก็บให้กับ กรมศุลกากร ฉะนั้นใน ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้มีแนวความคิดว่ากรมศุลกากรจะต้อง เปลี่ยนบทบาทในการจัดเก็บภาษี เปึนผู้อํานวยความสะดวก เพราะในระยะเวลา ๕-๑๐ ป้ ข้างหน้า ภาษีสินค้านําเข้าและส่งออกของโลก ภาษีการค้าจะลดไปแทบจะเหลือ ๐ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กรมศุลกากรจะต้องทํา คืออํานวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาทําการค้า ในประเทศไทยกับผู้ส่งออก จะได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศของเรา ในเรื่องของกรมศุลกากรก็อยากจะเรียนให้ท่านผู้อภิปรายได้เข้าใจ
ในส่วนที่ได้พูดกันในประเด็นของสํานักบริหารหนี้สาธารณะ ผมถือโอกาส นี้เรียนว่ามีการพูดถึงสํานักบริหารหนี้สาธารณะ หลายคนก็พูดว่ามีความเปึนห่วงในเรื่องที่ กระทรวงการคลังหรือรัฐบาลได้กู้เงิน ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าการกู้เงินนั้นเราต้องดูว่า ในส่วนหนี้สินคือการกู้เงิน แต่ทรัพย์สินของประเทศของเรานั้นก็มี เราจะไปดูว่าเรากู้ อย่างเดียวมันไม่ได้ ทรัพย์สินวันนี้ของประเทศเรา รวมทั้งรัฐวิสาหกิจทั้งหมดมีประมาณ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่งเปึนธนาคารของรัฐ อีกครึ่งหนึ่ง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เช่น การไฟฟัาฝ์ายผลิตแห่งประเทศไทย บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) การรถไฟ แห่งประเทศไทย รัฐวิสาหกิจอื่น ๆ ฉะนั้นเรามีทรัพย์สิน ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เรากู้ เงินประมาณแค่ ๓.๓ ล้านล้านบาท ไม่ได้มีการเปึนอันตรายแต่อย่างใด เราต้องดูบัญชี ทั้ง ๒ ข้างบัญชีทรัพย์สินที่เรามีอยู่เราก็ต้องดู บัญชีหนี้สินเราก็ต้องดู เราอย่าไปดูว่าเรากู้ อย่างเดียว ดูแต่หนี้สินอย่างเดียวนั้นคงจะไม่ได้
ในส่วนของ สคร. สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจซึ่งมีผู้ได้ อภิปราย ผมอยากเรียนชี้แจงว่าสํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจได้ งบประมาณค่อนข้างน้อยมาก ซึ่งได้งบประมาณเพียงแค่ ๑๑๕ ล้านบาท แต่ต้องไปกํากับ ดูแลรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีมูลค่าอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วคือ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะต้องไป กํากับดูแล ไปดูแลระเบียบ ไปดูแลว่าเขาทํางานกันอย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากรมต่าง ๆ หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวไปแล้ว กระทรวงการคลังมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และเปึนมันสมองที่จะต้องทําให้ประเทศชาติเดินหน้า เงินภาษีหรืองบประมาณที่เราได้มา ผมคิดว่ายังน้อย แต่เรามีความจําเปึนที่จะต้องใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ และขอยืนยันว่าในส่วนที่ผมกํากับดูแล และพวกเรารัฐมนตรีทุกท่าน จะใช้จ่ายเงินที่งบประมาณได้มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพเท่าที่จะทําได้ ก็มีเพียงเท่านี้ครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณครับ