สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

บรรพต ต้นธีรวงศ์ แสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลแพทย์ที่เสียชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเรียกร้องให้มีการปรับลดค่าใช้จ่ายนั้น โดยอ้างอิงจากปรัชญาของปราชญ์คนสำคัญว่าไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่าในการเรียนรู้สอนได้ และต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ในอดีตมีการเลือกปฏิบัติและแจ้งว่าปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว และยังหารือเรื่องเหตุการณ์เดือนเมษายนที่พัทยา โดยมองว่าประชาชนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นจะไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่าในการสอนได้

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภิปรายแปรญัตติงบประมาณ กระทรวงกลาโหมตามมาตรา ๖ ซึ่งผมได้ขอสงวนคําแปรญัตติไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะมีคนสงสัยว่าผมเปึนใครมาจากไหน อาจหาญมาขอปรับลดงบประมาณของทหาร ผมก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า กระผมนั้นสนใจและลงไปใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อยู่บ่อย ๆ เพื่อไปแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของการแพทย์และ สาธารณสุขค่อนข้างจะเปึนประจําครับ และได้รับทราบความทุกข์ของเพื่อนแพทย์รวมทั้ง ราษฎรที่เปึนคนไข้นะครับ มีคุณหมอท่านหนึ่งจดหมายมาถึงท่านนายกรัฐมนตรีเลย นะครับว่าสิ่งที่เขาอาจจะทําผิดพลาดไปบ้าง แต่สิ่งที่ได้รับการตอบสนองคือถูกเรียกร้อง ค่าเสียหายเปึนสิบ ๆ ล้านบาท ในขณะที่เขาเสียสละอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม ไม่ปลอดภัย ทําเหมือนกับว่าเขาเปึนฆาตกร โดยไม่คํานึงว่าเขาเปึนแพทย์พาณิชย์ หรือเปล่า อันนี้เปึนความขมขื่นและเปึนความเจ็บปวดของผู้ที่อยู่ในระบบบริการ ทางการแพทย์และสาธารณสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีผลกระทบมาจาก ความมั่นคงในบริเวณนั้น

ประการที่ ๒ ครับ ผมได้รับการแต่งตั้งเปึนที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ พิจารณางบประมาณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ แล้วก็สนใจงบประมาณของ กระทรวงกลาโหมเปึนพิเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่ออธิบายเหตุผลในการปรับลด ผมขอกล่าวอ้างคําพูดสําคัญ ๆ ของปราชญ์คนสําคัญซึ่งผมจะไม่ขอเอ่ยนาม รวมทั้ง ผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้นะครับ ไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้สอนกันได้ ขอย้ํานะครับ ไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้สอนกันได้ครับ ดังนั้นเพื่อที่จะแจกแจง ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ทั้งที่เกิดขึ้นในอดีต ที่กําลังเกิดในปัจจุบัน และทําท่าว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคตมาเทียบเคียงประกอบเหตุผลในการแปรญัตติปรับลดงบประมาณมาตรา ๖ ดังนี้นะครับ คําพูดที่ว่า ไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้สอนกันได้นั้น หมายความว่าต้องเรียนรู้ ด้วยตนเองครับ ไม่มีใครสอนใครได้ มิฉะนั้นก็จะไม่รู้ว่าสิ่งใดถูกต้อง สิ่งใดไม่ถูกต้อง สิ่งใดจริง สิ่งใดเปึนความเท็จ เรื่อยไปจนถึงสิ่งใดที่ดีและสิ่งใดที่เลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ เข้าใจยากต้องอาศัยการเรียนรู้ด้วยตนเอง ท่านประธานครับ ผมจะไม่ใช้เวลามากครับ ขอยกปรากฏการณ์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์ บ้านเมือง เหตุการณ์ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณและ ความมั่นคง รวมทั้งความสงบสุขของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และรวมทั้งทั้งประเทศด้วย ปรากฏการณ์แรกที่ผมจะนําหยิบยกมาอธิบายประกอบ เทียบเคียงครับ ปรากฏการณ์ในอดีตปัญหาการยุบ ศอ.บต. และปัญหาความผิดพลาด เชิงนโยบายที่ไปประเมินว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นเปึนปัญหาของโจรกระจอก ตรงนี้ละครับทําให้หลาย ๆ คนรวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยได้เรียนรู้ว่าและแนวทางไหน เปึนสิ่งที่ถูกต้อง รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ใช้หลักของสันติวิธี เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา อันนี้เปึนแนวทางที่ถูกต้องหรือไม่ ประชาชนต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะอย่างน้อยที่สุดระยะเวลา ๘ เดือนที่ผ่านมา สถิติการเกิดเหตุการณ์ สถิติการล้มตาย เจ็บ ลดลงอย่างมากเห็นได้ชัด ในป้ ๒๕๔๗ ถึงปลายป้ ๒๕๕๑ ปรากฏว่ามีทั้งทหาร ตํารวจ ประชาชนบาดเจ็บล้มตายไปประมาณ ๓,๐๐๐ คน เฉลี่ยป้ละ ๖๐๐ คน แต่ใน ระยะเวลา ๘ เดือนที่ผ่านมานี้ผมเรียนถามท่านรัฐมนตรีถาวร เสนเนียม ท่านบอกว่า เสียชีวิตไปขณะนี้ ๑๐๐ กว่าคน อันนี้คือสิ่งที่ประชาชนต้องเรียนรู้ด้วยตนเองว่านโยบาย อันไหนเปึนนโยบายที่ถูกต้องระหว่างการปราบปรามกับนโยบายในเรื่องของการใช้ สันติวิธี เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา จริงอยู่ครับเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์คาร์บอม ทําให้มีผู้เสียชีวิตไปอีกจํานวนหนึ่ง อันนี้ก็คงเปึนสิ่งที่รัฐบาลก็คงจะต้องใช้เปึนบทเรียน ในการเรียนรู้ด้วยตัวเองเช่นเดียวกันว่าจะมีวิธีการปัองกันแก้ไขที่ดีกว่านี้หรือไม่ ต้องเรียนรู้ ทั้ง ๒ ฝ์าย

ประการที่ ๓ ปัญหาในเรื่องการจัดสรรงบประมาณที่ในอดีตมีการ เลือกปฏิบัติ อันนี้เปึนความรู้สึกของจังหวัดหลายจังหวัดครับ ที่เขารู้สึกว่าไม่ได้รับ ความเปึนธรรมในการจัดสรรงบประมาณ ผมยกตัวอย่างเช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปัญหา ที่เกิดขึ้นกับเกาะพะงันก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเกาะสมุยก็ดี การพัฒนามาล่าช้าก็เพราะว่า ไม่ได้รับความเปึนธรรม ถูกเลือกปฏิบัติ ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ มาบัดนี้เขาได้รับ การจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ก็อยากจะบอกผ่านท่านประธานและ ท่านกรรมาธิการไปยังพี่น้องชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยนะครับว่าปัญหานี้ได้รับ การแก้ไขแล้ว ท่านได้รับความเปึนธรรมในการจัดสรรงบประมาณแล้ว รวมทั้งที่ โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีด้วยครับ จะได้ตึกคนไข้ซึ่งไม่เคยได้รับมาเปึนระยะเวลาหลายป้ ก็จะได้รับการจัดสรรงบประมาณที่จะก่อสร้างตึกผู้ป์วยนะครับ ให้สมฐานะที่ว่า เปึนโรงพยาบาลศูนย์ของแถบนี้

ต่อไปปัญหาในเรื่องของเหตุการณ์เดือนเมษายนที่พัทยาที่ผ่านมา ประชาชนก็ได้เรียนรู้ ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลก็คงได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันทําลาย ภาพพจน์ของประเทศหรือไม่ อย่างไร ทําลายระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวหรือไม่ อย่างไร อันนี้ได้รับการเรียนรู้ต่อไป ท่านประธานครับ ตัวอย่างปรากฏการณ์ในปัจจุบัน ที่อยากจะหยิบยกเทียบเคียงกับคําพูดที่ว่าไม่มีสิ่งใดที่มีคุณค่าต่อการเรียนรู้สอนกันได้ ต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง ประเด็นข้อกล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรีว่าล้มเหลวในเรื่องของ การสร้างความสมานฉันท์ จะสมานฉันท์กันได้หรือไม่ต้องมีส่วนร่วมกันทั้ง ๒ ฝ์าย จะต้อง ไม่สร้างความขัดแย้งไปถึงการก่อความรุนแรง รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็มีนโยบายชัดเจนในเรื่องการสร้างความสมานฉันท์ สามารถชุมนุมกันได้โดยปราศจาก อาวุธโดยสงบ แต่ถ้าเกิดว่ามีอีกฝ์ายหนึ่งตั้งเงื่อนไขสร้างความรุนแรงให้เกิด ความแตกแยกขึ้นมาอย่างนี้จะสมานฉันท์กันได้อย่างไรครับ ผมคิดว่าประชาชนคงได้ เรียนรู้ว่าไม่ว่าจะเปึนฝ์ายเสื้อสีแดงก็ตามในการไปชุมนุมก็ดีเปึนสิทธิ แต่ว่าอย่าก่อ ความรุนแรง ขอให้ใช้วิจารณญาณของท่านเองในการที่จะกระทําใด ๆ โดยรับฟังข้อมูล ทั้ง ๒ ฝ์าย ๒ ด้าน ก่อนที่จะลงมือกระทําใด ๆ ลงไป ผมคิดว่าตรงนี้สอนกันไม่ได้ ประชาชนต้องเรียนรู้ด้วยตนเองอีกประเด็นหนึ่งแล้วนะครับ