ไตรรงค์ สุวรรณคีรี หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณในหน่วยงานของรัฐ โดยเน้นย้ำถึงหลักการในการพิจารณาปรับลด เช่น การประหยัดงบประมาณ การเลื่อนการใช้งบประมาณ และการใช้กองทุนสนับสนุนของหน่วยงานด้วยตนเอง และยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของกองทุนสนับสนุนเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับลดงบประมาณของสบร. และขออนุมัติตามมติของตนเอง โดยอ้างเหตุผลว่าประเทศมีเงินสะสมอยู่ 1,700 ล้านบาท และต้องการใช้เงินนั้นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองประธานคณะกรรมาธิการครับ ผมขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกว่า ในส่วนของคณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาปรับลดในหน่วยงานทั้ง ๑๘ หน่วยงาน ที่สังกัด สํานักนายกรัฐมนตรี หลักในการปรับลดก็จะดู ๒-๓ หลักใหญ่ ๆ นะครับ
อันแรกก็ดูว่าที่ตั้งงบประมาณขึ้นมานั้น มีราคาสูงเกินความเปึนจริงหรือไม่
ประการที่ ๒ ก็ดูว่ามันมีความจําเปึนจะต้องซื้อในป้ ๒๕๕๓ จริง ๆ หรือเปล่า เพราะว่าสภาพเศรษฐกิจเราก็ไม่ดี ถ้ามีอะไรประหยัดได้หรือเลื่อนออกไปก่อน เราก็จะให้ เลื่อนไป
อีกประเด็นหนึ่ง ก็ต้องดูว่าหน่วยราชการนั้นมีกองทุนสนับสนุนอยู่แล้ว หรือไม่ ถ้าเผื่อมีเงินที่กองทุนมากเพียงพอเราก็ไม่อยากให้เอางบประมาณไปใช้อีก ก็อยากให้ใช้งบของกองทุนนั้นมาใช้เปึนประโยชน์ เพราะว่าบางทีหน่วยราชการ ที่มีกองทุนเขาจะถือโอกาสว่ากองทุนของตัวเองมีก็สะสมพอกพูนขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเปึน การสะสมความมั่งคั่งของหน่วยงาน แล้วก็ของบประมาณจากรัฐบาลทุกป้ ทําอย่างนี้ เพราะฉะนั้นในสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้จะตามใจอย่างนั้นไม่ได้ นี่คือหลักใหญ่ ๆ ในการ พิจารณาปรับลด ของสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีที่ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนน้อย หรือท่านผู้แทนราษฎรได้สงวนคําแปรญัตติ ส่วนมากท่านก็จะได้พูดเรื่องงบของกองทุน เศรษฐกิจพอเพียง ที่แปรสภาพมาจากงบ เอสเอ็มแอล อย่างที่ท่านทั้งหลายทราบ ต้องกราบเรียนว่ากองทุนนี้ เปึนกองทุนที่ดีมาตลอดนะครับ ผมเองให้การสนับสนุนกองทุนนี้มาตลอด เพราะต้อง กราบเรียนท่านที่เคารพว่า ส่วนตัวผมทําโครงการนี้มาตั้งแต่ป้ ๒๕๒๙ ในเขต ๓ จังหวัด สงขลา แล้วก็มาตรงกับที่ท่านทักษิณนํามาใช้ในระดับชาติผมถึงถือว่าเปึนความคิดที่ดี เปึนความคิดที่เฉียบแหลม แล้วก็เปึนประโยชน์มากที่ท่านสมาชิกบางท่านพูดว่าได้ให้ สภาบ้านเปึนคนตัดสินเขาเองว่าเขาต้องการจะใช้เงินเปึนอย่างไร อันนี้คณะกรรมาธิการ เราเห็นด้วยในเรื่องนี้นะครับ เพียงแต่ว่ากฎเกณฑ์ของรัฐบาลใหม่นี้ก็อาจจะมีปัญหาทําให้ ประชาชนไม่มีเสรีภาพเหมือนในอดีต อันนั้นก็เปึนเรื่องนโยบายที่ท่านทั้งหลายได้แสดง ความเห็นรัฐบาลก็คงจะนําไปพิจารณาต่อไปนะครับ
ส่วนโครงการโอทอปนั้นผมใคร่จะกราบเรียนว่า เพราะว่ามีสมาชิกได้ให้ ความสนใจเพราะว่าได้ตั้งงบประมาณไว้เพียง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็นึกว่ารัฐบาลนี้ไม่ให้ ความสนใจ แต่คณะกรรมาธิการได้ตรวจสอบแล้วก็ปรากฏว่า คืองบประมาณที่สนับสนุน โครงการโอทอปได้ตั้งไว้ก่อนป้ ๒๕๕๑ ตั้งไว้ที่กองทุน เอสเอ็มอี ครับ กองทุน เอสเอ็มอี ปัจจุบันมีเงินเหลืออยู่ ๖๕๐ กว่าล้านบาทนะครับ แต่ว่าในป้ที่แล้วมาตั้งงบประมาณให้อีก ๔๐๐ ล้านบาท ๔๐๐ ล้านบาทนั้นก็ใช้ไปเกือบหมดแล้วครับ เหลืออยู่สัก ๒๐-๓๐ ล้านบาท ในปัจจุบัน แต่ว่าป้ใหม่ ๒๕๕๓ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี รายได้ไม่มี เราก็ต้องการที่จะเอา กองทุนที่เงินเหลืออยู่ ๖๕๐ ล้านบาทนั้นมาใช้สําหรับโครงการโอทอปนี่คือเหตุผลที่ไม่มี งบประมาณมากกว่านี้ เพราะว่าทุกหน่วยราชการต้องประหยัด เพราะไม่มีเงินจริง ๆ ทุกคนต้องได้น้อยลงหมด อันนี้เมื่อประเทศจนลงทุกคนต้องจนลง ไม่มีใครที่มีสิทธิจะอ้างว่า เราต้องรวยขึ้นในขณะที่เพื่อนจนลงทั้ง ๖๐ ล้านคน อันนั้นคือสิ่งที่กราบเรียนนะครับ
เรื่องกรมประชาสัมพันธ์เราไม่ได้ปรับลดนะครับ ท่านทั้งหลายก็ได้แสดง ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องทางด้านนโยบายซึ่งคงไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการ
เรื่องต่อไปที่ผมอยากจะกราบเรียนก็มีท่านทั้งหลายพูดเรื่องสํานักงาน ข่าวกรองแห่งชาติ สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติเขาทํางานลับ ๆ แต่ต้องกราบเรียน ท่านทั้งหลายว่าเขาทํางานร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคงซึ่งเปึน คณะกรรมการพิเศษนะครับ ซึ่งจะประกอบด้วยสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทหาร แล้วก็ ตํารวจ ซึ่งร่วมกัน แล้วสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติจะเปึนคนรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพราะคนที่จะสืบข้าราชการลับก็คือมีทั้งทหาร ทั้งตํารวจ ทั้งกระทรวงมหาดไทยที่ตกไม่ได้ แล้วก็จะมารวบรวมข้อมูลไว้ที่สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ ก็จะเปึนคนเสนอแนะยุทธวิธีในการที่จะแก้ไขปัญหาที่เห็นว่าเปึนสมมุติฐานแห่งการเกิด ความไม่มั่นคงของชาติไม่ว่าจะเปึนการเจรจาในที่ลับในที่แจ้งหรือว่าการกดดันด้วยวิธีการ ต่าง ๆ อันนี้คืองานของสํานักงานข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งผลงานนี้ก็เปึนที่ประจักษ์ พอสมควรนะครับ ก็ถือว่าทําได้ดีพอสมควร เพราะว่าคณะกรรมาธิการได้มอบหมายให้ สํานักงานข่าวกรองแห่งชาติได้ชี้แจงกับผมโดยตรงเพราะเปึนความลับ ผมไม่สามารถจะ เป่ดเผยที่ไหนได้ แต่ว่าผมให้คํายืนยันกับสภาผู้แทนราษฎรว่า เขาทํางานก็ได้ผล พอสมควรครับ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อความมั่นคงของประเทศ
สําหรับเรื่องงบของ กอ.รมน. ที่ใช้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องกราบเรียนว่า ครั้งแรกก็มีปัญหาเพราะ กอ.รมน. ถือว่าการทํางานที่ภาคใต้เปึนเรื่องลับ ของเขา ครั้งแรกก็ไม่ได้ให้ข้อมูลกับคณะอนุกรรมาธิการ เมื่อคณะอนุกรรมาธิการได้นํา เรื่องนี้มารายงานให้คณะกรรมาธิการชุดใหญ่ซึ่งผมนั่งเปึนประธานในวันนั้นทราบ ผมก็ แขวนงบทั้งหมด ให้ไปเจรจาใหม่ แล้วผมก็ติดต่อกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง กอ.รมน. ให้นํารายละเอียดทั้งหมดมาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการแล้วผมเข้าฟังด้วย เพราะฉะนั้น รายละเอียดทั้งหมดเขาชี้แจง ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านสงวนนะครับ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ซึ่งเปึนอนุกรรมาธิการท่านได้กรุณา พูดบันทึกไว้เปึนหลักฐานแล้วว่าทาง กอ.รมน. ได้ให้ความร่วมมือ เราก็เห็นว่าอะไรที่มัน ควรจะเป่ดเผยได้ อะไรควรจะเป่ดเผยไม่ได้แต่เราก็ปรับลดไปจํานวนหนึ่งครับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีท่านสมาชิกได้พูดถึงว่าไม่มีความก้าวหน้า เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้งสํานักงานบริหารชายแดนภาคใต้ที่เรียกว่า พระราชบัญญัติ สบ.ชต. นะครับ ผมกราบเรียนที่จริงไม่ใช่หน้าที่ของผม แต่ท่านรัฐมนตรีถาวรมากระซิบฝาก เพื่อไม่ให้เสียเวลากับสภาให้ผมช่วยกราบเรียนท่านทั้งหลายว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรีไปแล้วตอนนี้อยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งรัฐบาลพยายามจะ เร่งให้เข้าสภาทันสมัยนี้นะครับ ขอกราบเรียนเพื่อโปรดทราบนะครับ
ส่วนอย่างอื่นที่อยากจะกราบเรียนก็คือที่บางท่านสนใจสํานักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้ที่เรียกว่า สบร. ว่าทําไมเราปรับลดทั้งหมด ๔๕๐ ล้านบาท ที่เสนอมา ต้องกราบเรียนอย่างที่ผมได้จั่วหัวไว้แล้วเมื่อสักครู่นี้ เพราะว่าเขามีกองทุนอยู่ ๑,๗๐๐ ล้านบาท มีกองทุน ๑,๗๐๐ ล้านบาท สะสมความมั่งคั่งเอาไว้ เพราะฉะนั้น ประเทศจนครับตอนนี้ ๑,๗๐๐ ล้านบาทนั้นบังคับให้เอามาใช้ นี่ก็คือเหตุผลทั้งหมด ก็ขอกราบเรียนว่าเราปรับลดทั้ง ๑๘ หน่วยงาน ซึ่งที่ไม่ปรับลดก็จะมี ๒-๓ หน่วยงาน นอกนั้นก็จะมีการปรับลด รวมทั้งของ กอ.รมน. เราด้วย ก็ปรับลดลงไปทั้งหมด ๕๔๗ ล้านบาท จาก ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๒.๓๓ เปอร์เซ็นต์ คณะกรรมาธิการก็ขอกราบเรียน ท่านประธานเพื่อขออนุมัติตามมติอันนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ