สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒

วัชระ เพชรทอง หารือเรื่องการบริหารจัดการงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะการไม่มีการชี้แจงความจริง ต่อกลุ่มคนชั่ว และการโฆษณาชวนเชื่อ โดยเรียกร้องการปรับปรุงการบริหารจัดการงบประมาณของหน่วยงานของรัฐ และลดงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ลง 10%

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ครับท่านประธาน ผมก็เชื่อฟัง ท่านประธานอีกครับ ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนหน่วยงานที่ ๒ ที่ผมจะขออนุญาตปรับลด เนื่องจากว่ากรมประชาสัมพันธ์นั้น ท่านประธานครับ เปึนหน่วยงานที่สําคัญของรัฐบาล และเปึนกระบอกเสียงของรัฐบาล แต่ก่อนที่จะพูดถึงกรมประชาสัมพันธ์ท่านประธานครับ ผมได้รับแต่งตั้งให้เปึนที่ปรึกษา คณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณในส่วนของอบรม สัมมนา โดยมีท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ เปึนประธาน ผมก็ได้เห็นว่าข้าราชการนั้นได้เสนองบประมาณที่เกินจริง เสนองบประมาณที่เกินจากที่จะใช้จริงเพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการได้ตัด และมีการเขียน งบประมาณสะเพร่า ลวก ๆ ยกตัวอย่าง เช่น ปากกาลูกลื่น มีการเสนองบประมาณ ซื้อปากกาลูกลื่นยี่ห้อแลนเซอร์สีแดง สีน้ําเงิน ถึงด้ามละ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เปึนต้น เปึนเงินนับแสนบาท ท่านประธานครับ นอกจากนี้เรื่องงบสิ่งพิมพ์ก็ปรากฏว่า มีการเขียนเกินจริงเปึนอันมาก นับตั้งแต่มีสํานักงบประมาณมาไม่เคยปรากฏว่า มีการกําหนดสเปคสิ่งพิมพ์ เมื่อผมไปเปึนที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้ ท่าน ส.ส. จุติ ไกรฤกษ์ ให้ผมเปึนคนร่างสเปคกําหนดงบสิ่งพิมพ์ให้กับสํานักงบประมาณ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะบรรดาเถ้าแก่โรงพิมพ์ หรือนักการเมืองที่คิดจะเข้าไป โกงกินเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เห็นงบสิ่งพิมพ์แล้วน้ําลายไหลเปึนเหลี่ยม ๆ นอกจากนี้ปรากฏว่ายังมีเงินนอกงบประมาณจํานวนนับร้อยล้านบาท พันล้านบาท ที่สั่งสมอยู่ตามองค์กรของรัฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ ท่านประธานครับ ที่ผมขอแปรญัตติ ในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์นั้นเนื่องจากว่า

เรื่องที่ ๑ ไม่มีบทบาท ขาดความกล้าหาญในการที่จะชี้แจงความจริง ต่อกลุ่มคนชั่วที่คิดทําลายล้างสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผมยืนยันกับ ท่านประธานว่า กรมประชาสัมพันธ์นั้นต้องเปึนหน่วยงานหลักในการที่จะพิทักษ์ไว้ ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับ ผมพูดด้วยความเคารพ ต่อท่านผู้ฟัง ต่อพ่อแม่ พี่น้องประชาชนซึ่งเปึนผู้เสียภาษีอากรของประเทศนี้ และพูดต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และต่อหน้าท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลชุดนี้ แม้นว่ามีความตั้งใจจริงอย่างบริสุทธิ์ มีความตั้งใจที่จะทํางานเพื่อพ่อ แม่ พี่น้องประชาชน แต่ถ้ากลไกของรัฐบาลยังอยู่ภายใต้ระบบอํานาจเก่า การทํางานของราชการ ก็ไม่ได้ลุล่วงเดินหน้าไปด้วยความรวดเร็ว

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ปรากฏว่ากรมประชาสัมพันธ์ ขาดการทําหน้าที่ในการเผยแพร่นโยบายของรัฐบาลที่ดี ๆ ให้ได้ติดหู ติดตาประชาชน ผมอยากจะยกตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ ในอดีตถ้าท่านประธานจําได้ เพลง ๆ หนึ่ง เงินกําลังจะหมุนไป ๆ ในที่สุดก็ติดหูประชาชน แล้วประชาชนก็ไม่ได้ล่วงรู้ว่า เงินที่มันหมุนไปทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเข้าสู่กระเปิาของทรราช ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า กรม ๆ นี้ต้องชี้แจงนโยบายของรัฐบาล เช่น โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในขณะนี้ รัฐบาลได้เป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ปู์ย่าตายายที่มีอายุเกิน ๖๐ ป้ขึ้นไป คือคนที่เกิดก่อนวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้ไปลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุได้ที่สํานักงานเขตทุกเขต และท่านจะรับเงิน ผ่านธนาคารกรุงไทยก็จะไม่ถูกหักเงินค่าธรรมเนียม คือได้เต็มเดือนละ ๕๐๐ บาท และได้ไปทุกเดือน ได้ไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ได้เพียงแค่ ๖ เดือนเหมือนกับที่บางคน ได้ไปโกหกพ่อแม่พี่น้องประชาชนอยู่ตามชนบทในขณะนี้ ท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๓ จุดบกพร่องของกรม ๆ นี้ก็คือว่า ปล่อยปละละเลยวิทยุชุมชนให้ สร้างความแตกแยกในหมู่พี่น้องประชาชน กรมประชาสัมพันธ์มีหน้าที่โดยตรง แต่กลับปล่อยปละละเลย ทําให้วิทยุชุมชนกลายเปึนกระบอกเสียงที่สร้างความแตกแยก ให้กับผู้คนในแผ่นดินนี้ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ยังปล่อยให้รายการเชื่อมั่นประเทศไทย ของท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนคนสุภาพ นุ่มนวล มีเมตตา มีศีลธรรมและเปึนคนดีที่สัมผัสได้ ท่านประธานครับ กรม ๆ นี้ปล่อยให้รายการเชื่อมั่นประเทศไทย เปึนจอมืด หรือขัดข้อง ๒-๓ หน สะท้อนให้เห็นถึงการทํางานที่ขาดตกบกพร่อง ของกรม ๆ นี้อย่างชัดเจน และไม่ฉับไวเท่ากับสํานักข่าวของเอกชน ท่านประธานครับ และกรม ๆ นี้ต้องมีจิตวิญญาณที่จะเปึนกระบอกเสียงของรัฐบาลอย่างแท้จริง ไม่ใช่เปึนกระบอกเสียงของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และไม่ใช่สักแต่ว่าทํา แต่ขอไปที ท่านประธานครับ กรม ๆ นี้ถูกข้อครหาว่าเปึนช่องหอยม่วง ผมนั้นรู้สึกเจ็บร้อนแทน พี่น้องกรมประชาสัมพันธ์ เพราะนั่นหมายถึงว่า เปึนการดูถูกดูแคลน และกรมนี้ยังได้เสียนวล มานับแต่อดีต เสียนวลนั้น ท่านประธานเปึนผู้ใหญ่ ท่านประธานคงทราบว่าหมายถึงอะไร ท่านประธานครับ ตั้งแต่ยุค ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ กรม ๆ นี้ก็ได้เสียนวลมาแล้ว และในรัฐบาลที่ผ่านมาก็ปรากฏว่ายังมีการใช้สถานีโทรทัศน์ของพี่น้องประชาชน เปึนการโฆษณาชวนเชื่อ กล่าวโจมตี กกต. ป.ป.ช. ศาลยุติธรรมและองค์กรอิสระต่าง ๆ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผมได้ขอแปรญัตติในกรม ๆ นี้ก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะ ขอปรับลดงบประมาณลงสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนําของท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเต็มที่ และแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจ แม้นว่าจะมีเงื่อนไขอันจํากัด เพราะยังมีกลุ่มบุคคลที่ยังหลงระเริงอยู่กับระบบเก่า ๆ ท่านประธานครับ ผมมีความหวัง ผมมีความหวังที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ใช่รัฐบาลที่โคตรโกง หรือโกงทั้งโคตร ไม่ใช่รัฐบาล ๒ มาตรฐาน ไม่ใช่รัฐบาลที่แทรกแซงศาลและองค์กรอิสระ ไม่ใช่รัฐบาลที่ทรยศ ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนหัวหน้ารัฐบาลนั้นถูกกระหน่ําซ้ําเติมทําร้ายท่านทางร่างกาย ไม่ได้ จะฆ่าท่านด้วยอาวุธไม่ได้