เทพชัย หย่อง พูดถึงการบริหารเงินของสภาและสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารเงินอย่างโปร่งใสและไม่เสี่ยง และเรียกร้องให้มีการปรับปรุงการทํางานของทีวีสาธารณะเพื่อให้มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม นอกจากนี้ เทพชัย หย่อง ยังพูดถึงปัญหาการออกอากาศวิทยุและเรียกร้องให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่อย่างยุติธรรม และแสดงความเสียใจที่เหตุการณ์ในวันที่ 5 พฤษภาคม เกิดขึ้น
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม เทพชัย หย่อง ผู้อํานวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ สสท. นะครับ ผมยอมรับว่าสําหรับผมและคงสําหรับ ท่านกรรมการทุกท่าน นี่เปึนครั้งแรกที่มาชี้แจงในสภา บรรยากาศเปึนมิตรมากกว่าที่ผม คาดไว้เยอะเลย อาจจะอ่านหนังสือพิมพ์อย่างที่ท่านว่ามากไปหน่อยว่าขู่ว่าถ้ามาสภา โดนสับแน่ แต่บรรยากาศวันนี้หลังจากที่ฟังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๑๖ ท่านมานี้ เกือบ ๓ ชั่วโมงกว่า ผมเชื่อว่าความกังวลของผม ความกังวลของท่านกรรมการทั้งหลาย มันกลายเปึนความดีใจ ที่บอกดีใจเพราะว่าหลังจากฟังมา ๓ ชั่วโมงกว่า ๆ เรามีความรู้สึก ว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกับผู้บริหารฝ์ายนโยบายของ สสท. มีความปรารถนา ที่เหมือนกัน ต้องการที่จะเห็นประเทศไทยมีสื่อสาธารณะที่เปึนอิสระ ที่มีคุณภาพ ที่เสนอ ข่าวอย่างเที่ยงตรง เปึนธรรมรอบด้าน ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลฝ์ายการเมือง หรือฝ์าย พาณิชย์ และต้องการเห็นทีวีสาธารณะ สื่อสาธารณะที่ประชาชนมีส่วนร่วม ความจริง คณะของเรารอวันนี้มานานแล้ว เพราะว่าเราเชื่อว่าในฐานะเปึนสื่อสาธารณะเรามีหน้าที่ ต้องมาฟังความคิดเห็น นอกจากมารายงานตามกฎหมายแล้วนะครับ เราถือว่าการมาฟังความเห็น ฟังคําชี้แนะจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินี้เปึนส่วนหนึ่งของ กระบวนการที่สําคัญมากเลยนะครับ ที่จะนําเอาความคิด ข้อเสนอแนะที่มีประโยชน์นี้ไป ปรับปรุงพัฒนาการทํางาน เรายอมรับว่า ๑ ป้เศษ ๆ นั้นอาจจะเปึนเวลาที่ไม่มากพอที่เรา จะทําอะไรที่จะสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ของการเปึนสื่อสาธารณะเหมือนที่หลายคน คาดไว้ เรายอมรับในจุดบกพร่องหลายประการ แต่วันนี้หลังจากที่ฟังข้อเสนอแนะจาก หลายท่าน ผมมีความรู้สึกว่าเรามีภารกิจร่วมกันในการทําให้สื่อสาธารณะนี้มันเปึนไป ตามเจตนารมณ์จริง ๆ หลายข้อของความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ คําวิจารณ์นี้ คิดตรงกัน เลยนะครับ เราก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เรามีความรู้สึกคล้ายคลึงกันมากเลย แต่ก็มีหลาย ประเด็นที่อาจจะเปึนการวิจารณ์ หรือว่าเปึนการถ่ายทอดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องนัก แล้วก็ อาจจะมีข้อกล่าวหาที่อาจจะไม่มีพื้นฐานเท่าไรนักมาผสมผสานอยู่ด้วย ผมจึงมีความ จําเปึนพร้อมกับคณะที่จะต้องชี้แจงในหลายประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ได้มีการหยิบยกขึ้นมา แน่นอนครับว่าเรื่องของการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าหรือไม่ อย่างระมัดระวังหรือไม่ เปึนเรื่องสําคัญมากเลย เพราะว่าเปึนภาษีราษฎร เปึนสิ่งที่ ทั้งกรรมการบริหาร กรรมการนโยบาย ฝ์ายบริหารพยายามบอกซึ่งกันและกันทุกวัน นะครับว่าเรากําลังมาทํางานสื่อสาธารณะ ใช้เงินภาษีประชาชนพันกว่าล้านบาทต่อป้ เราต้องอธิบายได้ว่าทุกนาทีที่เรานําเสนอบนหน้าจอทุกรายการที่ปรากฏผ่านทาง คลื่นวิทยุ หรือรายการต่าง ๆ ที่เราผลิตผ่านทางอินเทอร์เน็ต ทางเว็บไซต์ ของ สสท. นี้ เราจะต้องอธิบายได้ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหน เราตอบสนองนโยบาย ตอบสนองเจตนารมณ์ ของความเปึนสื่อสาธารณะมากน้อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าหลายประเด็นที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ยกขึ้นมานี้ เปึนประเด็นที่เราคุยกันเกือบทุกวันอยู่ แต่ว่ามีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข ซึ่งก็เปึนเรื่องที่แน่นอนครับ พอเอ่ยมาเปึนร้อย ล้านบาท พันล้านบาท ก็ต้องมีคําถามตามมาเสมอ ยิ่งถ้าตัวเลขเหล่านี้ถูกหยิบยก ขึ้นมาพูดในลักษณะที่กํากวม หรือว่าไม่ค่อยที่จะตรงไปตรงมาก็อาจจะทําให้เกิดความ เข้าใจผิดได้ มันมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นที่ สสท. หรือเปล่า อย่างตัวเลขที่ผมคิดว่า จําเปึนอย่างยิ่งครับที่จะต้องอธิบายชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ก็คือตัวเลขที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งได้หยิบยกขึ้นมา มีตัวเลขที่เปึนระดับร้อยล้านบาทอยู่ ๓ ตัวเลข ที่ผมจําเปึนจะต้องชี้แจง
ตัวเลขท่านบอกว่าเราใช้งบทางด้านบุคลากรไป ๒๕๖ ล้านบาท เปึนตัวเลข ที่ถูกต้องนะครับ ป้ที่แล้ว พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒๕๖ ล้านบาท เปึนเงินเดือนและค่าตอบแทน ถ้าดูเฉพาะตัวเลขนี้ตัวเดียวมันก็ดูสูง อะไรก็ตามที่เปึนร้อยล้านบาทนี้ ประชาชนฟังก็ต้อง หูผึ่งนะครับว่า เอ๊ะ ทําไมมันสูงอย่างนี้ แต่ว่าถ้าจะบอกว่าตัวเลขนี้มันสูงเกินไป มันมาก เกินไปหรือเปล่า มันคงต้องเปรียบเทียบกันใช่ไหมครับว่า ตัวเลขของที่ทีวีไทย หรือของ สสท. กับที่อื่นนี้ เทียบกันแล้วมันมากหรือน้อยแค่ไหน ผมจะเปรียบเทียบให้ดูนะครับ ผมจะเปรียบเทียบกับตัวเลขทางด้านเงินเดือน และค่าตอบแทนของทีวี ๒ ช่อง และของ อดีตทีวีอีก ๑ ช่อง ซึ่งเปึนตัวเลขที่เชื่อถือได้ เพราะว่าเปึนตัวเลขที่มาจากรายงานที่ ทั้ง ๓ ช่องนี้ส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์ เงินเดือนและค่าตอบแทนของไทยพีบีเอส ๒๕๖ ล้านบาทในป้ที่แล้ว เทียบกับไอทีวี ไอทีวีตอนนั้นเข้าตลาดหลักทรัพย์อยู่ ๔๐๘ ล้านบาท ก็หมายความว่าเงินเดือนและค่าตอบแทนของไอทีวี ในป้ ๒๕๔๙ นั้น มากกว่าเงินเดือนและค่าตอบแทนที่ไทยพีบีเอสจ่าย คือ สสท. จ่ายนี้เกือบเท่าตัว ยิ่งถ้า ไปดู ๒ ช่อง ซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เหมือนกันเปึน ๒ ช่องใหญ่เลยนะครับ แต่ผมไม่ ขอเอ่ยชื่อช่องนะครับ เงินเดือนค่าตอบแทนของช่องที่ ๑ นะครับ ๑,๐๔๔ ล้านบาท มากกว่าของไทยพีบีเอส หรือ สสท. นี้ถึง ๗๐๐–๘๐๐ ล้านบาททีเดียว อีกช่องหนึ่งนะครับ ๑,๑๖๑ ล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบก็ชัดเจนว่าในบรรดา ๓–๔ ช่องทั้งหมดนี้ ค่าใช้จ่าย ทางด้านเงินเดือนและค่าตอบแทนของ สสท. ในป้ ๒๕๕๑ น้อยกว่าทุกช่อง แล้วก็ น้อยกว่ามาก ๆ ด้วย นี่เปึนตัวเลขที่อยากจะทําความเข้าใจ
ตัวเลขที่ ๒ ก็เปึนตัวเลขที่สูงพอสมควร ถ้าดูอย่างโดด ๆ ของ สสท. อย่างเดียว ก็คือตัวเลขต้นทุนผลิตและจัดหารายการ ตัวเลขถูกครับ ที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่นี้ได้หยิบยกขึ้นมาคือ ๒๘๒ ล้านบาท ต้นทุนในการผลิตและจัดหารายการ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับช่องอื่นล่ะ เอาละกลับไป เปรียบเทียบกับไอทีวีแล้วกัน เพราะว่ามีหลายท่านพยายามเปรียบเทียบตัวทีวีไทย กับไอทีวี ในป้ ๒๕๔๙ ต้นทุนผลิตและจัดหารายการของไอทีวี อยู่ที่ ๔๙๕ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ของทีวีไทย ๒๘๒ ล้านบาท ของไอทีวี ๔๙๕ ล้านบาท คราวนี้มาดูช่องที่ เปึนผู้นําในวงการทีวีบ้านเรา ต้นทุนผลิตและจัดหารายการของช่องนี้ตัวเลขที่รายงาน ตลาดหลักทรัพย์ ป้ ๒๕๕๑ ๑,๙๒๕ ล้านบาท อีกช่องหนึ่งซึ่งก็เปึนช่องที่อยู่ต้น ๆ เหมือนกัน ๔๘๖ ล้านบาท อันนี้ก็เปึนตัวเลขที่ผมจําเปึนจะต้องหยิบขึ้นมาเปรียบเทียบ เพื่อให้เห็น อีกตัวเลขหนึ่งท่านหยิบยกตัวเลขงบประมาณที่เปึนค่าใช้จ่ายในการบริหาร ๖๓ ล้านบาท ๖๓ ล้านบาทเปึนแค่ส่วนหนึ่งของตัวเลขใหญ่ของงบประมาณค่าใช้จ่าย ในเรื่องการบริหารทั้งหมด จริง ๆ ตัวเลขที่ถูกต้องของป้ ๒๕๕๑ ก็คือ ๒๑๓ ล้านบาทของ ตัว สสท. ถ้าเทียบกับตัวไอทีวีในป้ ๒๕๔๙ ๒๘๐ ล้านบาทใกล้เคียงกันมาก แต่ถ้าเทียบ กับอีก ๒ ช่องที่ยกมาเปรียบเทียบกัน ช่องที่ ๑ ๑,๔๓๐ ล้านบาท มากกว่าของทีวีไทยถึง ๑,๑๐๐ กว่าล้านบาท อีกช่องหนึ่ง ๖๔๙ ล้านบาท ตัวเลขทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคงจะเปึน คําตอบที่อธิบายตัวเลขที่ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้ยกมาเพื่อจะตั้งคําถามว่า สสท. ได้บริหาร เงินอย่างระวัดระวัง อย่างคุ้มค่า มีลับลมคมนัย มีสิ่งที่ไม่ถูกต้องปรากฏอยู่หรือเปล่า ผมว่าตัวเลขนี้เปึนตัวที่บอกได้ดีว่าถ้ามองในแง่คุ้มค่ามองในแง่ของการใช้จ่ายเงินแล้วนี่ ผมคิดว่าตัวเลขทั้งหมดที่ผมยกมาคงจะเปึนคําตอบที่ดี
ประเด็นหนึ่งมีการพูดถึงเรื่องของการบริหารเงินพูดอยู่ ๒–๓ ท่านเกี่ยวกับ เรื่องการเอาเงินงบประมาณที่มีอยู่ไปฝากธนาคารระยะสั้น แล้วก็ไปซื้อตั๋วแลกเงิน บางท่านถึงขั้นตั้งข้อสังเกตไว้มันจะเหมือนนักธุรกิจหรือเปล่า ที่มีใต้โต๊ะกันไปฝากแบงก์นี้ เพราะว่ารู้จักกันแล้วได้เปอร์เซ็นต์มานะครับ ผมไม่ทราบนะครับ เพราะว่าผมไม่เคยทํา ธุรกิจ แล้วผมเชื่อว่าทั้งกรรมการบริหาร กรรมการนโยบายก็ไม่เคยชินกับเรื่องของการไป รับเงินใต้โต๊ะหรือว่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องของการไปฝากธนาคาร แต่ยืนยันว่าเรื่องของการ บริหารเงินเปึนสิ่งที่เราให้ความสําคัญมาก เรื่องความโปร่งใสการตรวจสอบได้ อาจารย์ เกริกเกียรติท่านที่เคารพครับอย่าลืมนะครับว่าท่านเคยอยู่ ป.ป.ช. มาก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ท่านจะปล่อยให้ความผิดปกติหรือการทุจริตเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา แบบนั้น แล้วตัวเลขแบบนี้มันป่ดบังกันไม่ได้ มันไม่สามารถจะโกหก ไม่สามารถจะ ซ่อนเร้นกันได้นะครับ คําอธิบายสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่าทําไมถึงได้มีการบริหารเงินลักษณะอย่าง ที่ท่านยกตัวอย่างมาว่าฝากธนาคารระยะสั้นหรือว่าไปซื้อตั๋วแลกเงิน ทั้งหมดนี้เปึนการ บริหารเงินบนพื้นฐานของเงินที่เหลืออยู่ที่หมุนเวียนแต่ละช่วง ๆ บนพื้นฐานตามระเบียบ ของ สสท. ที่มีอยู่ บนพื้นฐานของความไม่เสี่ยงสําคัญมากเลย เราต้องไม่เอาเงินไปลงทุน ไปซื้อหุ้นหรือไปลงทุนอะไรที่มันเสี่ยงเปึนสิ่งที่ สสท. จะไม่ทําเปึนอันขาด แล้วผมเชื่อว่า กรรมการนโยบายก็จะไม่ยอมให้ทําเปึนอันขาด และการที่เราเลือกธนาคารใดธนาคาร หนึ่งนี่ และแน่นอนที่สุด ขออภัยใช้ภาษาอังกฤษเปึนคอมมอนเซนซ์ (Common Sense) คุณต้องเลือกธนาคารที่ให้ค่าตอบแทนที่มันสูงที่สุดใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นมีคําอธิบาย ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนการฝากเงิน การโยกย้ายเงินจากธนาคารใดไปธนาคารหนึ่ง การซื้อ ตั๋วแลกเงินแต่ละช่วงมีคําอธิบายชัดเจนว่าทําไมต้องทําอย่างนั้น อันนี้ก็ขอชี้แจงเพราะว่า เปึนประเด็นที่ท่านหนึ่งยกขึ้นมา
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าก็เปึนเรื่องสําคัญ เพราะว่าเปึนข้อกล่าวหาที่พูด กันมาค่อนข้างจะเปึนระยะ ๆ วันนี้ก็มีการหยิบยกขึ้นมาอีกในสภาอันทรงเกียรติวันนี้ก็คือ เรื่องความไม่โปร่งใสในกระบวนการรับคน ท่านหนึ่งพูดถึงขั้นว่ามีใบสั่งด้วยซ้ําไปว่ามี ผู้บริหารไปเรียกหัวหน้าข่าว บก. ข่าวมาบอกสั่งให้รับคนนี้ ๕ คนเข้าไปเลย มันเปึนไป ไม่ได้หรอกครับที่ฝ์ายบริหารจะสั่งให้ฝ์ายบุคคล ฝ์ายทรัพยากรมนุษย์บอกว่าคุณรับ ๕ คนนี้นะ เพราะว่าเปึนคนของผม ไม่มีความลับหรอกครับ และผมก็เชื่อแน่ว่าถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น กรรมการบริหาร กรรมการนโยบาย ถ้าทราบเรื่อง รู้เรื่องก็ไม่มีทางยอมละครับ ผมไม่แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านี้ มาจากไหนนะครับ และผมยืนยันว่ากระบวนการรับคนตั้งแต่วันแรก ถ้าย้อนไปเมื่อ ๑ ป้ ๗ เดือนที่แล้ว มกราคม ๒๕๕๑ เมื่อ สสท. เกิดขึ้นมา และต้องรับคนพนักงาน ๖๐๐–๗๐๐ คน กระบวนการรับคนตั้งแต่วันแรกจนถึงล่าสุดที่มีการพูดถึงเรื่องการปรับ โครงสร้างเพื่อรับคน ก็ใช้กระบวนการที่เรามั่นใจว่ามีความโปร่งใสที่สุดนะครับ เพราะว่า หลักการของการบริหารสื่อ และผมเชื่อแน่ว่าก็เปึนหลักการเดียวกับการบริหารทุกองค์กร จะเปึนเอกชน ราชการ นั่นคือว่าทําอย่างไรเราถึงจะได้คนที่มีความสามารถมาทํางานกับ เราให้มากที่สุดนะครับ มีการพูดถึงว่าทําไมไปรับนักข่าวปลายแถวซึ่งเปึนอดีตกบฏเข้ามา ทํางาน ผมก็ต้องตอบคําถามด้วยคําตอบแบบเดียวกันก็คือว่า มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไป รับคนที่ไม่มีความสามารถเปึนนักข่าวปลายแถวมา แล้วก็ทําให้ผลงานหน้าจอ หรือผลงานในส่วนอื่น ๆ ของ สสท. มันแย่ แล้วก็ถูกชาวบ้านวิจารณ์ ผมว่ามันไม่มีเหตุผล มันเปึนสิ่งที่ฟังแล้วไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เพราะว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้มันก็เปึนข้อกล่าวหา ที่ไม่มีใครสามารถจะบอกได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเปึนอย่างไร มีตัวบุคคลที่มายืนยันได้แค่ ไหน อย่างไรนะครับ และผมก็เชื่อแน่นะครับว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง และมีการ ร้องเรียนก็จะมีการสอบสวนเหมือนกับทุกครั้งที่เราสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในที่ทํางาน นะครับ มีการพูดถึงเรื่องของการทํางานในลักษณะที่ว่านักข่าวบางคนเดินทาง ไปต่างประเทศ ทําข่าวไม่คุ้มนะครับ จ่ายเงินไป ๗๐,๐๐๐–๘๐๐,๐๐๐ บาท ทําข่าว ๒ ข่าว บางคนเดินทางไปต่างประเทศไม่มีการตรวจสอบนะครับ หรือว่านักข่าวบางคนใช้ งบเดินทางขึ้นเครื่องบินเพื่อไปทําธุรกิจส่วนตัวและกลับมาโดนจับได้ ทั้งหมดนี้ผมก็ต้อง ขอยืนยันนะครับว่า การบริหารงานบุคคลของ สสท. มันมีขั้นตอน มันมีระเบียบ มันมีการ ตรวจสอบที่เรามั่นใจนะครับว่าเราสามารถที่จะสกัดหรือปัองกันไม่ให้มีการทุจริตแบบนี้ เกิดขึ้นได้ แต่ผมไม่ได้บอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้นนะครับ เพราะองค์กรไหนก็ตามจะเปึน องค์กรเอกชนหรือจะเปึนองค์กรสื่อ องค์กรของรัฐมันก็ย่อมมีบุคคลที่พยายามจะหา ช่องโหว่หาโอกาสที่จะทุจริตตลอดเวลา แต่ความสําคัญอยู่ที่ว่าถ้าทําผิดแล้ว ถูกจับได้แล้ว กระบวนการลงโทษมันมีแค่ไหนนะครับ และผมยืนยันได้ว่าผมเปึนคนหนึ่งที่ผมจะไม่มี ทางยอมรับการกระทําของใครก็ตาม จะเปึนนักข่าวหรือแผนกไหนก็ตามที่ทุจริตในหน้าที่ แบบนี้ เพราะว่าถ้าคุณต้องกลายเปึนสื่อมวลชน อย่าว่าแต่เปึนสื่อมวลชนที่เปึน สื่อสาธารณะเลยนะครับ เปึนสื่อมวลชนธรรมดา จะเปึนหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี อันดับแรก เลยคุณต้องเปึนคนที่สุจริตก่อน คุณต้องมีจริยธรรมก่อนนะครับ เพราะถ้าคุณโกงแม้แต่ เงินไม่กี่ร้อยบาท ไม่กี่พันบาท คุณเลิกพูดถึงการไปทําหน้าที่เปึนสื่อตรวจสอบ เปึนกระบอกเสียงให้กับสังคมได้เลยนะครับ อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนหลักการที่ผมยืนยัน นะครับว่าเราจะไม่ยอมให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเปึนอันขาดนะครับ ก็มีข้อกล่าวหาเรื่อง ฝ์ายข่าว บางคนไปตั้งบริษัทรับงาน เอางานมาตัดต่อภายในนะครับ ใช้นอมินี ใครจะมา ซื้อรายการ จะมามีรายการออกอากาศก็ต้องมีน้ําร้อนน้ําชานะครับ ผมขอตอบอย่างนี้อีก ครั้งหนึ่งก็คือว่า องค์กรแบบนี้ไม่มีทางมีความลับเปึนอันขาด ถ้ามันมีเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นจริงมันก็ต้องมีการชี้ตัวได้ว่าเปึนใคร ยิ่งประเด็นที่บอกว่าใครก็ตามที่จะมาขอ รายการ ขอเวลาออกอากาศนี่ต้องค่าน้ําร้อนน้ําชา จ่ายเจ๊ของใครก็ไม่รู้ ไม่ทราบ เหมือนกันว่าใครพูดผมจําไม่ได้แล้วนะครับ ทั้งหมดนี้มันก็เปึนสิ่งที่แน่นอนนะครับ ผมว่า ทุกองค์กรมันก็มีข้อกล่าวหาแบบนี้ตลอดเวลา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าอยากจะเล่าให้ฟัง เพื่อให้เกิดความมั่นใจนะครับว่ากระบวนการในการจัดหารายการออกอากาศของ สสท. โดยเฉพาะทีวีไทยนั้น จะมีกระบวนการที่ถูกออกแบบมาเพื่อปัองกันไม่ให้มีคําครหา อย่างที่เราพูดกันอยู่นี้ได้แค่ไหนนะครับ ผมมั่นใจว่า สสท. เปึนสื่อเดียวในไทยขณะนี้ที่เรา มีคู่มือการสร้างสรรค์รายการ คือหมายความว่ามีคู่มือที่ออกแบบมาเลยนะครับว่า การจัดหารายการทั้งหลาย ใครก็ตามที่สนใจจะเสนอรายการทุกรูปแบบให้กับ สสท. กระบวนการนี้เปึนอย่างไรนะครับ จะบอกขั้นตอนทั้งหมดทุกอย่างเพื่อความโปร่งใส ที่สําคัญก็คือว่าที่ สสท. จะไม่มีทางมีสิ่งที่คนในวงการเรียกกันว่าเปึนเจ้าพ่อ เจ้าแม่ ที่ชี้เปึนชี้ตายได้ว่าคนนี้เอารายการมา ถ้าหาคนนี้ช่องนี้เข้าได้เลย เพราะว่าทุกรายการที่เข้ามาใน สสท. เพื่อพิจารณานั้น เราจะมีอนุกรรมการที่แบ่งเปึน กลุ่มเลยนะครับ อนุกรรมการคัดสรรรายการต่างประเทศ สมมุตินะครับ คณะอนุกรรมการ คัดสรรรายการ เด็ก เยาวชนและครอบครัว ถ้าจําไม่ผิดก็มีอยู่ ๕ ชุดนะครับ ที่สําคัญก็คือ ว่าคณะอนุกรรมการเหล่านี้มีบุคคลภายนอกเปึนนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านรายการ อยู่ในอนุกรรมการเหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้นทุกรายการที่ปรากฏบนจอทีวีไทยที่ผ่านมา นะครับ ผ่านกระบวนการคัดสรรตรวจสอบจากอนุกรรมการเหล่านี้ ซึ่งมีคนนอกอยู่ด้วย นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะเปึนหลักประกันระดับหนึ่ง ซึ่งเปึนระดับที่ผมคิดว่าสําคัญมากในการ ที่จะไม่ให้มีคําครหาเรื่องของการวิ่งเต้นทั้งหลายนะครับ ผมไม่แน่ใจที่พูดถึงผู้บริหารที่ไป ซื้อบ้านเขาใหญ่ มีบ้านกลางกรุง แต่ว่าถ้ามีข้อกล่าวหาแบบนี้ชัดเจน แน่นอนต้องมีการ สอบสวน แต่ว่าอันนี้เปึนข้อมูลที่ผมก็ต้องรับไปเพื่อจะไปดูว่าจริงหรือเปล่า
มีประเด็นหนึ่งที่พูดกันค่อนข้างจะเยอะมากในการอภิปรายวันนี้ก็คือ เรื่องความเปึนกลางของทีวีไทยแล้วกัน เพราะว่าเปึนสื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในบรรดาสื่อ ทั้งหมดของ สสท. ผมดีใจอย่างหนึ่งคือเราถูกต่อว่าว่าไม่เปึนกลางจากทั้ง ๒ ฝ์าย ถ้าสังเกตนะครับ ถ้าจะพูดสีก็คือทั้ง ๒ สีหาว่าเราไม่เปึนกลาง คุณคิดว่าเราน่าจะดีใจไหม ว่าเราได้ทําอะไรที่ถูกแล้วล่ะใช่ไหมครับ ถ้ามีแค่ฝ์ายหนึ่งด่าเราว่าเราไม่เปึนกลาง ผมว่า เราต้องคิดหนักจริงหรือเปล่า แต่ว่าทั้ง ๒ ฝ์ายว่าเราไม่เปึนกลาง ผมคิดว่าเราคงทําถูกแล้ว นะ เราคงไม่ได้ทําอะไรบางอย่างที่ทําให้ทั้ง ๒ ฝ์ายมีความรู้สึกว่าทําไมไม่เชียร์เขาล่ะ ผมคิดว่าท่านก็คงจะคิดเหมือนผม รู้สึกเหมือนผมว่าสังคมไทย เพราะว่าเหตุการณ์ บ้านเมืองมันเปึนตัวเริ่มต้นทั้งหมด มันทําให้ความรู้สึกมันแตกแยกถึงขนาดที่ว่าคนบาง คน บางกลุ่มทนเห็นหน้าของอีกฝ์ายหนึ่งบนทีวี แม้แต่ ๒ วินาทีก็ไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้น เดี๋ยวนี้เวลาตัดสินใครว่าไม่เปึนกลางหรือว่าทําไมถูก บางทีมันตัดสินด้วยอารมณ์ชั่ววูบ คือพูดตรง ๆ บางครั้งมีคนบางคนที่เราสัมภาษณ์แค่ ๕ วินาทีโทรศัพท์ก็ดังแล้ว ฝ์ายหนึ่ง นะครับ คุณเอาไอ้หมอนี่ออกทําไม อีกสัก ๑๐ นาทีต่อมาอีกคนหนึ่ง อีกฝ์ายหนึ่งก็จะมี โทรศัพท์มาจากอีกด้านหนึ่งบอกว่าคนนี้มันออกมาได้อย่างไรมันพูดนี้ ซึ่งแสดงว่าเปึนการ ตอบคําถามที่ผมเชื่อได้ว่าตอบได้อย่างชัดเจนมากว่า เราได้พยายามแค่ไหนที่จะเปึนกลาง ผมคิดว่าความเปึนกลางไม่เปึนกลาง โอกาสที่จะพิสูจน์ดีที่สุดก็คือช่วงวิกฤติ ช่วงที่บ้านเมืองกําลัง หน้าสิ่วหน้าขวาน อยู่ในภาวะล่อแหลม อยู่ในเรื่องระหว่างจากความเปึนความตาย บ้านเมือง ผมว่าอันนี้เปึนจุดที่สื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อสาธารณะ พิสูจน์ตัวเองได้ดีที่สุดว่า เปึนกลางหรือไม่เปึนกลาง ผมจําเปึนต้องกล่าวอ้างถึงผลการศึกษานะครับ ของโครงการ ศึกษาและเฝัาระวังสื่อเพื่อสุขภาพของสังคม หรือที่รู้จักกันสั้น ๆ ว่ามีเดีย มอนิเตอร์ (Media Monitor) นะครับ ผมคิดว่าเพื่อความเปึนธรรมกับสื่อ โดยเฉพาะทีวีว่าจะเปึน กลางหรือไม่เปึนกลาง ผมก็เข้าใจว่าท่านสมาชิกส่วนใหญ่หรือแม้แต่คนทั่ว ๆ ไปคงไม่มี ใครมานั่งดูทีวีทุกช่องตลอดเวลาใช่ไหมครับ แต่ว่าโครงการที่ว่าคือมีเดีย มอนิเตอร์ เขาศึกษาการทําข่าวของทีวีไทยทั้ง ๖ ช่องนะครับ ช่อง ๓ ช่อง ๕ ช่อง ๗ ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ แล้วก็ตัวทีวีไทย ในช่วงที่สําคัญมาก ๒ ช่วงก็คือช่วงที่มีการชุมนุมใหญ่เมื่อเดือน พฤษภาคม เดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ แล้วก็อีกช่วงหนึ่งก็คือช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา นะครับ เพื่อเปรียบเทียบว่าทีวีแต่ละช่อง รายงานวิกฤติครั้งนั้นอย่างไร เปึนกลางไหม เชียร์ใครหรือเปล่า รอบด้านเพียงพอไหม รายงานแล้วทําให้คนตื่นตระหนกกลัวมากขึ้น หรือเปล่า ผมขออนุญาตท่านประธานกล่าวอ้างถึงผลของการศึกษาอย่างนี้นะครับว่า ในการศึกษาการรายงานข่าวของทีวีทั้ง ๖ ช่องในเมืองไทยใน ๒ เหตุการณ์นะครับ
เหตุการณ์แรกท่านบอกว่าพบว่าสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยมีความโดดเด่น ที่สุดในด้านของการรายงานข่าว ด้วยความสมดุลและความเปึนธรรม การศึกษาของ มีเดีย มอนิเตอร์ พบว่าในการอธิบายความหมายของข่าว ซึ่งสําคัญมากนะครับในการ รายงานข่าว มันง่ายที่บอกว่าใครยิงใคร ใครทําอะไร แต่ว่าการอธิบายว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มีความหมายอย่างไร มีบริบทอย่างไรมันจะสร้างความแตกต่างได้สําคัญมากเลยของ การทําหน้าที่ของสื่อ มีเดีย มอนิเตอร์ พบว่าในการอธิบายความหมายของข่าวซึ่งถือว่าเปึนกระบวนการสําคัญ ในการรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทีวีไทยมีความลึกซึ้งและโดดเด่นที่สุดนะครับ ความสมดุลนี่ละ เรื่องความเปึนกลาง ความสมดุล มีเดีย มอนิเตอร์สรุปว่าทีวีไทยเปึนช่อง ที่เสนอความเห็นของแหล่งข่าวฝ์ายที่ ๓ นะครับ ไม่ใช่คู่กรณีอย่างเดียวนะครับ แหล่งข่าว ฝ์ายที่ ๓ คือนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวที่เปึนกลางมากที่สุด ในขณะที่ด้านความเปึน ธรรมเปึนหัวใจของการทําข่าวนะครับ ทีวีไทยเปึนช่องที่เสนอเสียงของกลุ่มต่าง ๆ ในระดับ ที่เสมอกันมากที่สุด ในขณะที่ช่องอื่น ๆ ให้น้ําหนักกับซีกรัฐบาลเปึนพิเศษ ผมคิดว่า ผลการศึกษาของมีเดีย มอนิเตอร์จะเปึนคําตอบที่เปึนวิทยาศาสตร์ที่สุด เพราะว่าเขาจ้าง คนมานั่งดูทีวี ๒๔ ชั่วโมงทุกช่องในช่วงที่วิกฤติแล้วก็ได้ผลสรุปมาอย่างนี้นะครับ นี่จะเปึน การตอบคําถามเรื่องของการเปึนกลาง ไม่เปึนกลางของ สสท. หรือว่าทีวีไทยนะครับ
พูดกัน ๒–๓ ท่านว่าในที่ทํางานของ สสท. มีกลุ่มเสื้อแดงใช่ไหมครับ ที่มีการโห่ร้องด้วยความยินดีเวลาเกิดสิ่งที่คิดว่าเข้าข้างฝ์ายตัวเองนะครับ ผมคิดว่าเปึน เรื่องปกติ ทุกท่านก็คงรู้ดีว่าในสังคมไทยทุกวันนี้ความเห็นทางการเมืองมันแตกแยก อย่างไรนะครับ แต่ความสําคัญอยู่ที่ว่าเราได้บริหารความแตกแยกนี้ไม่ให้มันบานปลาย กลายเปึนการเผชิญหน้าในที่ทํางานหรือเปล่า ยอมรับว่ามันเปึนสิ่งที่ท้าทายนะครับ มันเปึนมรดกตกทอดที่เรารับมา และผมคิดว่าในสภา ในองค์กรเอกชนหรือรัฐบาลก็เจอ ปัญหาแบบเดียวกันนั่นละ แต่ว่าสิ่งสําคัญที่สุดคือว่าที่ผ่านมาทั้งฝ์ายนโยบายและฝ์าย บริหารก็ได้พยายามที่จะทําความเข้าใจกับพนักงานทุกฝ์ายนะครับ เรายอมรับ ในความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง แต่เรายอมรับไม่ได้ถ้าความเห็นทางการเมืองที่ แตกต่างมันได้กลายเปึนชนวนของความแตกแยกในที่ทํางานนะครับ เราให้ความสําคัญ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็ยอมรับว่ามันมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ก็ได้มีการพูดคุยกัน ทําความ เข้าใจกันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนอกองค์การ ตามถนนทั้งหลาย ตามการชุมนุมทางการเมือง ขออย่าให้เข้ามากลายเปึนความแตกแยกในที่ทํางานนะครับ ผมคิดว่าในสิ่งที่ผมก็ยืนยัน นะครับว่าทั้งฝ์ายบริหาร ฝ์ายนโยบายให้ความสําคัญมาก และจะจัดการให้มันกลายเปึน ความเข้าใจระหว่างคน ๒ กลุ่มที่มีความเห็นต่างกันแต่สามารถทํางานร่วมกันได้นะครับ
มีการพูดถึงเรื่องบัญชีดํา แบลคลิสท์ มากเลยนะครับ ความจริงผมได้ยิน มาก่อนหน้านี้แล้วนะครับ ผมขอยืนยันนะครับว่าที่ สสท. โดยเฉพาะรายการต่าง ๆ ของ ทีวีไทยไม่เคยมีแบลคลิสท์หรือบัญชีดํานะครับ เพราะว่าเราไม่ได้เปึนศัตรูกับใคร ก็เช่นเดียวกัน ก็มีเสียงบ่นเรื่องแบลคลิสท์มาจากทั้ง ๒ ด้านเหมือนกันนะครับ ถ้ามีจริง ก็แสดงว่าเปึนแบลคลิสท์ที่เปึนกลางพอสมควร ก็คือทั้ง ๒ ฝ์ายที่ทะเลาะกันอยู่ไม่ได้มา นะครับ แต่ยืนยันว่าไม่มีแบลคลิสท์นะครับ แต่ผมต้องขอเสริมว่าในฐานะเปึนสื่อ เมื่อสักครู่นี้มีท่านหนึ่งพูดเรื่องความเปึนกลางว่า ความเปึนกลางไม่ใช่หมายความว่าเอา คนที่พูดจริงกับโกหกให้เวลาเท่ากันมาพูดแล้วบอกว่าให้คนดูตัดสินใจ มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นในการที่จะเลือกคนมาร่วมรายการเราก็ต้องประเมินดูว่าสิ่งที่เขาจะพูด จุดยืน ที่เขามีอยู่มันจะกลายเปึนเวทีให้เขามาโฆษณาชวนเชื่อหรือสร้างความแตกแยกในสังคม มากขึ้นหรือเปล่านะครับ นี่เปึนเหตุผลที่ทําไมคนในวงการสื่อถึงมองว่าตัวเองมีฐานะเปึน ขอโทษนะครับที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ คือเปึนเกรด คีพเพอร์ (Grade keeper) คือเปึนคนที่ ต้องดูแลในสิ่งที่จะผ่านไปสู่สายตา ไปสู่หูของประชาชนนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็เปึนเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นในสื่อทุกประเทศที่คนทําสื่อนั้นจะต้องมีวิจารณญาณในการที่จะ อย่าเรียกว่า คัดเลือกเลย ในการใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองสิ่งที่เราควรจะกลั่นกรองนะครับ ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่รู้ทั้งรู้ว่าถ้ามาเขาจะใช้ตรงนี้เปึนเวทีในการโฆษณาชวนเชื่ออย่าง แน่นอนครับ แต่ก็ยืนยันว่าไม่มีตัวบุคคลใดที่เราคิดว่าเปึนตัวแทนของฝ์ายไหนที่อยู่ในสิ่งที่ เรียกกันว่า แบลคลิสท์ นะครับ
มีการพูดถึงเรื่องของวิทยุนะครับ ซึ่งท่านก็ตั้งข้อสงสัยว่าทําไมเราไม่ไปทํา วิทยุทั้งที่เปึนภารกิจ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าองค์การกระจายเสียงฯ ก็ต้องขอบอกเลยนะครับ เราอยากทําวิทยุมากเลย เปึนนโยบายตั้งแต่วันแรก ๆ ของบอร์ดของท่านเกริกเกียรติ เข้ามาทํางานเลยว่าทําอย่างไรเราถึงจะทําให้ภารกิจเรามีความสมบูรณ์มากขึ้น แต่ท่านผู้ทรงเกียรติทั้งหลายคงทราบดีใช่ไหมครับว่าคลื่นวิทยุเมืองไทยมันหายากยิ่งกว่า ทองเสียอีก กสช. แล้วก็รอกันมาตั้งกี่ป้แล้วนะครับ แล้วก็รอการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ ก็รอเปึน ๑๐ ป้แล้วนะครับ ผมบอกได้เลยว่าทันทีที่มีคลื่นวิทยุจะเกิดจากการจัดสรรที่เปึน ธรรม ไม่ใช่เกิดจากการจัดสรรที่ต้องใช้เส้นสาย ต้องวิ่งเต้น ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ซึ่งถ้าถาม ว่าเราจะทําอย่างนั้นได้ไหม เราทําได้ มีคนพร้อมจะรับด้วย แต่ว่าในฐานะเปึนสื่อ สาธารณะที่มีความโปร่งใส เราคงไม่พร้อมจะไปทําอย่างที่เราต่อต้าน เราประณาม จ่ายเงินใต้โต๊ะเพื่อให้ได้คลื่นมา เพื่อสมกับว่าเปึนสื่อสาธารณะ มันก็คงไม่ใช่หน้าที่เรา อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นขอให้ท่านเข้าใจด้วยเรากําลังรอการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วย ความอดทนเปึนอย่างยิ่งที่ไปทําเอฟเอ็ม ๑๐๕ ทุกวันนี้ก็ถือว่าเราก็พยายามเท่าที่พยายาม ได้ในการที่จะมีบทบาทในการนําเสนอข่าวและรายการที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะผ่าน ทางวิทยุ มีเรื่องของรายการอยู่ ๒ รายการ ที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้เอ่ยมา คือเรื่องรายากูนิง ที่ ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่ตอบไม่ยากเลยนะครับว่าคุณภาพของรายการจะเปึนตัวตัดสินราคา ที่ต้องจ่าย ผมคิดว่าราคา ๔๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าไปถามช่องอื่นเขาก็คงจะมีความรู้สึก เหมือนกันว่านี่เปึนราคาที่มันถูกมาก หรือว่ารายการอื่น ๆ ที่อาจจะดูแล้วราคามันฟังดู เปึนเรือนแสน มันมีอธิบายที่มาที่ไป เพราะว่าอย่างที่เรียนว่าคู่มือตรงนี้ก็จะเปึนตัวที่ กําหนดทุก ๆ อย่าง ให้ความเปึนธรรมในการคัดเลือก เปึนตัวที่จะตัดสินว่ารายการนั้น จะได้ออกอากาศหรือไม่ แล้วก็นําไปสู่การตัดสินในเรื่องของการตั้งราคาสําหรับรายการ ต่าง ๆ เน็กซท์ สเต็ป ที่มีการพูดถึงเรื่องสารคดีแพง ๆ ที่เราเคยออกอากาศช่วงใหม่ ๆ ก็ต้องพูดตรง ๆว่านี่ก็เปึนผลพวงที่ทางกรมประชาสัมพันธ์ได้ทําไว้ เราก็รับมรดกมา ซึ่งก็ เปึนสิ่งที่จะบอกว่ามัดมือชกก็คงใช่นะครับ ก็เปึนสิ่งที่ผูกพันทั้งทรัพย์สินทั้งหนี้สิน แล้วก็รับเข้ามา แต่เรื่องนี้ก็คงบอกท่านได้ ทั้งรายากูนิงกับเน็กซท์ สเต็ป ก็คงจะเปึน ข่าวคราวในแง่ของเรื่องคดีความกันอยู่ เพราะว่าก็มีเรื่องถกเถียงกันอยู่ ซึ่งอาจจะเปึน ข่าวคราวในอีกไม่นานข้างหน้านะครับ มีคําพูดอยู่ประโยคหนึ่งที่ผมจําเปึนจะต้องชี้แจง ผมไม่ได้ไปตอบโต้ เพราะว่าผมยืนยันว่าสิ่งที่ได้ฟังในวันนี้จากท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมคิดว่ามีประโยชน์อย่างมาก ต้องป้นบันไดดู ผมคิดว่าเปึนคําพูดที่ฟังดูแล้ว เราต้องมา หันมองตัวเองเหมือนกันว่า ถ้ามีคนรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ซึ่งผมก็เชื่อแน่ว่าเปึนคําพูดที่ไม่มี ใครแต่ง หรือปัุนแต่งขึ้นมานะ เปึนสิ่งที่สะท้อนความรู้สึกของคนส่วนหนึ่งที่เขามีความรู้สึกว่า ดูช่องนี้แล้วไม่สนุก ดูแล้วไม่เข้าใจ เรื่องที่มันเอ็นจีโอหรือเปล่า มันนักวิชาการ หรือเปล่า ผมเชื่อว่ามีคนที่มีความรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ แต่ว่าในฐานะที่เปึนผู้บริหาร แล้วก็ ซึ่งเกี่ยวพันถึงเรื่องการจัดรายการต่าง ๆ ที่ลงผังด้วย ผมก็ต้องขอยืนยันว่าเราได้พยายาม อย่างมากที่จะมีรายการที่ไม่ต้องป้นบันไดฟัง เปึนรายการที่ท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่นี้ที่บอก ว่าทําไว้แล้วก็เอาประชาชนเปึนที่ตั้งให้เข้าถึงหัวใจประชาชน เราก็มั่นใจว่าตัวทีวีไทย มีรายการที่เข้าถึงประชาชน ผมว่ามากกว่าช่องอื่น ๆ นะครับ ผมยกตัวอย่างให้ฟังรายการ ที่ผมเชื่อแน่ว่าไม่ต้องเปึนดอกเตอร์ ไม่ต้องเปึนชนชั้นกลาง ไม่ต้องเปึนอาจารย์ก็คงดูแล้ว เข้าใจ แล้วก็คิดว่ามีประโยชน์ด้วย ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่พูดถึงเรื่องรายการ ดีสลาตัน ก็เปึนช่องเดียวในเมืองไทยที่เราได้ทํารายการที่เจาะจงเฉพาะ ๔–๕ จังหวัด ทางภาคใต้ที่มีปัญหาเรื่องความรุนแรง เปัาหมายสําคัญมากเลยคือทําอย่างไรถึงจะสร้าง ความสมานฉันท์ สร้างความเข้าใจกัน คนในพื้นที่ แล้วคนในพื้นที่กับคนนอกพื้นที่ด้วย เปึนรายการที่ทําเพื่อคนในพื้นที่จริง ๆ ชาวบ้านจริง ๆ ดูเลยนะครับ รายการเวทีสาธารณะ ก็เปึนรายการที่เราลงไปถึงรากหญ้าจริง ๆ ไปคุยปัญหาประมง ปัญหาชนกลุ่มน้อย ชาติพันธุ์ ปัญหาชาวเล ปัญหาคนถูกไล่ที่ ปัญหาในกรุงเทพฯ ก็มี เพื่อความหลากหลาย นี่เปึนรายการที่ไปแตะชีวิตชาวบ้านจริง ๆ แล้วผมก็ยืนยันได้ว่าเปึนรายการที่ได้รับเสียง ตอบรับที่ดีมาก แล้วเปึนรายการที่นําไปสู่การแก้ปัญหาของชาวบ้านที่กําลังเผชิญปัญหา กับชาวบ้าน แต่ว่าเปึนปัญหากับเจ้าหน้าที่หรือกับผู้มีอิทธิพลในท้องที่ แต่ว่าไม่มีทางออก แต่รายการนี้ช่วยหาทางออกให้ ซึ่งไม่ได้เปึนไปตามที่ท่านหนึ่งได้กล่าวว่า การที่ลงพื้นที่ แบบนี้ทําให้เกิดกรณีเผชิญหน้ากันระหว่างกรมป์าไม้กับชาวบ้าน ซึ่งตรงกันข้ามกันเลย นะครับ เวทีนี้เปึนเวทีที่ทําให้ชาวบ้านอย่างที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่อําเภอบางสะพาน ชาวบ้าน ๒ กลุ่มที่เอาหรือไม่เอาโรงถลุงเหล็ก ที่ไม่เคยคุยกันมาก่อนเลย นี่เปึนรายการที่เอา ชาวบ้าน ๒ กลุ่มนี้มาคุยกัน มีคนกลางมานั่งไกล่เกลี่ยกัน เพื่อชี้ทางให้เห็นว่ามีทางออก อย่างไรที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากัน อาจจะไม่สําเร็จ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดเราก็ได้พยายามมี ส่วนในการที่จะทําให้คนไทยด้วยกันเองมองหน้ากันแล้วรู้ว่ามันไม่จําเปึนต้องรุนแรงก็ได้ มันมีทางออกที่เราคุยกันได้นะครับ รายการคนพิการ เราก็เปึนสถานีที่ให้ความสําคัญเรื่อง คนพิการอย่างมาก เรามีรายการที่คนพิการเปึนพิธีกร เปึนรายการที่ทําเพื่อคนพิการ โดยเฉพาะ หรือแม้แต่ในรายการข่าว รายการอื่น ๆ เราก็ให้ความสําคัญคนพิการมาก เปึนพิเศษ รายการพันแสงรุ้ง ท่านได้ดูใช่ไหมครับ เปึนรายการที่เราสัมผัสชีวิตของคน ชนกลุ่มต่าง ๆ ชาติพันธุ์อย่างที่ไม่มีช่องอื่นทํามาก่อนเลยนะครับ และข่าวพลเมืองอย่าง ที่หลายท่านพูดไปแล้วผมคงไม่จําเปึนต้องไปพูดซ้ําอีกนะครับ ทั้งหมดนี้ที่ผมชี้แจงมานี้ เพื่อต้องการที่จะไม่ได้ตอบโต้ แต่ต้องการที่จะอธิบายให้ฟังว่าเรามีความพยายามมาก พอสมควรในการที่จะทําให้รายการต่าง ๆ ของทีวีไทยเข้าถึงชาวบ้าน แต่ถ้ายังมีเสียงว่า ต้องป้นบันไดฟังนี่ เราก็ต้องกลับมาดูตัวเองเหมือนกันใช่ไหมว่าเราทําพอหรือเปล่า อาจจะไม่มากพอก็ได้ ก็เปึนความเห็นเปึนการสะท้อนสิ่งที่ถือว่าเปึนประโยชน์ต่อ การทํางานของเรามากนะครับ
ท่าน ส.ส. ท่านหนึ่ง ได้พูดถึงเรื่องคําติชมทั้งหลายที่เข้ามาว่าทําอะไร แน่นอนคําติชมหรือแม้แต่ความเห็นในเวทีวันนี้ก็เปึนสิ่งที่ทางฝ์ายบริหาร ฝ์ายนโยบาย จะนําไปปรับปรุงการทํางานของเราในทุก ๆ ด้านเลยนะครับ มีคนตั้งข้อสังเกต เรื่องเปรียบเทียบระหว่างตัวของทีวีไทยกับ ช่อง ๑๑ ว่าช่อง ๑๑ งบประมาณน้อยกว่า แต่ต้องดูแลภารกิจมากกว่า ผมก็ขอเสริมนิดเดียวว่าท่านคงลืมไปว่าช่อง ๑๑ ก็มีรายได้ จากโฆษณาอยู่นอกจาก ๑,๒๐๐ ล้านบาท ที่ท่านพูดว่าก็ได้แล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าเท่าไร แต่ว่านอกเหนือจากงบประมาณที่ได้แล้วก็ยังมีช่องทางในการหาโฆษณาได้อยู่นะครับ ท่านพูดถึงเรื่องต้องมีรายการวัฒนธรรมมากขึ้น ต้องมีเพลงฉ่อย หนังตะลุงอะไรมากขึ้น ก็อยากให้ท่านดูเรามากขึ้นสักนิดหนึ่งนะครับ ท่าน ส.ส. ที่ตั้งข้อสังเกตเมื่อสักครู่นี้เราเปึน ช่องเดียวที่มีรายการที่เป่ดเปึนเวทีให้กับการแสดงพื้นบ้าน อย่างล่าสุดเราเอาเพลง ลําตัดของหวังเต๊ะมาออก และก่อนหน้านั้นเอาพวกที่เล่นการละเล่นพื้นเมืองทั้งหลาย ดนตรีพื้นเมืองมาออก ซึ่งก็เปึนรายการที่เรารู้ว่าถ้าถามว่าชาวบ้านดูแล้วสนุกไหม ตื่นเต้นไหม มีเรตติ้งไหม ก็ต้องยอมรับมันสู้ละครไม่ได้แน่ แต่ถามว่ามันมีคุณค่าต่อ สังคมนี้ไหมครับ ต่อวัฒนธรรมไหม ผมยืนยันว่ามีค่าอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นก็จะเปึน คําตอบเรื่องของเรตติ้งได้ในส่วนหนึ่งว่าหลายรายการที่เราทํา ที่บางท่านตั้งข้อสังเกตไว้ ดูแล้วไม่สนุก ชาวบ้านบอกดูแล้วมันจืดชืดมันสู้ละคร เกมโชว์ไม่ได้ เรายอมรับว่าทีวี สาธารณะทุกประเทศก็จะมีภาพเปึนอย่างนี้ เพราะว่าทีวีสาธารณะต้องทําในสิ่งที่ช่องอื่น เขาปฏิเสธที่จะทํา เพราะว่ามันไม่ได้ผลกําไรในเชิงพาณิชย์ ท่านเมื่อสักครู่ได้ตั้งข้อสังเกต ที่ดีมากถึงที่เรียกว่าเปึนค่านิยมของ สสท. เรื่องเปึนสื่อสาธารณะ ต้องการมีส่วนร่วม ในการสร้างสังคมประชาธิปไตยที่เปึนธรรม สํานึกความเปึนไทย คําถามคือว่าทําอย่างไร ผมคิดว่าถ้าเปึนสื่อเราคงมีบทบาทได้ระดับหนึ่ง ถึงแม้จะเปึนระดับที่กว้างพอสมควร เพราะว่าการเข้าถึงประชาชนที่กว้างไกลกว่าสื่ออื่น ๆ หรือว่าองค์กรอื่น ๆ ผมคิดว่า เปัาหมายสั้น ๆ ในการที่ทําให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ ทําให้คนไทยสํานึกความเปึนไทย สร้างสังคมประชาธิปไตยที่เปึนธรรม มีสื่อสาธารณะคือทําอย่างไรถึงจะให้เรามีรายการ มีข่าว มีกิจกรรมที่ทําให้คนไทยที่ดูรายการเรา ที่ตามรายการเรามีความรู้สึกว่าปัญหาของ ประเทศชาติทุกปัญหา คนไทยต้องมีส่วนแก้ ต้องมีส่วนร่วมในการแก้ด้วย เราคงไม่ต้องรอ ให้คนอื่นมาแก้ให้เรานะครับ เหมือนล่าสุดที่มีบทวิเคราะห์ว่าคนฟ่ลิปป่นส์มองว่าตัวเอง ล้มเหลวที่หลังจากที่เปึนประชาธิปไตยมาตั้ง ๒๐ กว่าป้ หลังจากที่โค่นเฟอร์ดินานด์ มาร์กอสได้แต่ทําไมทุกวันนี้ประเทศชาติเขาถึงได้ปัืนป์วนวุ่ยวายไม่จบสิ้นเสียที ผมคิดว่า สื่อสาธารณะต้องมีหน้าที่ในการจุดประเด็นความคิดให้แรงบันดาลใจ ให้กําลังใจ ประชาชนว่ามองดูปัญหาแล้วต้องไม่มองว่าคนอื่นแก้ให้เรา แต่ว่าเราต้องมีส่วนแก้อย่างไร นี่คือจุดมุ่งหมายของค่านิยมทั้งหมดที่เราได้พยายามที่จะทําให้เปึนสิ่งที่ตัวนําการทํางาน ของ สสท. นะครับ
เรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งที่ผมจําเปึนต้องได้ชี้แจงก็คือเหตุการณ์วันที่ ๕ พฤษภาคม ที่ท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เราได้ทําอะไรไปบ้างกับคน ที่เกี่ยวข้องกับการที่ปล่อยให้เสียงเพลงแวบเข้ามาในช่วงที่มีการถ่ายทอดเหตุการณ์ ที่สําคัญมาก วันฉัตรมงคลนะครับ สั้น ๆ ก็คือว่าทันทีที่เกิดเหตุก็มีการตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงทันที สรุปก็ชัดเจนว่าเปึนความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ในแง่ของ ความบกพร่องในหน้าที่ ซึ่งผมคงไม่จําเปึนต้องเล่ารายละเอียดนะครับ แต่ว่าก็มีตัวบุคคล ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๑๐ คนที่อยู่ในข่ายที่จะต้องรับผิดชอบ ก็มีการสอบ แล้วก็มีการลงโทษ ตามลําดับขั้นของความผิด ก็มี ๓ คนที่ให้ออกเพราะว่ามีความผิดที่เกี่ยวข้องโดยตรง ที่เหลือก็มีการลงโทษ ตัดเงินเดือน ภาคทัณฑ์ ตามระเบียบขององค์การ ซึ่งเรื่องนี้ สสท. ทุกระดับตั้งแต่นโยบาย บริหารถึงพนักงานนี้ก็เสียใจ เพราะเรารู้ว่ามันเปึนความผิดพลาด ที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่พูดไปแล้วคนก็ไม่เชื่อ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว ก็เปึนบทเรียนที่เจ็บปวดมาก ๆ สําหรับคนที่ สสท. ทุกคนเลย ทันทีที่เกิดขึ้นเราก็พยายาม หามาตรการที่จะไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก
สุดท้ายที่ผมจะขอพูดถึงเพราะว่าเปึนข้อกล่าวหา กึ่งข้อกล่าวหา กึ่งข้อสังเกตที่ไม่ทราบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ที่บอกว่าทุกวันนี้ สสท. หรือทีวีไทยนี้ กลายเปึนเนชั่น ๒ ไปแล้ว เพราะว่ารับคนเนชั่นมาเต็มไปหมดเลย อันนี้ก็เปึนข้อกล่าวหาที่ พูดกันมาตลอด บางทีก็มีบอกว่ามาจากเอเอสทีวีเต็มไปหมดเหมือนกัน ตัวเลขฟัองเอง ครับว่าจริงหรือไม่จริง เรามีพนักงานทั้งสิ้น ๙๒๐ กว่าคน เปึนพนักงานจากเนชั่น ๑๖ คน เยอะไหมครับ แล้วก็พนักงานประจําเพียงแค่ ๖ คนเองนะครับ ๑๐ คนนี้ชั่วคราว ตัวเลขก็ บอกแล้วนะครับว่าเปึนเนชั่น ๒ ได้หรือไม่ ถ้ามีพนักงานจากเนชั่นแค่ ๑๖ คน จาก ๙๐๐ กว่าคน ความจริงถ้าจะเอาตัวเลขมาแจงก็จะเห็นว่าคนที่มาจากช่องอื่นเยอะกว่านี้เปึน หลายเท่า ก็ไม่มีใครพูดถึง แต่ว่าจะพูดประเด็นนี้นะครับ ทั้งหมดนี้ก็เปึนประเด็นหลัก ๆ ที่ผมอยากจะชี้แจงแล้วขยายความ ผมได้ยินคําเสนอแนะที่ผมได้ยินแล้วผมซาบซึ้งใจมาก เลย เพราะทําให้ผมมีความรู้สึกอย่างที่ผมบอกตอนต้นว่าบรรยากาศเปึนมิตรมากกว่าที่ ผมคาดไว้เยอะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนการแสดงความห่วงใยให้กําลังใจ ที่เหลือก็เปึนการติ เพื่อก่อ เสนอความคิดที่ทําให้เรากลับไปเปึนการบ้าน ทําให้เราสามารถที่จะมองตัวเองได้ ชัดเจนมากขึ้น คราวนี้มีอีก ๒ ประเด็นที่สําคัญมาก
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องการจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างสํานักงานแห่งใหม่ของ สสท. กับเรื่องข้อกล่าวหาที่บอกว่าคณะกรรมการนโยบายทําไมถึงมีภาพว่าไปล้วงลูก เข้าไปแทรกแซงการทํางานของฝ์ายบริหาร ผมก็อยากจะให้ท่านประธาน กรรมการนโยบายอาจารย์เกริกเกียรติ กับคุณสมชัย ซึ่งเปึนกรรมการนโยบายอยู่ด้วย เปึนคนชี้แจงในเรื่องนี้ครับ ผมขออนุญาตนะครับท่านประธาน