สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

สมเกียรติ ศรลัมพ์ ระบุว่าไทยพีบีเอสมีรายได้หลักมาจากภาษีบาป ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงและไม่เหมาะสม และแนะนำให้ไทยพีบีเอสสร้างโครงสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น นอกจากนี้เขายังแสดงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของกลุ่มผู้ชมที่ไม่ได้เป็นผู้จ่ายเงินให้ไทยพีบีเอส และแนะนำให้ไทยพีบีเอสมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้จากแหล่งอื่น ๆ เช่น การขายผลผลิต หรือการบริจาค

นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อแผ่นดิน วันนี้เปึนวันแรกที่สถาบันหรือองค์กรนี้ได้รายงานการปฏิบัติงาน ซึ่งทุกคนได้ทราบแล้วว่า อายุแค่ป้กว่า ๆ แต่การทํางานนั้นจากเท่าที่ผมสังเกตดูนะครับ ผมจะใช้ตัวชี้วัดมา เปรียบเทียบดูว่า ณ วันนี้ท่านทํางานคุ้มค่าหรือไม่ กรมประชาสัมพันธ์ทั้งกรมมีประชาสัมพันธ์ จังหวัด มีเขต มีสถานีโทรทัศน์ ๘ แห่งทั่วประเทศ แล้วก็มีสถานีวิทยุอีกเปึน ๑๐๐ แห่ง ท่านเชื่อไหมครับว่าป้นี้ใช้งบประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาท แล้วป้นี้โดนตัดอีก ๒๐๐ ล้านบาท เหลือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท รับผิดชอบศักยภาพทั้งในประเทศและต่างประเทศมากมาย เปึนกระบอกเสียงให้รัฐบาลจัดการทั้งหมด รัฐบาลอยากจะให้ถ่ายทอดสภา อยากทําอะไร ทํา โดนภาวะบีบคั้น เดี๋ยวนี้ต่างจังหวัดไม่มีค่าเดินทางโดนตัดขนาดนั้น แต่เขาก็ยังทําได้ ขณะที่ไทยพีบีเอสได้เงินมาเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ตามกฎหมายที่ได้มา ไม่ต้องรับผิดชอบ อะไรเหมือนกับกรมประชาสัมพันธ์ทั้งกรม แต่ ณ วันนี้ไทยพีบีเอสก็พยายามกําลังทํา ผมเชื่อว่ารับได้แต่ช้าเกินไปครับ นับวัน ๆ ท่านจะมีรายได้อย่างสบายใจไม่ต้องต่อสู้เหมือน ข้าราชการประจํา จะทําให้ท่านเฉื่อย ผมไปดูว่าความฝันของเราตอนเกิดไทยพีบีเอสเรา อยากให้ประเทศไทยเรามีบีบีซี (BBC) เราเคยตั้งไอทีวีเปึนทีวีสาธารณะ เสร็จแล้วพอต้อง มีประชาสัมพันธ์ ต้องมีการโฆษณาก็มีความรู้สึกว่าถูกบีบคั้นและถูกอิทธิพลของทุนนิยม ก็เลยต้องสลายไป พอมีไทยพีบีเอสให้เงินไปเลยทําให้เต็มที่ ก็ประเมินกันแล้วทํางานวิจัย แล้วว่าป้นี้ประมาณนี้จะทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมก็ฝัน เจอท่าน ผอ. ผมก็มีความรู้สึก ว่าผมฝันนะ ทีนี้ผมมาดูบีบีซีเขามีรายได้ ๑. จากภาษีอากรของผู้ชม ๒. จากรัฐสภาตั้ง งบประมาณให้ ๓. มีบางส่วนจากโฆษณาของบีบีซี ๒ มาเกื้อหนุนบีบีซี ๑ แล้ว ๔. รับบริจาค ๕. ขายผลผลิต เช่น สารคดีที่มีผลิตมาแล้วต่อองค์กรต่าง ๆ ผมเชื่อว่า โปรดักท์ (Product) นี้ท่านก็มี สามารถขายได้ทําอะไรได้ ที่ผมพูดผมเปึนห่วง ปัจจุบันไทย พีบีเอสมีรายได้อย่างเดียวภาษีบาป มันเปราะบางเกินไปครับท่าน ณ วันนี้ท่านยังอยู่ได้ เพราะว่าท่านได้การหล่อหลอมจากคน ผมถามว่าถ้าไทยพีบีเอสถูกบีบ แก้กฎหมาย ทีเดียวท่านก็ตายแล้ว ผมไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ทําอย่างไรให้ไทยพีบีเอส ประชาชน เขามีความรู้สึก ท่านลองถามตัวเองว่าถ้าท่านถูกล้มวันนี้มีใครเสียดายบ้าง มีประชาชน รู้สึกว่ามันเปึนสมบัติของเขาหรือไม่ ผมว่าไม่ขนาดนั้น แต่มีกลุ่มบางกลุ่มที่ได้ทํางานกับ ท่านเกิดความรู้สึก ที่พูดอย่างนี้ผมอยากให้ท่านสร้างอินคัม (Income) หรือว่าโครงสร้าง ของท่าน อย่าไปชะล่าใจว่าท่านเกิดแล้วสบาย มีเงิน มีทอง ซื้อรายการทีวีจากประเทศ เกาหลีจากอะไรมาฉาย ผมก็ดู แต่ผมยังรู้สึกสะท้อนใจให้คนไทยทําทีวีที่มันมีสาระ มีเงิน แล้วก็จ้างเขา ไม่จําเปึนต้องเทิร์นคีย์ (Turnkey) ซื้อจากประเทศเกาหลี ซื้อจากประเทศ ญี่ปุ์นอะไรที่มองมา มันง่ายไปในการจัดรายการอย่างนั้น อันนี้ประเด็นหนึ่งที่ผมมอง ทีนี้ จากการวิเคราะห์ที่ผ่านมาท่านกําลังพยายามทําถึงกลุ่มชน สภาผู้ชมมันยังเปึนธรรมดาอยู่ ยังไม่ได้มีอิทธิพลอะไร เท่าไรครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านมีรายได้จากภาษีบาป กลุ่มผู้ชมไม่ได้เปึนผู้จ่ายเงินให้ท่าน เพราะฉะนั้นอิทธิพลของกลุ่มผู้ชมไม่มีอิทธิพลต่อการ ตัดสินใจของกอง บก. แต่บีบีซี ผู้ชมเขาเปึนคนจ่าย และผู้ชมเขามีเลฟเวิล (Level) แต่ละ ระดับ เพราะฉะนั้นความคิดเห็นของผู้ชมจะสะท้อนและจะมีความรู้สึก ทุกสัปดาห์ กอง บก. เขาจะคิดกัน เขาจะซ่องสุมกันว่าเราจะให้บริการอะไรกับประชาชนบ้าง มีการ มูฟเมนท์ (Movement) มีการขยายตลอดเวลา ผมมองแล้ว ท่านเริ่มจะเปึนระบบราชการ แล้วละ ท่านรู้สึกท่านไม่ต้องแข่งขัน รายได้ประจํามีมาเรื่อย ๆ ผมเปึนห่วง เพราะว่าความ กระตือรือร้นของทีวีที่ชนะคือการแข่งขัน ผมดูบุคลากรท่านมีคนดี ๆ เยอะ วันนี้ก็ขอบคุณ ทั้งท่านผู้อํานวยการและท่านประธานท่านมาเอง เพราะว่าก็เปึนธรรมดาของ ส.ส. ซึ่งเปึน ตัวแทนของประชาชน เรามาสะท้อนความคิดเห็นกัน ทําให้เราเข้าใจกัน ผมยังบอกองค์กร อิสระอื่น ๆ มาเถอะครับ ไม่ใช่ส่งแต่เลขาธิการมา ผมถึงแก้กฎหมายว่าจะต้องมา พอมาปุ็บ ทุกคนต่างมีสติปัญญาที่จะให้ซึ่งกันและกัน แล้วเราจะรู้สึกว่าตัวแทนประชาชน เขาสะท้อนอย่างนี้

ทีนี้อีกประการหนึ่งที่ผมจะเรียนท่านว่า ทําอย่างไรที่จะทําให้เมืองไทยเรามี โครงสร้าง ประเทศจีนมีโครงสร้างแบบนี้ ท่านไปดู โครงสร้างในการติดตามประเมินผล งานและติดตามสื่อ มีทั้งระดับกรรมการ ระดับชาติ ระดับแซป ระดับมณฑลและระดับเมือง ปัจจุบันโครงสร้างท่าน ผมรู้สึกว่าท่านเริ่มต้นแล้วละ แต่ผมรู้สึกว่ายังช้าไป ถ้าท่าน เล่นงานมวลชน เงินขนาดนี้นะครับ ทําได้ สร้างพลังมวลชนให้เปึนว่าประชาชนมีความฝัน มีความสุข นี่เปึนทีวีของประชาชน ใครแตะต้องไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนในอนาคต แล้วมีคนมาท้วงติงบอกว่า ณ วันนี้เราได้สะท้อนปัญหาของประชาชนจริงหรือไม่ ทําไม เวลาเราจะดูดีทีวีแล้วต้องไปเป่ดสีแดง ทําไมเราจะไปดูสีเหลืองเราต้องเป่ดเอเอสทีวี ทําไมท่านไม่สะท้อน ๒ มิตินั้นเอามาเลย ให้ประชาชนได้เห็นแล้วกลั่นกรองเนื้อหา ที่เหมือนกับที่ตรวจสอบได้ ประชาชนจะมีความรู้สึกว่าไทยพีบีเอสนี่กลางนะ สะท้อนมุม แต่ละมุมให้ประชาชน นี่คือประชาชนในระดับชาตินะครับ แต่ในระดับภูมิภาคมีคน วิเคราะห์ว่าท่านยังทําเปึนระดับชาติอยู่ ระดับภูมิภาคท่านยังไม่สะท้อนมากเท่าไรนัก เพราะฉะนั้นเวลาที่เหลือ ความจริงแล้วที่อื่นเขาทํากันตลอด แจ้งนี่มีคนเขารับทําอยู่แล้ว ทําไปเถอะครับ ๒๔ ชั่วโมง แล้วต่อไปเคเบิลทีวีจะมีอิทธิพลมาก แล้วท่านจะมีความรู้สึกว่า สู้เขาไม่ได้ แล้วช่องต่าง ๆ เดี๋ยวนี้เคเบิลทีวีจะออกมาเปึน ๑๐๐ ช่อง แล้วท่านจะสู้เขาไม่ได้ ผมเลยเรียนด้วยความเปึนห่วงสุดท้ายเหลืออีก ๒ นาทีว่าเปัาหมายที่ผมมองว่าไทยพีบี เอสที่ควรจะกระทํา ๑. สะท้อนปัญหาสังคมให้กับผู้บริหาร ๒. สะท้อนนโยบายของ ผู้บริหารให้กับประชาชน ๓. สร้างกระแสนําสังคมไปสู่ด้วยความสุข ความสงบ สันติสุข ในทางการเมืองผมว่าผมเปึนกลางที่สุดแล้ว ผมยังมองว่าพิธีกรบางชุดเจตนาที่จะเชิญ บุคคลที่มีกระแสความคิดเห็นลักษณะใกล้กันเกินไป ทําให้กระแสสังคมให้คุณค่าท่าน น้อยไป ถ้าท่านสร้างกระแสอีกด้านหนึ่งเมื่อไร คนจะไม่ดูท่านเลย เพราะเขาดูช่องอื่นมา หมดแล้ว ผมเลยเรียนให้ทราบว่าเรื่องนี้ท่านต้องระวังนะครับ แล้วผมอยากถามท่านว่า ถ้าผมมีอารมณ์ในการดู ผมจะโทรไปถึงเดี๋ยวนี้ ท่านมีตัววิ่งให้ผมได้ไหม ผมรู้สึกว่า ผมอยากจะคอมเมนท์ (Comment) รายการเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ไปถึงรายการหรอกครับ ไปถึง ผู้ที่ปฏิบัติงาน เพื่อเขาจะได้รู้ว่าตอนนี้มีคนสะท้อนรายการนี้อย่างนี้ ไม่ต้องรอให้ประชุม ชมรมผู้ชมนะครับ พอท่านมีตัววิ่งให้บอก ถ้าท่านมีความคิดเห็นรายการนี้ให้โทรมา เหมือนที่เขาทําโฟนอิน (Phone in) ของอันนั้น แต่ไม่ต้องไปออกรายการสด ให้สะท้อน ให้เห็น คนจะมองรู้สึกว่าเขาคิดเรื่องนี้อย่างไร เก่งจริงท่านสะท้อนตอนนั้นเลย พอเกิด ความรู้สึกก็สะท้อน แล้วเก็บเรคคอร์ด (Record) ไว้แล้วประเมินให้กับแต่ละรายการ คนจะมีความรู้สึกดี เพราะฉะนั้นผมขอฝากสุดท้ายครับว่าท่านยังขาดรายการเกี่ยวกับ วัฒนธรรมที่เปึนลักษณะต้นรากของวัฒนธรรมเลย ไม่ว่าโขน ไม่ว่าเพลงอีแซว หรือไม่ว่าเปึนเรื่องของลําตัด คือประจําเถอะครับ นี่คือรากฐาน ของสังคมไทย ท่านจะมีลูกค้าที่เปึนคนพื้นฐานเขามีความรัก ความผูกพัน เพลงวัฒนธรรมแบบนี้ คนแก่ ๆ คนอาวุโสก็หาช่องดูได้ยาก ท่านไม่ต้องไปตามกระแสอื่น เอาเพลงทันสมัย ผมก็ฝากเปึนสุดท้ายว่าด้วยความรักด้วยความเปึนห่วง แล้วด้วย ความรู้สึกว่าปัจจุบันนี้ความมั่นคงท่านจะอยู่ที่ประสิทธิภาพของท่านในความเปึนกลาง แล้วก็อยู่ที่ความหล่อหลอมที่ประชาชนรักรายการของท่าน แต่วันนี้ถ้าผมให้คะแนนแล้ว ยังประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์อยู่ ขอบคุณมากครับ