สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องการตรวจสอบงบดุลขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการเงินขององค์การนี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคอร์รัปชั่นในสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การรับคนเข้าทํางาน การทุจริต และการตรวจสอบการใช้เงิน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างสถานีโทรทัศน์สาธารณะ ช่องทีพีบีเอส และเรียกร้องการชี้แจงจากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยว่าเกิดอะไรขึ้น

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย และอีกฐานะหนึ่งคือประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ สืบเนื่องจาก การที่ผมได้ไปดูงานในการจัดเก็บภาษีทั่วประเทศ ก็มีประเด็นอยู่ว่าเงินภาษีราษฎร ไม่ว่าจะเงินจากกรมศุลกากร เงินจากกรมสรรพสามิต ส่วนหนึ่ง ๒ เปอร์เซ็นต์ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ แบ่งไปให้ ๒ องค์กร คือ องค์กร สสส. สํานักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ และอีกหน่วยงานก็คือองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งผมได้ติดตามทีวีช่องนี้ พูดง่าย ๆ ติดตามดูรายการ ใหม่ ๆ ตั้งแต่เริ่มเป่ดขึ้นมา ส่วนใหญ่สมัยก่อนจะเปึนหนังแขก ผมดูไปแล้วผมก็ส่ายหน้าไป เหมือนแขก แต่ตอนหลังก็ดีขึ้น ผมก็เลยสงสัย เพราะมีการร้องเรียนเข้าหูผมโดยตลอดว่า องค์การนี้ดําเนินกิจการบริหารงานไม่โปร่งใส ผมไม่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น ผมได้เรียนเชิญ องค์การนี้ให้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ไม่มาครับท่านประธาน ผมถึงได้คิดว่าการที่ ประธาน ๓๕ คณะเชิญหน่วยงานแล้วหน่วยงานไม่มา ต้องมีบทลงโทษตามข้อบังคับที่เรา กําลังจะเสนอไปกฎระเบียบ ถ้าไม่มาก็ให้จําคุกหรือสั่งปรับ น่าจะเปึนประโยชน์ เพราะว่า เราจะตรวจสอบแทนพี่น้องประชาชน ตั้งใจจะถามในคณะกรรมาธิการ แต่บังเอิญวันนี้มัน โชคดีสักนิดหนึ่งที่มาตรวจสอบรายงานก็จะได้ข้อมูล ก็จะถามวันนี้เลยครับ คําถามต่าง ๆ ผมได้เตรียมไว้ เดี๋ยวผมจะถามในตอนท้าย แต่ผมมีข้อสงสัยประเด็นเรื่องงบดุล งบการเงินของทางองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ในหน้า ๑๒๓ ทางคณะกรรมการท่านจดไว้ก่อนก็ได้เดี๋ยวค่อยชี้แจง เรื่องเงินเดือนและ ค่าตอบแทนตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๑ จนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ๒๕๖ ล้านบาท ค่อนข้างที่จะเยอะ ไม่รู้มีพนักงานกี่คน ต้นทุนการผลิตและจัดหารายการ ๒๘๒ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะชี้แจง เพราะว่าพี่น้องประชาชนฟังการอภิปรายเดี๋ยวจะไม่เข้าใจว่าคืออะไร ต้นทุนการผลิตและจัดหารายการ ๒๘๒ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ๒๑๓ ล้านบาท ค่าเสื่อมราคาไม่พูดถึงหรอกครับ แค่ ๒๖๐ ล้านบาทต่อป้ รายได้ เงินภาษีบาป ภาษีบุหรี่ ที่สรรพสามิต ภาษีสุราที่ศุลกากรส่งให้องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทยป้หนึ่ง ๑,๗๗๒ ล้านบาท เงินนี้ถึงแม้จะเปึนภาษีบาป แต่ก็เปึนภาษีของ พี่น้องประชาชนที่รัฐบาลเก็บได้และแบ่งไปให้องค์กรนี้ ๑,๗๗๐ ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่าย ๑,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวเรามาดูกันว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะโปร่งใส หรือไม่โปร่งใสอย่างไร เดี๋ยวผมจะพาท่านประธานติดตามไปดู โดยเฉพาะค่าตัดจําหน่ายลิขสิทธิ์รายการต้นทุน การผลิตรายการ ที่เมื่อสักครู่นี้ลงไว้ว่าเปึนต้นทุนการผลิตและจัดหารายการ นี่คือ ค่าลิขสิทธิ์ ๒๘๒ ล้านบาท ค่าตัดจําหน่ายลิขสิทธิ์และค่าต้นทุนการผลิตรายการ ก็คือ จ้างผู้ผลิตรายการทั้งหลาย ๒๘๒ ล้านบาท นี่ไม่ธรรมดา เดี๋ยวผมจะมีรายละเอียด เพราะคําที่เขาร้องเรียนถึงคณะกรรมาธิการอยู่ในมือผมนี่ครับ นอกจากนั้นแล้วท่านประธาน ค่าบริหาร ถ้ามาดูในหน้า ๑๓๒ ของรายงานฉบับนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ระบบเครือข่ายส่งสัญญาณออกอากาศ ๕๔ ล้านบาท อันนี้น่าจะรวมกับรถโอบี (OB) รถที่ถ่ายทอดสดนี้ที่ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายในส่วน อาคารสํานักงานผมไม่ติดใจเท่าไร ๔๗ ล้านบาท ค่าไฟฟัาและเชื้อเพลิงก็ไม่เท่าไร ๔๗ ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายบริหารงาน ๖๓ ล้านบาท ๒ ยอดนี้ ๕๔ บวก ๖๓ ก็ ๑๑๘ ล้านบาท ก็ค่อนข้างจะเยอะ เดี๋ยวก็จะมีรายละเอียดว่าทําไมผมถึงเปึนห่วงในค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เพราะในข้อร้องเรียนมันมีครับ เดี๋ยวทางองค์การก็คอยชี้แจงก็แล้วกันว่าข้อที่เขาร้องเรียน มาจริงเท็จประการใด นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมเห็นว่าเงินที่เหลือ เงินที่ได้รับมาจาก ค่าเหล้า บุหรี่ภาษีประชาชน ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ท่านก็จะเอาไปลงทุนในส่วนหนึ่ง คือไปซื้อตั๋วแลกเงิน ตั๋วแลกเงิน ๑๔ วันบ้าง ๙๑ วันบ้าง เปึนแล้วแต่วงเงินนะครับ อัตรา ดอกเบี้ยก็ไม่ค่อยตรงกัน แล้วแต่ว่ากองทุนหรือไฟแนนซ์ (Finance) ไหนจะให้ดอกเบี้ย แพง ตั๋วแลกเงินนั้นไปซื้อกับกองทุน หรือซื้อกับไฟแนนซ์ที่เปึนพวกตัวเองหรือไม่ อันนั้น ค่อยชี้แจงทีหลังได้ เพราะว่าผมเคยค้าขาย บางครั้งผมเก็บเงินมาได้ ผมยังไม่จ่ายให้กับ บริษัทที่ผมไปซื้อของเขามา ผมเอามาหมุนโดยไปซื้อตั๋วแลกเงิน ผมก็ไปต่อรอง พอดีเปึน บริษัทส่วนตัว ต่อรองเลยว่าตั๋วแลกเงินนี้ท่านได้ให้ดอกเบี้ยเท่าไร ไฟแนนซ์นี้ ไฟแนนซ์นี้ให้ มากกว่า ผมก็ฝากไฟแนนซ์นี้ ก็ได้เฟเวอร์กัน (Favor ) กัน คือได้ความสัมพันธ์เผื่ออาจจะ มีผลประโยชน์กุ๊กกิ๊ก เราก็ไม่รู้ละ แต่ผมไม่เล่าให้ฟัง สมัยก่อนมันเคยค้าขาย มันเคยรู้ว่า เขาทํากันอย่างไร ท่านประธานด้วยงบดุล งบกําไรขาดทุน งบรายได้ งบรายจ่าย ที่ผมได้ กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะเรื่องเงินเดือนและค่าตอบแทน ๒๕๖ ล้านบาทต่อป้ ต้นทุน ผลิต เรื่องลิขสิทธิ์ จัดรายการ ๒๘๒ ล้านบาทต่อป้ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ผมบอกว่า ๑๑๐ กว่าล้านบาท จาก ๒๑๓ ล้านบาท เดี๋ยวมาดูครับ มันมีข้อร้องเรียนที่ผม ตั้งใจจะถามผู้บริหารขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ในคณะกรรมาธิการ แต่เมื่อเชิญท่านไป ท่านไม่มา ก็ไม่เปึนไร ก็ถามกันในนี้ละครับ ประชาชนจะได้รู้พร้อม ๆ กันกับผม

ข้อแรก เขากล่าวว่ามันเกิดความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อ จัดจ้าง กระบวนการ รับคนเข้าทํางานของโทรทัศน์ช่องนี้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) การรับเข้าทํางานไม่ผ่าน กระบวนการคัดเลือก โดยคัดเลือกจากคนที่เปึนพรรคพวกของตนเอง เช่น กรณีนํารายชื่อ ๕ รายชื่อมาแจ้งต่อที่ประชุม และสั่งให้ฝ์ายบุคคลรับบุคคลเข้าทํางานในอัตราเงินเดือน ๔๐,๐๐๐–๕๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน รวมถึงบรรณาธิการฝ์ายข่าวอีกหลายคน ที่เคยเปึน ๒๓ กบฏ ไอทีวี (ITV) เขาร้องมาอย่างนี้ เดี๋ยวก็จดไว้ก่อน แล้วค่อยตอบครับ

ข้อที่สอง เขาร้องมาว่ามีความพยายามแก้ลํา และหนีปัญหาโดยการปรับ โครงสร้างในการรับคนเข้าทํางาน อันนี้ทําให้ดูดีขึ้นมาหน่อย โดยใช้วิธีสอบคัดเลือก แต่กลับเกิดความไม่โปร่งใสขึ้นอีก เมื่อผู้ที่ออกข้อสอบกลับเปึนผู้ที่ทํางานอยู่เดิม ออกข้อสอบร่วมกับอาจารย์มหาวิทยาลัยเข้าลักษณะกินเอง ชงเอง ตําแหน่งผู้อํานวยการ สถานีข่าว ซึ่งแม้ภาพต่อสาธารณะจะพยายามทําให้เกิดความโปร่งใส แต่มีข้อครหาถึง การล็อก สเปก (Lock spec) เพราะตําแหน่งใหญ่ ๆ ในสถานีมีคนของผู้หลักผู้ใหญ่ ล็อกตําแหน่งไว้หมดแล้ว การเอาพรรคพวกตัวเองเข้ามาเปึนผู้บริหารฝ์ายข่าว บางคนเปึน นักข่าวปลายแถว แต่เคยเปึนกบฏไอทีวีที่ต่อสู้กับนายกรัฐมนตรีทักษิณจนถูกออกจาก งานอย่างนี้ก็ได้รับเลือกให้เข้าทํางาน ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอันนี้ค่อนข้างที่จะเงิน เยอะครับ กรณีนี้มีการวิจารณ์มากในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ถูกกรรมการนโยบาย สอบสวน เดี๋ยวกรรมการนโยบายค่อยชี้แจง เนื่องจากมีข้อครหากรณีการจัดรายการ ฮอทชอร์ทฟ่ล์มส์ (Hot short Films) รับเงิน ๓๐ ล้านบาท และมีการตรวจสอบพบว่า การอนุมัติรายการทําโดยไม่ผ่านผู้ใหญ่ แต่กลับไม่มีการดําเนินการใด ๆ ต่อ อันนี้ข้อที่สาม

ข้อที่สี่ ไม่มีการตรวจสอบการใช้เงิน เช่น ผู้บริหารฝ์ายข่าว บางคนเบิก ค่าเครื่องบิน เดินทางกลับบ้านไปทําธุรกิจส่วนตัว แต่กลับนําบิลมาเบิก แต่เมื่อถูกจับได้ ก็ยอมที่จะจ่ายเอง

ข้อที่ห้า นักข่าวที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้บริหาร เบิกเงินไปทําข่าว ๗๐,๐๐๐ บาท ได้ข่าว ๒ ข่าว ซึ่งถือเปึนปริมาณงานที่น้อยมาก แต่ก็ไม่มีการตรวจสอบ เดินทางไปต่างประเทศไม่มีการตรวจสอบจุดประสงค์ในการเดินทาง แต่อนุมัติ งบประมาณเสมอ

ข้อที่หก การใช้งบประมาณในการจัดสัมมนาจํานวนมาก ครั้งละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่มีการประเมินประสิทธิภาพ จะจริงเท็จแค่ไหนเดี๋ยวท่านชี้แจงนะครับ เพราะข้อกล่าวหาเขาก็กล่าวหามาผมก็จะถามท่านในกรรมาธิการ

ข้อที่เจ็ด การใช้งบประมาณจ้างคน จ้างคนมาร่วมฟังการเป่ดเวที สาธารณะหลายจังหวัดครั้งละ ๑,๐๐๐ บาทต่อหัว ไปจ้างเขามาฟังการเป่ดเวทีสาธารณะ มิหนําซ้ําการเป่ดเวทีสาธารณะหลายเวทียิ่งทําให้เกิดความแตกแยกของคนในพื้นที่ เขาบอกว่า เช่น กรณีกรมป์าไม้กับชาวบ้าน ก็ไม่รู้ว่าที่ไหนนะครับ เดี๋ยวท่านตอบก็แล้วกัน และกรณีการจ้างรถโอบี เขาบอกว่าเปึนรถถ่ายทอดสดนอกสถานีที่เมื่อสักครู่ ผมพยายามจะบอกว่ามีเงินค่าใช้จ่ายในการสื่อสารโทรคมนาคมในการส่งภาพ ในอัตราที่ แพงมาก คือครั้งละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมว่านักข่าวเรารู้ครับว่ารถโอบีเขาเช่ากันเท่าไร เดี๋ยวท่านก็ชี้แจงให้ชัดเจนก็แล้วกันเพราะว่าสื่อมวลชนที่ถ่ายทอดสดเขาฟัง เขารู้ครับ

ข้อต่อไปนะครับ ผู้บริหารฝ์ายข่าวตั้งบริษัทรับงานมีการวิจารณ์กันว่ามีการ รับงานจากทีวีช่องนี้ และนํางานมาตัดต่อภายในสถานีตนเอง คือพูดง่าย ๆ ไปรับงานแล้ว ก็มาใช้อุปกรณ์ในสถานีของตัวเอง มีการใช้คนอื่นเปึนนอมินี (Nominee) และได้รายการจากสถานี ได้งบรายการตอนละ ๘๐,๐๐๐ บาท ไม่รู้ว่าตอนไหนบ้าง เพราะว่ามันมีลิขสิทธิ์ มีอะไรด้วย และจ้างให้พนักงานตัดต่อตัดงานภายในสถานี จากนั้น ก็ส่งงานให้ช่องและมีการวิจารณ์กันว่า หากใครต้องการเข้ามาทํารายการในช่องจะต้องมี ค่าน้ําร้อน น้ําชาให้กับหลังบ้านของเฮีย เฮียคือใครก็ไม่รู้ เขาก็ร้องมาอย่างนี้ครับ ท่านประธาน

ข้อต่อไปนะครับ นอกจากนี้ยังมีการจัดซื้อที่ดินเพื่อสร้างที่ทําการทีวี สาธารณะช่องทีพีบีเอส ๑,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งมีความพยายามตรวจสอบแต่ยังไม่มี หลักฐาน แต่มีการนินทากันว่าการจัดซื้อที่ดินบริเวณใกล้สโมสรตํารวจนั้นเปึนพื้นที่คอขวด ที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว และคับแคบอย่างมาก แต่กลับมีความพยายามที่จะซื้อ ที่ดินบริเวณเดียวกันเพื่อให้มีทางเข้า-ออกอีก จึงเหมือนการซื้อ ๒ ต่อ ๒ ครั้ง ๒ ทอด ทําให้เกิดความเคลือบแคลงถึงการดําเนินการใต้โต๊ะที่อาจจะมีการรับเงิน รับทองหรือไม่

คําถามสุดท้ายแล้วครับ ผู้บริหารบางคนมีเงินไปซื้อบ้านที่เขาใหญ่กว่า ๒๐ ล้านบาท บางคนก็มีเงินซื้อบ้านระดับเศรษฐีอยู่กลางกรุง ๖–๗ ล้านบาท เงินเดือนก็ ไม่เท่าไร แต่ก็มีบ้านถึง ๒ หลังด้วยซ้ํา ก็มีอยู่ประเด็นเหล่านี้ที่อยากจะให้องค์การกระจาย เสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยท่านช่วยชี้แจงเพื่อความกระจ่าง พี่น้อง ประชาชนเขาจะได้รับฟังข้อกล่าวหาเหล่านี้ ท่านชี้แจงได้ ความจริงก็คือความจริง แต่ถ้า ท่านชี้แจงไปแล้วมันบันทึกอยู่ในสภาแห่งนี้วันหลังเขาตรวจสอบ อย่างเมื่อสักครู่ผมได้ ฝาก ปปง. ไปว่า ปปง. ต้องตรวจสอบเงินเหล่านี้ด้วย เกิดมาเจอทีหลังก็ถือว่าท่าน โชคร้ายก็แล้วกัน ขอบคุณนะครับท่านประธาน