สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการรักษาราชการแทนและความไม่สะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนในกองบัญชาการตำรวจ และเรียกร้องให้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการโยกย้ายที่มีความสลับซับซ้อน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผมขอย้ําอีกครั้งนะครับ

ประการแรก ก็คือผมไม่ได้ทําผิดกฎหมาย แล้วก็ไม่ได้ทําผิดระเบียบอะไร ถ้าท่านอ่านกฎหมาย มาตรา ๗๒ ท่านก็จะทราบว่าเวลาที่มีความจําเปึนในการที่จะตั้งผู้ที่ เข้ามารักษาราชการแทนมันก็มี ๒ กรณีคือ ๑. ผู้บังคับบัญชา ตามที่กําหนดในกฎหมาย ถ้าเปึนตําแหน่ง ผบ.ตร. ก็เปึนนายกรัฐมนตรี แต่งตั้งบุคคลมารักษาราชการแทน หรือ ๒. ไม่แต่งตั้งไว้ก็ไปใช้ตําแหน่งรองโดยให้เรียงลําดับตามอาวุโส และกฎที่ท่านอ้างถึง ก็เพียงแต่มาบอกว่าการเรียงลําดับอาวุโสให้เรียงลําดับอย่างไร เมื่อมีการตั้งก็ไม่จําเปึน ที่จะต้องไปดูลําดับอาวุโสก็ง่าย ๆ อย่างนั้นละครับ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย

ประเด็นที่สอง การที่จะให้มีการรักษาราชการแทนหรือไม่ก็เปึนไปตาม เงื่อนไขในมาตรา ๗๒ ว่าสามารถที่จะปฏิบัติราชการได้หรือไม่ ไม่ได้บอกว่าจะต้องออกไป นอกประเทศ ที่จริงแล้วถ้าบอกว่าออกไปนอกที่ตั้ง แล้วก็การบริหารราชการตามปกติ ในสํานักงาน ในหน้าที่ต่าง ๆ เห็นว่าจะมีปัญหา มีอุปสรรค ไม่สะดวก ก็เปึนอํานาจของ ผู้บังคับบัญชาในการที่จะตั้งรักษาราชการแทน ซึ่งก็คือกรณีนี้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ ท่านรายงานขึ้นมาว่าท่านมีคําสั่งให้ท่าน ผบ. ไป ๓ จังหวัดภาคใต้ แล้วก็รู้สึกว่า จะไปที่จังหวัดสงขลาหรือจังหวัดภูเก็ตด้วย เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องของอาเซียน ที่จริงท่านผู้ถามก็อาจจะไม่ทราบหรอกครับ เพราะว่าตอนดํารงตําแหน่งเข้าใจว่าไปไม่ถึง ๓ จังหวัดภาคใต้ อยู่ที่จังหวัดสงขลา ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าการลงไปติดตามงานตรงนั้น ก็อาจจะมีปัญหาอุปสรรค ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพท่านก็รายงานมา แล้วท่านก็ไป จริงครับ ตัวท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็ไปจริง แต่ไปวันเดียว แล้วก็กลับมา ท่านก็มี ความเห็นตั้งแต่ตอนที่สั่งการไปว่าจะไม่สะดวก ท่านก็บอกว่าให้ผมพิจารณาในเรื่องของ การแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน ก็มีเพียงเท่านี้นะครับ ไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน

ทีนี้ท่านก็ถามต่อว่า เวลาตั้งผู้รักษาราชการแทนท่านบอกเอาละ อาจจะไม่ผิด กฎหมายหรืออะไรก็ตาม มีคนอื่นเขาทําไหม ที่ไม่เอาตามอาวุโสนี่ ตั้งแต่มีกฎหมายนี้ มีนะครับ ตอนนั้นท่านก็ไม่โวยวายนะครับ วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ นายกรัฐมนตรี สมชายทําคือตั้ง พลตํารวจเอก ประทีป ตันประเสริฐ ซึ่งเปึนจเร รักษาราชการแทนครับ ไม่ได้เปึนไปตามลําดับอาวุโสของรอง ผบ.ตร. ทําไมท่านไม่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ลุแก่อํานาจล่ะครับ หรือกรณีที่ท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ วันที่ ๕ แต่งตั้ง พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ ซึ่งเปึนที่ปรึกษา สบ.๑๐ เหมือนท่าน พลตํารวจเอก วิเชียร เปึนผู้รักษาราชการแทน ผมก็ไม่เห็นว่าเปึนการลุแก่ อํานาจแต่ประการใด ก็มีอดีตนายกรัฐมนตรีอย่างน้อย ๒ ท่าน ที่ผมเห็นว่าได้มีการตั้ง รักษาราชการแทน โดยไม่ได้เปึนการไปเรียงลําดับตามอาวุโสแต่ประการใด ส่วนประเด็น ที่ว่าผมไปทําเรื่องนี้ เพราะมีวาระซ้อนเร้นเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้งอะไร หรือไม่ ผมไม่มีครับ แต่เรื่องการโยกย้าย แต่งตั้งในปัจจุบันที่มันมีความสลับซับซ้อนเล็กน้อยก็คือ มันมีการประกาศโครงสร้างใหม่ หรือกําลังจะมีการประกาศโครงสร้างใหม่ แล้วมันก็จะมา ในจังหวะเวลาที่จะมีการเกษียณอายุราชการ ก็จะมีการโยกย้าย แต่งตั้งประจําป้ ตําแหน่ง ที่เกี่ยวข้องก็ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นช่วงที่มีการรักษาราชการแทนท่านรอง นายกรัฐมนตรีสุเทพท่านเปึนประธานประชุม ก.ตร. ประเด็นไม่ใช่เรื่องคนเลยครับ เพราะ เรื่องคนไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยครับ ประเด็นมีอยู่ว่าการประกาศโครงสร้างจะต้อง ทําอย่างไรไม่ให้เกิดสุญญากาศ และบังเอิญว่าการประกาศครั้งนี้มีการจะต้องโยกย้าย แต่งตั้งคนจํานวนมาก ผมก็จําไม่ได้ว่ามันกี่ตําแหน่ง ซึ่งคุณสมบัติอาจจะไม่ครบ ตามกฎหมาย ก็กฎหมายตํารวจอีกนั่นละก็บอกว่าจําเปึนที่จะต้องมาขอยกเว้นคุณสมบัติ เปึนราย ๆ ไป พูดง่าย ๆ ไม่สามารถยกเว้นเปึนการทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นที่เขาประชุม ก.ตร. กันก็มีเรื่องเท่านี้ครับ ไม่ได้เปึนเรื่องบุคคลครับว่าตกลง เรื่องโครงสร้างนี่มันจะต้องประกาศในจังหวะเวลาไหน ถึงจะสามารถที่จะเดินหน้าในเรื่อง ของการโยกย้ายแต่งตั้งให้เกิดความราบรื่นที่สุด แล้วก็ต้องดูแลให้มันถูกต้องตาม กฎหมายว่า ก.ตร. ต้องจัดให้มีการประชุมอีกนะครับ ซึ่งจะเปึนเมื่อไรผมก็ยังไม่ทราบ แต่ก็เข้าใจว่าคงจะเปึนช่วงที่ ผบ. พัชรวาท ท่านก็ดํารงตําแหน่งอยู่ไม่ได้มีใครรักษา ราชการแทน เพราะฉะนั้นไม่มีวาระแอบแฝงอะไรที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลในเรื่องของ การแต่งตั้งนะครับ ส่วนบุคคลอื่นถ้าใครถูกพาดพิงก็ต้องชี้แจงเอาเองละครับ เพราะว่า สําหรับผมนี้เปึนเรื่องนโยบายล้วน ๆ ในเรื่องนี้ครับ