สุนทรี ชัยวิรัตนะ หารือเรื่องการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วง 5 ปีแรกของชีวิต และเรียกร้องให้รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีเงินเพียงพอในการดูแลเด็กเล็ก
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้กรุณามา ตอบกระทู้ให้กับดิฉันในวันนี้ ก่อนอื่นท่านประธานคะ เด็กเปึนทรัพยากรที่ทรงคุณค่าค่ะ และมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศไทย ในอนาคตการพัฒนาเด็กให้ได้รับ ความพร้อมทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา จึงเปึนภารกิจที่ สําคัญที่รัฐบาลจะต้องตระหนักแล้วก็ให้ความสําคัญเพื่อให้ได้การพัฒนาเด็กเปึนไปอย่าง มีคุณภาพและได้มาตรฐานสมกับวัยของเด็กเล็ก ประเทศไทยของเราค่ะท่านประธาน มีประชากรทั้งสิ้นประมาณ ๖๔ ล้านคน เปึนประชากรในช่วงอายุน้อยกว่า ๕ ป้ หรือที่เรา เรียกกันว่า เด็กก่อนวัยเรียน หรือว่าเด็กเล็กนั่นล่ะค่ะท่านประธาน อยู่ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือจะคิดเปึนประมาณ ๘ เปอร์เซ็นต์ของคนในประเทศไทยค่ะ มีผลการวิจัยค่ะท่านประธานได้บอกเอาไว้ว่า การพัฒนาของคนควรเริ่มตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะในช่วง ๕ ป้แรก ซึ่งเปึนช่วงที่ระบบประสาทและสมองมีการเจริญเติบโตและมี การพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ต้องเรียกว่าช่วงเวลานี้เปึนช่วงเวลาที่มีการเรียนรู้ที่สําคัญกับ เด็กได้นะคะ ซึ่งพ่อแม่ ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กจะต้องตระหนักแล้วก็ให้ความสําคัญต่อ การพัฒนาหรือว่าการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กในช่วงนี้ หากเราให้การดูแล เด็กก่อนวัยเรียนอย่างดี ทําให้ได้รับการเรียนรู้ให้มีประสบการณ์ชีวิตที่ดี มีอาหารที่ เหมาะสมในการอบรมเลี้ยงดู ทําให้คุณภาพเด็กก็จะได้รับการพัฒนาไปในทางที่ดีด้วย การที่เด็กซึ่งเปึนทรัพยากรที่มีคุณค่าค่ะท่านประธาน แล้วก็มีความสําคัญต่อการพัฒนา ประเทศในอนาคตได้รับการดูแลเปึนอย่างดีก็จะส่งผลต่อประเทศไทยของเราค่ะ จะทําให้ การพัฒนาประเทศเจริญก้าวหน้าไปได้อย่างดีค่ะท่านประธาน ยิ่งโดยเฉพาะในปัจจุบันค่ะ ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ําทําให้พ่อแม่หรือว่าผู้ปกครองของเด็กจําเปึนจะต้องออกไปหา รายได้ ไปหางานทําเพื่อมาจุนเจือครอบครัว ซึ่งทําให้เด็กไม่ได้รับการดูแลอย่างดีเท่าที่ควร จากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็จําเปึนจะต้องส่งเด็กเล็กเหล่านี้ไปฝากเลี้ยงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้ได้รับการเลี้ยงดูอบรมแทนพ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งความคาดหวังในการที่ผู้ปกครอง หรือว่าพ่อแม่ส่งเด็กเล็กไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเขาก็หวังเพียงแค่ว่าอยากจะให้ลูกหลาน เขามีการพัฒนาด้านสติปัญญา ด้านพัฒนาการสังคม แล้วก็จะได้หมดห่วงหายกังวลว่า ลูกหลานจะมีคนดูแล จะไม่เกิดอันตรายแก่เด็ก ๆ ในเวลาที่พวกเขาต้องออกไปหางานทํา เพื่อมาจุนเจือครอบครัว
ในปัจจุบันท่านประธานคะ ประเทศไทยของเรามีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้งประเทศจํานวน ๑๗,๓๔๕ แห่ง ซึ่งต้องเรียนท่านประธานค่ะว่าก็มาจากการที่จัดตั้งเอง โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็มาจากการถ่ายโอนของหน่วยงานราชการ ซึ่งเขาก็มีการถ่ายโอนกันมาตั้งแต่ ป้ พ.ศ. ๒๕๔๕ แต่ทราบไหมคะว่าการที่ต้องผลักภาระ การดูแลเด็กเล็ก ดูแลศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไปให้อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเปึนผู้รับผิดชอบนี่ค่ะท่านประธาน เปึนการผลักภาระที่ค่อนข้างใหญ่หลวง โดยการที่เหมือนกับเรานําอนาคตประเทศเราไปฝากเอาไว้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องเรียนว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่นี้มีน้อยนะคะท่านประธานที่จะมีเงิน รายได้ในการจัดเก็บภาษีเปึนจํานวนมาก ทุกที่ค่ะ โดยเฉพาะในภาคอีสานของเรา องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานคะ มีรายได้จากการจัดเก็บน้อยมาก แล้วก็มี งบประมาณที่ได้รับในการจัดสรรค่อนข้างน้อย ส่วนใหญ่จะเปึนค่าใช้จ่ายในการจ่ายเปึนรายจ่ายประจําเสียเปึนส่วนใหญ่ จะเหลือเงิน ที่เปึนเม็ดเงินสามารถนําไปสนับสนุนโครงการเหล่านี้ก็เพียงน้อยนิด ก็อยากจะเรียนว่า ถ้างบประมาณที่ได้ลงไปในส่วนนี้มันน้อย แล้วจะทําให้เขาไม่สามารถที่จะดูแลหรือว่า จัดสรรงบประมาณมาพัฒนาศูนย์เด็กเล็กให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพได้ ซึ่งในมาตรฐานตรงที่ดิฉันว่านี้ท่านประธานคะ คงไม่ใช่แค่เรื่องบุคลากรแต่รวมถึงเรื่อง สถานที่ เรื่องการร่วมมือของชุมชนหรือแม้กระทั่งมาตรฐานการเรียน การสอนของศูนย์ เด็กเล็กด้วยค่ะ แล้วถ้าเปึนอย่างนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจะมีเงิน งบประมาณมาดูแลในส่วนนี้ เรายังจะเอาอนาคตของชาติเราไปเสี่ยงกับการที่มี งบประมาณไม่เพียงพอกันอีกหรือคะ ถึงแม้ว่ารัฐบาลของเราค่ะท่านประธานบอกว่า รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ของเราต้องบอกอย่างนั้นนะคะ ว่าท่านมีนโยบาย เรียนฟรี ๑๕ ป้ แต่ท่านทราบไหมคะว่านโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้เขาก็ไม่ได้มีการจัดการ ในการดูแลหรือว่าให้การอบรมเลี้ยงดูเรียนฟรีกับเด็กในช่วงอายุน้อยกว่า ๕ ป้ เปึนการจัด ในช่วงอนุบาลขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ ๖ ขวบขึ้นไป แล้วก็เปึนในระดับประถมศึกษา ๖ ป้ แล้วก็ระดับมัธยมศึกษาอีก ๖ ป้ รวมเปึน ๑๕ ป้ ซึ่งตรงนี้นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ป้ ยังไม่ได้ครอบคลุมให้กับเด็กเล็กเหล่านี้ แล้วอย่างนี้ท่านประธานคะดิฉันอาจจะบอกว่า สามารถคิดได้เลยนะคะท่านประธานว่า เมื่อสักครู่มีหลายท่านพูดว่าเรามีหมีแพนด้าก็คือ หลินป่ง มีลูกหมีแพนด้าขึ้นมาใช่ไหมคะ คือ หลินป่ง ก็มีการจัดงบประมาณในการจะไป ก่อสร้างสถานที่อยู่ มีการไปดูแลจัดงานวันเกิดให้ครบ ๑๐๐ วัน ก็มีการจัดงบประมาณไป ตรงในส่วนนี้ ดิฉันว่ารวม ๆ กันไม่น่าจะน้อยกว่า ๑๐๐ ล้านบาทไปแล้ว อย่างนี้บอกได้ไหม คะท่านประธานว่า เราให้ความสําคัญกับหลินป่งซึ่งเปึนลูกหมีแพนด้ามากกว่าที่เราให้ ความสําคัญกับเด็กเล็กหรือว่าเด็กก่อนวัยเรียน ตรงนี้ถ้าจะให้ดิฉันว่าดิฉันก็คิดว่าน่าจะ เปึนไปได้ เพราะอะไรคะท่านประธาน อาจจะเปึนที่ว่าหลินป่งได้รับงบประมาณมากกว่า เพราะว่าเขาสามารถเรียกรายได้เข้าประเทศให้เราได้มากกว่าเด็กที่เปึนอนาคตของ ประเทศเราหรือเปล่าคะ ที่งบประมาณเขาได้เยอะกว่าเรา แล้วอย่างนี้ท่านประธานคะ เด็กเล็กเราจะได้รับการพัฒนาได้อย่างไร แล้วบุคลากรที่จะเปึนกําลังสําคัญในการพัฒนา ประเทศของเราจะได้รับการส่งเสริมได้อย่างไร ถ้าเรายังมีงบประมาณสําหรับเด็กเล็ก น้อยกว่าลูกหมีแพนด้า ท่านประธานคะกลับมาดูที่จังหวัดของดิฉันค่ะ จังหวัดชัยภูมิก็เปึน จังหวัดที่ค่อนข้างใหญ่ เรามีจํานวนประชากรเปึนล้านกว่าคน แต่ว่าเรามีศูนย์เด็กเล็กหรือ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ประมาณ ๓๘๐ แห่ง เรามี ๑๒๒ ตําบลทั่วจังหวัดชัยภูมิ แต่ท่าน ทราบไหมคะว่า ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในจังหวัดชัยภูมิส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐานตามที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้วางเอาไว้ ซึ่งตรงนี้ดิฉันเข้าใจว่ามันก็มาจากการที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเปึนองค์การบริหารส่วนตําบลหรือว่าเทศบาล เรามีขนาดเล็ก มีประชากรไม่หนาแน่น ทําให้การจัดสรรงบประมาณที่จะมาช่วยในการสนับสนุนก็อาจจะ ได้ไม่เยอะ ก็ทําให้ตรงนี้เขาไม่สามารถที่จะจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนในการก่อสร้าง หรือว่าดูแลโครงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กได้ ซึ่งต้องเรียนค่ะท่านประธาน ดิฉันได้มีการ สอบถามไปยังองค์การบริหารส่วนตําบลหรือว่าเทศบาลหลาย ๆ ที่ ได้สอบถามเขาว่า เราไม่มีการจะมาเข้า อบต. หรือเทศบาลไม่มีนโยบายที่จะเข้ามาดูแลเด็กเล็ก ในการดูแล เรื่องความปลอดภัยเหล่านี้ให้กับเขาหรืออย่างไร ก็ปรากฏว่าได้รับคําตอบมาบอกว่า เขาไม่มีงบประมาณ แล้วก็ที่สําคัญเขามีภาระหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบในอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องปัจจัยพื้นฐาน ถนนหนทาง เรื่องปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น น้ําท่วม ฝนแล้ง พวกนี้เขาก็ต้องเข้าไปดูแล ทําให้เขาไม่สามารถจะจัดสรรงบประมาณมาลงทุนในการ สนับสนุนให้เกิดโครงการศูนย์เด็กเล็กได้ ตรงนี้ดิฉันถามว่าแล้วได้มีการทําเรื่องมาขอรับ การสนับสนุนกับทางกระทรวงบ้างหรือเปล่า ผลปรากฏว่าทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตอบดิฉันว่าก็ได้มีการทําเรื่องขอรับการสนับสนุนเข้ามาทุกป้ แต่ว่าก็ยังไม่ได้รับการจัดสรรหรือว่าสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ให้เข้าไปดูแลกับ เด็กเล็กค่ะท่านประธาน และที่สําคัญท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคมที่ผ่านมา ดิฉันได้มี โอกาสฟังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์พูดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกเอาไว้ว่าท่านจะผลักดันโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ก็ทําให้ ดิฉันเกิดความคิดและอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยค่ะว่า กระทรวงมหาดไทยมีแนวทางในการดําเนินการในโครงการพัฒนาศูนย์เด็กเล็กอย่างไร บ้างนะคะ
และอีกอย่างที่ดิฉันอยากจะถามค่ะท่านประธาน ก็คือดิฉันก็ต้องยอมรับค่ะ ท่านประธาน เพิ่งเปึน ส.ส. สมัยแรก เพิ่งเปึนมาได้ประมาณป้กว่า ๆ เกือบจะ ๒ ป้ เปึน ส.ส. ใหม่ต้องขยันค่ะท่านประธาน ก็ได้มีการลงพื้นที่ไปเยี่ยมพบปะประชาชนในเขต นอกเขตก็มีไปบ้างนะคะท่านประธาน ก็ปรากฏว่าพบว่าจังหวัดชัยภูมิของดิฉันน่าน้อยใจมาก เรื่องการดูแลเด็กเล็ก โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กค่ะ เรายังขาดแคลนบุคลากร ยังขาด แคลนงบประมาณในการจัดตั้งอีกค่อนข้างมาก แต่ว่าจังหวัดของเรามีเด็กที่เกิดใหม่ ในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง ๕ ป้อยู่ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ ดิฉันดูตัวเลข มาแล้วนะคะ ก็พบว่าเด็กเล็กเหล่านี้ยังไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร ยกตัวอย่าง ง่าย ๆ วันนี้ดิฉันขอยกตัวอย่าง ๒ แห่งให้ท่านประธานได้รับทราบแล้วกันนะคะ แห่งแรกที่ ดิฉันอยากจะพูดถึงก็คือที่บ้านโนนนาพวง บ้านหนองอ้อ หมู่ ๑ และหมู่ ๑๒ ตรงนี้มี ๓ หมู่บ้านท่านประธานคะ ตั้งอยู่ที่ตําบลชีบน อําเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิค่ะ ต้องเรียนว่า สถานที่ที่เขาให้เด็กเล็กไปอาศัยเล่าเรียนหรือว่าผู้ปกครองนํามาฝากเรียนนี้ ท่านประธาน ทราบไหมคะ เปึนโรงครัวของวัด เปึนศาลาของวัด แล้วแต่ว่าวันไหนที่มีงานที่วัดเด็กก็ต้อง ไปอยู่ที่ศาลาของวัด หรือถ้ามีงานก็ต้องไปอยู่ที่โรงครัว ดูแล้วน่าสงสารเด็กไหมคะ ท่านประธาน ต้องไม่มีที่หลักแหล่งเปึนของตัวเองในการที่จะอยู่ แล้วตรงจุดนี้ค่ะ ท่านประธาน เด็กมากกว่า ๑๐๐ คนของ ๓ หมู่บ้าน การเดินทางจะไปศูนย์เด็กเล็กตรงอื่น เปึนไปได้ด้วยความยากลําบากมาก ถนนหนทางที่ตําบลชีบนเปึนหินลูกรัง ยิ่งถ้าวันไหน ฝนตกค่ะ เด็กเล็กจะเดินทางไปโรงเรียน ผู้ปกครองจะนําไปส่งก็เกิดความยากลําบากมาก ตรงนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากทางวัดท่าสง่าค่ะท่านประธาน ให้เข้าไปอาศัยสถานที่ ในการจัดตั้งเปึนศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งต้องเรียนว่าดิฉันเข้าไปก็พบว่าน่าหดหู่ใจมากค่ะ