กรณ์ จาติกวณิช ระบุว่า รัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้ของรัฐบาลด้วยการเพิ่มภาษีและการกู้ยืมเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยระบุว่า เมื่อรัฐบาลเสนอต่อรัฐสภาว่าจำเป็นต้องเพิ่มบทบาทของรัฐบาลด้วยการกู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มกำลังให้กับรัฐบาลในการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจ ฝ่ายที่คัดค้านไม่เห็นด้วย แต่กรณ์เชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็สามารถพิจารณาได้ว่าการทํางานโดยพวกเขาอย่างมีหลักการนั้นต้องทําเช่นใด โดยเฉพาะเมื่อพี่น้องประชาชนก็เห็นเจตนาตั้งใจของทางรัฐบาลในการที่จะเพิ่มรายได้ในส่วนของรัฐนั้นทําไปเพื่อนําเม็ดเงินรายได้นั้นไปทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม กรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมก็ขอให้ เพื่อนสมาชิกเห็นใจทางฝ์ายรัฐบาลสักนิดหนึ่งนะครับ พวกเราก็ได้ ผมไม่อยากใช้คําว่า อดทน นะครับ แต่พวกเราก็ได้นั่งฟังการอภิปรายของพวกท่านมาทั้งวัน หลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ กรณีท่านก็หลุดออกนอกประเด็นเช่นเดียวกัน ท่านก็ต้องยอมรับ แต่ในส่วนของ กระผมผมมีความจําเปึนที่จะต้องชี้แจงที่มาแนวคิดของการร่างพระราชกําหนดฉบับนี้ เพื่อให้ท่านได้เข้าใจนะครับว่าพระราชกําหนดนี้มีไว้เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร ความจริงในการตอบคําถามของหลาย ๆ ท่านที่มี นะครับว่ามีความจําเปึนอย่างไรหรือไม่ที่จะต้องมีการเพิ่มเพดานภาษีสรรพสามิต เพราะฉะนั้นผมถือว่าตรงต่อประเด็นนะครับ แล้วผมขออนุญาตชี้แจงต่อไป ต้องเรียน ตามตรงนะครับว่าเมื่อเราได้พิจารณาถึงแนววิธีในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เราได้ออก มาตรการระยะสั้น ซึ่งก็ใช้เม็ดเงินงบประมาณในการที่จะเพิ่มสตางค์ในกระเปิาของพี่น้อง ประชาชน เพิ่มกําลังซื้อให้กับพี่น้องประชาชน และการเพิ่มความต้องการสินค้าให้กับ ภาคเอกชน อีก ๒ แนววิธีที่เราปฏิเสธที่จะไม่พิจารณาไม่ได้นะครับ ก็คือเรื่องของ การพิจารณาการเพิ่มรายได้โดยตรงของรัฐบาลด้วยการเพิ่มภาษีและการกู้ยืมเงิน เพื่อมาใช้ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจต่อเนื่อง ประเด็นปัญหาของพวกเราที่อยู่ฝัืงรัฐบาล ก็คือเมื่อเราเสนอต่อรัฐสภาว่าเรามีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มบทบาทของรัฐบาลด้วยการ กู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มกําลังให้กับรัฐบาลในการที่จะลงทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฝ์ายท่าน ก็คัดค้านไม่เห็นด้วย วันนี้ความจริงบางท่านกลับมาพูดว่าก็ใช้เงินกู้ไปก็ไม่ว่าอะไร แต่ผมก็จําได้นะครับ ณ วันที่เรามาขอความสนับสนุนจากท่านในการที่จะออกพระราชกําหนด พระราชบัญญัติเพื่อระดมเม็ดเงินมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชน ท่านก็คัดค้าน เราก็บอกกับท่านในวันนั้นนะครับว่าทางเลือกของรัฐบาลอันดับแรกปฏิเสธ ไม่ได้แล้ว เมื่อสักครู่ผมชี้แจงให้เห็นว่าเม็ดเงินขาดและมีความจําเปึนต้องใช้เงิน โดยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนก็มีอยู่ ๓ แนวทาง ขายทรัพย์สิน ผมไม่ต้องพูดถึงไม่มีใครอยากทํา ขึ้นภาษีก็เปึนอีกแนววิธีหนึ่ง และวิธีสุดท้ายที่มีก็คือ การกู้ยืมเงิน ท่านก็บอกว่าไม่ให้กู้ ผมเชื่อว่าถ้าผมมาถามท่านว่าให้ผมขายทรัพย์สินไหม ท่านก็บอกว่าไม่ให้ขาย แล้ววันนี้ด้วยความจําเปึนจริง ๆ เราได้มาขอให้ท่านสนับสนุน การขึ้นเพดานภาษีน้ํามันเพื่อนํารายได้ส่วนนั้นมาทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านก็คัดค้าน ผมคิดว่าท่านต้องระวังนิดหนึ่งนะครับเพราะว่าการคัดค้านในลักษณะนี้ ผมคิดว่ามันเปึนการทํางานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ในบางครั้ง พี่น้องประชาชนอาจจะมองว่าง่ายเกินไป และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็สามารถที่จะ พิจารณาได้ว่าการทํางานโดยพวกเราอย่างมีหลักการนั้นต้องทําเช่นใด และโดยเฉพาะ เมื่อพี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับว่าเจตนาตั้งใจของทางรัฐบาลในการที่จะเพิ่มรายได้ ในส่วนของรัฐนั้นทําไปเพื่อนําเม็ดเงินรายได้นั้นไปทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน อย่างไร ซึ่งตรงนี้ก็จะเปึนคําตอบของผมนะครับที่มีต่อเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ถามว่า เอาละ เห็นด้วยว่ามีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มภาษี แต่ก็ต้องตอบให้สาธารณชนเข้าใจว่า เพิ่มไปแล้วจะใช้เม็ดเงินนั้นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างไร ผมก็ต้องขออนุญาต เรียนนะครับว่า โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นมีมากมายที่มีเปัาหมายวัตถุประสงค์ นํามาใช้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วันนี้รัฐบาลยืนยันความตั้งใจในการที่จะมีมาตรการการประกันราคาสินค้าเกษตรสําคัญ ทางคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้วในส่วนของการประกันราคาข้าวโพด ราคามัน และจะ ดําเนินการในการประกันราคาข้าวให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ในส่วนของข้าวโพด และมัน เม็ดเงินการชดเชยที่คาดว่าจะต้องจัดสรรไว้ให้กับพี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวไร่ มีสูงถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ส่วนของการประกันราคาข้าวคาดว่าเม็ดเงิน ที่จะต้องใช้เพิ่มเติมที่จะช่วยยืนยันไม่ให้ชาวนาขาดทุน มีเม็ดเงินสูงถึงอีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมกันแล้วการประกันราคาพืชผล คาดว่าต้องใช้เม็ดเงินประมาณ ๔๐,๐๐๐– ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าเม็ดเงินนั้นท่านจะเอามาจากไหน หรือว่าท่านไม่มี นโยบายที่จะประกันราคาพืชผลให้กับพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลนี้มี และเราก็ตระหนักว่า นโยบายลักษณะนี้จําเปึนที่จะต้องเอาเม็ดเงินมาสนับสนุน นอกจากนั้นก็มีโครงการ อีกมากมายนะครับ ไม่ว่าจะเปึนโครงการสนับสนุนการผลักดันเรื่องของบ้านมั่นคง ต้องใช้เม็ดเงินอีก ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อช่วยพี่น้องที่อาศัยอยู่ตามชุมชนแออัด ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด เข้าถึงบ้านของตนเองที่มีมาตรฐานคุณภาพ และการมีศักดิ์ศรีความเปึนอยู่ของมนุษย์ ซึ่งตรงนี้ก็เปึนเม็ดเงินที่รัฐบาลจะต้องสรรหามา เพื่อมาสนับสนุนโครงการที่เราเชื่อว่าท่านเองก็ต้องเห็นว่าเปึนประโยชน์ เรื่องน้ําฟรี ไฟฟรี ไม่ต้องพูดถึงนะครับ ๕ มาตรการที่เหลืออยู่ใช้เม็ดเงินงบประมาณต่อป้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องถามท่านครับว่าท่านคิดว่าท่านจะเอาเม็ดเงินนี้มาจากไหน ท่านไม่ให้เรากู้ ท่านไม่ให้เราเก็บภาษี ท่านไม่ให้เราขายสมบัติ อยากทราบจริง ๆ ครับว่า รัฐบาลของท่าน ถ้าท่านมีโอกาสจะหาเม็ดเงินมาอย่างไร ผมคิดว่าท่านต้องชี้แจง ให้ประชาชนเข้าใจครับ เรื่องเรียนฟรี เบี้ยผู้สูงอายุ รัฐบาลนี้ก็ยืนยันนะครับว่าเราจะคงไว้ ซึ่งนโยบายที่เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน