กรณี จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงเรื่องการปรับเพดานภาษีสรรพสามิต และการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน พร้อมทั้งยืนยันการลดราคาน้ำมันลง 2 บาท และลดราคาก๊าซหุงต้ม นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเน้นการช่วยเหลือภาคเอกชนและกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการของรัฐบาล เช่น การจัดให้มีการเรียนฟรี การจัดให้มีเบี้ยผู้สูงอายุ และการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางในการหารายได้เพิ่มเติมด้วยการเก็บภาษี
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานล่วงหน้าว่าเดี๋ยวหลังจากที่ผมได้มีโอกาสได้ชี้แจง ต่อเพื่อนสมาชิก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็จะขอใช้สิทธิในการที่จะชี้แจง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้พวกเราก็มาประชุมเพื่อขอให้ ทางสภายืนยันพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ซึ่งพระราชกําหนดฉบับนี้ว่าไปแล้วก็เคยผ่านการพิจารณาของสภาของเราไปแล้ว แต่ในเมื่อวุฒิสภาเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เราก็จึงต้องนํากลับมาขอคํายืนยันจาก เพื่อนสมาชิก ซึ่งสําหรับผมก็คือสะท้อนให้เห็นถึงความงดงามของระบอบประชาธิปไตย ของเรา แต่ต้องถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวุฒิสภาสะท้อนให้เห็นว่าข้อเสนอ พระราชกําหนดฉบับนี้โดยรัฐบาลเปึนข้อเสนอที่ผิดพลาดหรือไม่ ผมก็ต้องขอตอบว่าไม่ใช่ เช่นเดียวกับการที่ทางสภาของเราได้มีการพิจารณาทั้งพระราชกําหนด พระราชบัญญัติ ให้อํานาจแก่รัฐบาลในการกู้ยืมเงินรวม ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อมาแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ สุดท้ายวุฒิสมาชิกก็ได้ให้คะแนนเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นต่อ พระราชกําหนดและพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนั้น ถามว่าการที่ฝ์ายค้านได้คัดค้านกฎหมาย ทั้ง ๒ ฉบับนั้น หมายความว่าฝ์ายค้านผิดหรือไม่ ผมก็ต้องขอตอบว่า ไม่ ก็เปึนเพียงแต่ การสะท้อนความคิดเห็นที่แตกต่าง และในส่วนของทางรัฐบาลนะครับในกรณีของ ความคิดเห็นที่แตกต่างในเรื่องของการปรับเพดานภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ก็เปึน ความคิดเห็นที่แตกต่างที่เราก็น้อมรับ และนํามาพิจารณาทบทวนการกําหนดนโยบาย ของเรา ท่านประธานครับ นั่นก็คือที่มาและสาเหตุของการทบทวนเรื่องของการเก็บเงิน เข้ากองทุนน้ํามัน ซึ่งเดี๋ยวสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็จะได้ชี้แจง ในรายละเอียด แต่เสียงสะท้อนจากสังคม เสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกทั้งในสภานี้และ วุฒิสภา ก็เปึนหนึ่งในสาเหตุที่ทําให้เราหยิบยกนโยบายโดยรวมขึ้นมาทบทวน แล้วก็ได้มี การตัดสินใจโดยรัฐบาลในการที่จะปรับลดราคาน้ํามันลงมา ๒ บาท ด้วยการลด การจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันในปริมาณเม็ดเงินเดียวกัน นอกจากนั้นเราก็ได้ยืนยันราคา ก๊าซหุงต้มให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อเปึนการลดภาระที่พี่น้องประชาชนต้องแบกรับ แต่ก็ต้องมาถามครับว่า อย่างไรก็แล้วแต่ด้วยเหตุผลใดทางรัฐบาลถึงจึงมีสาเหตุที่จะ ขอให้เพื่อนสมาชิกยืนยันการเสนอพระราชกําหนดฉบับนี้ ผมก็ต้องขออนุญาต ท่านประธานในการที่จะเท้าความไปถึงที่มาแนวความคิดของทางรัฐบาล แต่จะใช้เวลา ไม่มากครับ
อันดับแรก เพื่อนสมาชิกคงจําได้นะครับว่างบประมาณป้ปัจจุบันที่เราใช้ อยู่ก็คือ ป้ ๒๕๕๒ มีเม็ดเงินค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงถึง ๑.๙ ล้านล้านบาท ซึ่งตาม พระราชบัญญัติบริหารหนี้สาธารณะ สามารถที่จะกู้ยืมเพื่อชดใช้การขาดดุลงบประมาณ ได้ประมาณ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ วันที่ทางสภาแห่งนี้พิจารณาอนุมัติงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ เราก็ได้มีการประมาณการรายได้ของรัฐบาลไว้ที่ประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท บวกกับความสามารถในการขาดดุลประมาณ ๔๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ทําให้เราสามารถ ที่จะชดใช้ส่วนต่างที่เปึนงบขาดดุลได้ แต่ในเมื่อหลังจากที่มีการบริหารผ่าน ๓ รัฐบาล ปรากฏว่าประเทศไทยพร้อมกันกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก ครั้งสําคัญ ก็มีผลทําให้รายได้ของรัฐบาลไทยปรับลดลงต่ํากว่าเปัาหมายที่เคยกําหนดไว้ มีอยู่จุดหนึ่งนะครับ เราก็คาดว่ารายได้อาจจะต่ํากว่าเปัาหมายสูงถึง ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ณ ปัจจุบันดูเหมือนว่ารายได้ก็ยังจะต่ํากว่าเปัาหมายอยู่ แต่ในปริมาณเม็ดเงินที่ต่ํากว่า ที่เราเคยประมาณการไว้ อย่างไรก็แล้วแต่รายได้ที่หายไปไม่ว่าจะ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือเกือบ ๆ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้มีความจําเปึนที่จะต้องหาช่องทางอื่นในการที่จะ มาชดใช้การขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นประเด็นปัญหาเศรษฐกิจที่ติดลบ ส่งผลให้กําลังซื้อของภาคเอกชนของผู้ประกอบการของเราลดน้อยลง จึงมีความจําเปึน ที่จะทําให้รัฐบาลต้องเพิ่มบทบาทของตนเองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย การเพิ่มบทบาทของทางรัฐบาลก็หมายถึงการใช้เม็ดเงินงบประมาณ แต่เมื่อมี ความชัดเจนแล้วว่าเราไม่สามารถที่จะใช้เม็ดเงินงบประมาณได้ เพราะการขาดดุลนั้น เต็มพิกัดแล้วก็จึงเปึนสาเหตุที่เราจะต้องพิจารณาหาแนวทางอื่น โดยรวม ๆ นะครับ จึงมีประเด็นปัญหา สาเหตุว่ารัฐบาลจะต้องหาแนววิธีการเข้าถึงแหล่งเงินเพิ่มเติมอยู่ ๒ สาเหตุด้วยกัน
เหตุผลแรกก็คือเพื่อเอามาชดใช้รายได้ที่หายไป
เหตุผลที่ ๒ ก็เพื่อรัฐบาลจะได้มีกําลังเงินมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับ พี่น้องประชาชน เมื่อเราตระหนักว่ารัฐบาลมีความจําเปึนที่จะต้องหาเม็ดเงินเพิ่มเติม มันก็มีอยู่ ๓ แนวทางด้วยกัน
แนวทางแรกก็คือการช่วยให้ภาคเอกชนสามารถที่จะช่วยตัวเองได้ รัฐบาล ก็มีมาตรการต่าง ๆ ที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มกําลังซื้อให้กับพี่น้องประชาชน เพิ่มสภาพคล่อง ให้กับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเปึนมาตรการ การบริหารเรื่องของสินเชื่อ การลดความเสี่ยง ของสถาบันการเงินด้วยการที่สถาบันของรัฐบาลเข้าไปร่วมค้ําประกันการปล่อยสินเชื่อ หรือมาตรการเพิ่มเม็ดเงินในกระเปิาให้กับพี่น้องประชาชน ผ่านนโยบายสําคัญ ๆ ของ รัฐบาล อย่างเช่น การจัดให้มีการเรียนฟรีจริง การจัดให้มีเบี้ยผู้สูงอายุ การจัดให้มีเบี้ย อสม. ล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนให้มีกําลังซื้อ เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ โดยเฉพาะกําลังซื้อภายในประเทศ นอกจากนั้นรัฐบาลก็มีนโยบายที่จะลด ภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ๕ นโยบายที่ยัง เหลืออยู่ ไม่ว่าจะเปึนน้ําฟรี ไฟฟรี รถเมล์ฟรี รถไฟฟรี ก็ล้วนแล้วแต่เปึนมาตรการที่รัฐบาล จัดขึ้นมาเพื่อเพิ่มสตางค์ในกระเปิาของพี่น้องประชาชน และเปึนแนววิธีการแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจโดยรวมที่สําคัญในวิธีหนึ่ง นั่นก็คือวิธีแรกในการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
วิธีที่ ๒ หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือการหารายได้เพิ่มเติมด้วยการเก็บภาษี