สงวน พงษ์มณี แถลงว่ารัฐบาลผิดกฎหมายหลายเรื่อง และเตือนให้รัฐบาลระวังกฎหมายมหาชน สงวน พงษ์มณี ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการภาษี การกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริหารน้ำมัน และรัฐธรรมนูญที่มีการกีดกันลูกหลานของทักษิณจากการมีส่วนร่วมในโครงการของรัฐ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ผมคงใช้เวลาท่านประธานไม่นาน แต่ว่าจะพูดในสิ่ง ที่ไม่ซ้ําประเด็นกับคนอื่น ผมคิดว่าต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังรัฐมนตรี ทั้งหลายว่า วันนี้ฝ์ายบริหารได้หมิ่นเหม่ในการผิดกฎหมายหลายเรื่องนะครับ อย่าดูเบา กฎหมายมหาชนนะครับ วันนี้ผมคุยกันหลายคนแล้วผมคิดว่าประเทศไทยเราติดกับดัก ที่กฎหมาย ๔ ฉบับ กฎหมายแพ่ง กฎหมายอาญา วิ. แพ่ง วิ. อาญา เท่านั้นเอง แต่เราลืม คิดเรื่องกฎหมายมหาชน วันนี้ผมคิดว่าที่ท่านชี้หน้าด่าทักษิณว่าทักษิณผิด มาตรา ๑๐๐ เปึนนักโทษ ท่านรู้ไหมครับว่า วันนี้ท่านอนุมัติผิดไปหลายเรื่องแล้ว ไม่กี่วันท่านคงเห็นข้อมูล แล้วที่ท่านโฆษณาหนักหนาว่าถ้าท่านเปึนรัฐบาลภายใน ๙๐ วัน และท่านจะบอกว่า ท่านจะเลิกเก็บกองทุน นั่นเปึนสัญญาประชาคมนะครับท่าน ท่านรู้ไหมครับถ้ามีคนไปร้อง กกต. ท่านผิดกฎหมายนะครับ พอท่านมาปุ็บท่านเห็นไหมครับ ในขณะที่ท่านเข้ามา เขาเก็บกองทุนแค่ ๔ บาท พอท่านเข้ามาท่านเก็บ ๗ บาทเลยนะครับ ผมเห็นหลักฐาน วันที่ ๖ มกราคม ท่านเก็บ ๗ บาทเลย ทั้งหมดที่ผมพูด ผมพูดเพื่อเตือนท่านว่าวันนี้อย่าดู เบากฎหมายมหาชน ผมยืนยันอย่างนี้นะครับท่าน ไม่ใช่ว่าฝ์ายค้านจะทําเปึนศรีธนญชัย ไม่ใช่นะครับ เมื่อคุณไม่ยอมแก้รัฐธรรมนูญโดยตัวคุณเอง คุณต้องรับผิดชอบต่อ รัฐธรรมนูญที่เปึนกับดักนั้น วันนี้หลายอย่างท่านผิด แล้วค่อยเจอกันในเรื่องที่กฎหมาย ดีกว่า วันนี้ผมพูดเรื่องนี้สั้น ๆ ผมจะพูดในส่วนที่ผมสนใจ จริง ๆ แล้วระหว่างผมกับ ฝ์ายรัฐบาลเราต่างกันอยู่ ๒ เรื่อง
เรื่องหนึ่ง คือกระบวนการหาเงินกับเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจเรามีความ เข้าใจต่างกัน มันอธิบายอย่างไรก็ต่างกัน เมื่อวิธีคิดต่างกันวิธีคิดมันกําหนดวิธีทํางาน ท่านครับ ท่านดูนะครับ กระบวนการหาเงินให้กับรัฐ ท่านเก็บมาจากการบริโภคของ ประชาชน สิ่งที่ผมจะพูดคืออยากให้พี่น้องประชาชนว่าเมื่อรัฐบาลเก็บใครเสีย ท่านอย่า บอกนะครับว่า ๙๕ กับ ๙๑ คนรวยเปึนคนใช้ ท่านไม่รู้จักชาวบ้านเลยหรือครับ รถมอเตอร์ไซค์หัวฉีดมีกี่ยี่ห้อ รถมอเตอร์ไซค์นี่ใช้ ๙๑ ๙๕ ทั้งนั้น มันสะอึก ปู๋ดมันสะอึกเลย นี่ท่านกําลังลงโทษชาวบ้านพี่น้องประชาชนครับ ผมขอผ่านท่านประธานเลยนะครับ ผมไม่ต้องหาเสียงมากครับ ขอบันทึกเทปของฝ์ายรัฐบาลที่พูดชื่นชมการขึ้นภาษีไป ให้ชาวบ้านฟังผมก็พอใจแล้ว เพราะว่าท่านใช้น้ํามัน ๑ ลิตร ถ้าท่านใช้ ๙๕ ท่านจะเปึน ผู้จ่ายภาษีให้กับรัฐ ๒๔ บาท ๑ ลิตรจ่าย ๒๔ บาท นี่ราคาวันนี้ต้นทุน ณ โรงกลั่น ๑๘ บาทกว่า ท่านขาย ๔๑ บาท เสียภาษีรวมแล้ว ๒๔ บาท ๒๔ บาท ๔ บาทกว่าไปไหนท่าน ไปให้พ่อค้าขายจะเรียกนายทุนมันน่าเกลียด เรียกว่าพ่อค้าขายดีกว่า ให้คนขาย ๔ บาทกว่า ท่านบอกว่าต้องให้มันแพง ไม่อยากให้เขาใช้ อยากให้เขาใช้ อี ๘๕ อยากให้ เขาใช้ อี ๘๕ ท่านดู อี ๘๕ ต้นทุน อี ๘๕ ๒๐ บาท เอากองทุนมาใช้ให้ตั้ง ๗.๑๓ บาท มันน่าจะไม่ถึง ๒๐ บาท โอ้โฮ ท่านบอกว่าต้องขึ้นค่าการตลาดให้เขาไม่ใช้ พอให้เขาอยาก ใช้ท่านกลับให้ ๖ บาท เห็นไหมหลอกชัด ๆ ท่านไปให้ ๙๕ ให้ค่าการตลาด ๔.๕๐ บาท กว่า ๆ นิด ๆ แต่พอบอกว่าอยากให้ใช้ให้ค่าการตลาดเท่าไร ๖ บาทกว่า ๖.๐๖ บาท และอธิบายต่างกัน ตรงนี้บอกว่าเขาขายน้อยต้องให้เขาได้กําไร อันนี้เขาขายน้อยมากเลย ต้องให้เขากําไรมาก อามะภันเต ท่าน แสดงว่าท่านไม่ได้ช่วยชาวบ้านเลย ถ้าผมเปึนชาวนา ชาวไร่ใช้ดีเซล ๑ ลิตรต้องจ่าย ๘ บาทนะพี่น้อง ต้องจ่ายให้หลวงไป ๘ บาท ถ้าผมใช้น้ํามัน ๑๐๐ ลิตร ผมต้องจ่าย ๘๐๐ บาทให้หลวง ผมจะเรียกอย่างไรดี ทั้งหมดที่ผมพูด ผมกําลังพูดว่า นี่คือการบริหารจัดการที่ต่างกัน ท่านครับ
ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะพูดถึง นอกจากจะพูดเรื่องการอธิบาย ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงแล้ว ผมอยากพูดถึงเรื่องว่า วันนี้เรากําลังทําอะไรกันกับบ้าน กับเมืองนี้ เมื่อสักครู่บอกว่าเมื่อขึ้นราคาน้ํามันแล้วไม่ต้องกู้ ไม่ต้องกู้แล้วมาขอกู้ทําไม ไม่ต้องกู้ไปเปึน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาขอกู้ทําไม ก็เพราะต้องกู้นี่ล่ะท่าน แต่บอกกัน ตรง ๆ ว่าหาทางอย่างอื่นไม่เปึนก็เลยเก็บเอาง่าย ๆ จากน้ํามันต้องพูดอย่างนี้ และจะแก้ อย่างไรท่านครับ ผมอยากให้ท่านแก้อย่างนี้ท่านครับ อยากจะให้ทุกอย่างมันเปึนจริงมากขึ้น อันที่ ๑ อันที่ ๒ อยากให้ท่านบริหาร อย่าจัดการโดยการไม่บริหารเลย วันนี้มองอย่างนี้ ทั้งหมด มองค่าการตลาด กับมองเรื่องการบริหารกองทุน ผมรู้สึกว่าใช้ระบบทุนนิยม มาบริหารน้ํามัน ไม่ได้ใช้รัฐบาลบริหารน้ํามันเลย นั่งซักข้าราชการประจําเห็นภาพชัด แล้วก็ถึงบางอ้อว่า มันเปึนเช่นนี้เอง ผมไม่อยากจะพูดมากกว่านี้หรอกท่าน แต่ผมกําลังจะบอกท่านว่าวันนี้ การตรวจสอบฝ์ายบริหารคงไม่ใช่ฝ์ายรัฐบาลเปึนผู้ตรวจสอบกันเองอย่างเดียว หรือว่า ฝ์ายค้านเปึนผู้ตรวจสอบอย่างเดียว เราร่วมกันตรวจสอบซึ่งกันและกัน ความแตกต่าง มีเพื่อนหลายคนมาถามว่าผมเปึน ส.ส. ตั้งแต่ต้น ต่างจากการเปึนรัฐบาลตรงไหน เมื่อมา เปึนฝ์ายค้าน ผมว่ามันง่าย อธิบายง่าย ๆ เลย อธิบายแบบภาษาชาวบ้านท่าน ฝ์ายค้าน ตะกร้อหลุดปาก เหมือนสุนัขที่ตะกร้อหลุดปาก พูดได้ทุกเรื่อง แต่ฝ์ายรัฐบาลคุณก็ไม่ได้ พูดได้ทุกเรื่อง เพราะว่าคุณมีข้อจํากัดในการบริหาร ผมพูดประเด็นนี้ทําไมครับ อย่าได้ กระแหนะกระแหนกันว่าเปึนอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะวันนี้ผมจะบอกให้คุณฟังว่า ผมเอง รับไม่ได้กับการขัดรัฐธรรมนูญ แล้วโยนสิ่งไม่ดีให้คนอื่น ผมจะจบลงอย่างนี้นะครับ ไม่กี่วันผมจะฉายภาพให้รัฐมนตรีที่นั่งอยู่ที่นี้ดูว่าท่านผิดรัฐธรรมนูญอย่างไร แล้วท่าน ผิดตามมาตรา ๑๐๐(๑) (๓) พระราชบัญญัติปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อย่างไร ท่านประธานครับ ถ้าผมเปึนนายกเทศมนตรี ผมใช้เงินหลวง ใช้เงินตัวเอง ไปขยายโครงการให้กับลูกกับหลานผมได้ไหม คําตอบก็คือไม่ได้ การขยายโครงการไม่ได้ มีอย่างที่ไหนท่าน สํานักงบประมาณเขาบอกว่าไม่รวมกับค่าคอนซัลท์ (Consult) ค่าที่ปรึกษา นี่เขียนจ่ายค่าที่ปรึกษาอย่างหน้าไม่อายเลยบอกว่า ให้รัฐบาลจ่ายแทน อย่างนี้คุณไม่กลัวมาตรา ๑๐๐ (๑) หรือ อันนี้อันที่ ๑
อันที่ ๒ ลูกของเราเปึนผู้สืบสันดาน ตามกฎหมายนี้คือทางตรง เขียนไว้ ชัดเจนเปึนทางตรง แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเปึนกับดักบริษัทของทักษิณ ไม่ให้ลูกหลาน ทักษิณเข้ามายุ่ง ในที่สุดเมื่อท่านเปึนรัฐบาลท่านก็เจอกับดักและหลุมพรางอันนี้เลย เพราะอะไรครับ ท่านไปอนุมัติให้ลูกให้หลานตัวเองได้โครงการต่าง ๆ ทั้งหมดผมพูด เกี่ยวกับน้ํามันตรงไหน เกี่ยวครับ ท่านกู้เงิน ท่านเก็บภาษี ท่านต้องใช้อย่างเปึนธรรม ผมคิดว่าผมจบแค่นี้ ไม่กี่นาทีนี่ล่ะจบแล้ว แล้วก็บอกท่านว่าเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ ขอบคุณครับ