สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒

ชวลิต วิชยสุทธิ์ เสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาความเดือดร้อนของประชาชนเกี่ยวกับราคาน้ำมัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของน้ำมันในชีวิตประจำวันของประชาชน และเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเสนอแนะให้ยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน และให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐบาลได้เสนอพระราชกําหนดแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตมายังสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณายืนยันการอนุมัติพระราชกําหนดดังกล่าว หลังจากที่วุฒิสภาได้คว่ําตัว พระราชกําหนดนั้นไปเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายนที่ผ่านมา พระราชกําหนดฉบับนี้สําคัญมาก ครับท่านประธาน เพราะว่าเกี่ยวพันกับพี่น้องประชาชนทุกคน มีข้อพิจารณาว่า น้ํามันเปึนสิ่งฟุ์มเฟ๋อยหรือเปล่า ผมเห็นว่าน้ํามันขณะนี้ต้องถือว่าเปึนปัจจัยที่ ๕ ที่พี่น้องประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับรากหญ้า พี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา จนกระทั่ง มาถึงผู้ใช้แรงงาน นักธุรกิจ ผู้ประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนแต่ต้องใช้น้ํามัน ทั้งสิ้น ดังนั้นการที่ราคาน้ํามันขยับแต่ละครั้งหมายถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คนไทยทุกคน โดยเฉพาะคนยากคนจน พวกกระผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะต้องปกปัองผลประโยชน์ของพี่น้อง เปึนปาก เปึนเสียงแทนพี่น้องประชาชน จึงจําเปึนที่จะต้องให้ความเห็นเกี่ยวกับพระราชกําหนด ฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง ในอดีตบางยุค บางสมัย เมื่อมีวิกฤตการณ์น้ํามัน หากรัฐบาลบริหาร โดยไม่ได้ให้ความใส่ใจในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถึงกับต้องพ้นจากการเปึน รัฐบาล หรือเสื่อมลงโดยรวดเร็ว โดยส่วนตัวผมไม่เห็นชอบ แล้วก็ไม่รับรองยืนยันกับ พระราชกําหนดฉบับนี้ด้วยเหตุผล ๕ ประการด้วยกัน ท่านประธาน

ประการแรก ราคาน้ํามันไม่ยุติธรรม ไม่สะท้อนความจริง มีโครงสร้าง มีเครื่องเคียงมากมายเปึนภาระกับประชาชน หลายท่านได้บอกไปแล้ว ผมจะยกตัวอย่าง ให้เห็นชัด ๆ อีกครั้งหนึ่ง ราคาน้ํามัน ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคมป้นี้ ยกตัวอย่างอันเดียวเพื่อ ประหยัดเวลา เพราะเวลาเราลดน้อยลง ราคาน้ํามันเบนซิน ราคาเนื้อน้ํามันหน้าโรงกลั่น ๑๘ บาท เอาตัวเลขกลม ๆ ๑๘ บาท แต่ราคาที่ขายที่หน้าปัูม ๔๑.๓๔ บาท นอกนั้น ประกอบด้วยเครื่องเคียงมากมาย เช่น ภาษีสรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น กองทุนน้ํามัน กองทุนอนุรักษ์พลังงาน แวท ค่าการตลาด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เปึนภาระที่เพิ่มพูนขึ้น แน่นอน หลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าเนื้อน้ํามันเราไม่สามารถที่จะคุมได้ เปึนไปตาม กลไกราคาตลาด แต่เครื่องเคียงถ้ารัฐบาลได้ให้ความสนใจ นึกถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ก็จะสามารถจัดการแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้เบาบางลงได้ สิ่งที่ผมรับไม่ได้ กับตรงนี้ก็คือ ภาระที่เพิ่มเติมกับพี่น้องประชาชนนั้นมันหนักหน่วงเกินไป นั่นเปึนเหตุผล ประการแรก

เหตุผลประการที่ ๒ ที่ผมไม่รับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็คือ รัฐบาลออก พระราชกําหนดขึ้นภาษีน้ํามันไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ในช่วงที่รัฐบาลออกพระราชกําหนดเปึน ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของป้นี้ ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนัก ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ของโลก วิกฤตเศรษฐกิจทั้งของภายในประเทศ พี่น้องเกษตรกรคนยากคนจนทุกข์ยาก ลําบาก ผู้ใช้แรงงานตกงานต้องออกจากโรงงานจํานวนมาก ผู้ส่งออกลําบากยากเข็ญไป หมด ผมคงไม่ต้องไปอภิปรายอะไรตรงนั้นมากมาย ถ้าเปึนสมัยโบราณเขาเรียกว่า ยุคข้าวยากหมากแพง ก็ยอมรับล่ะครับว่ารัฐบาลอยู่ในช่วงที่จะต้องหาเงินมาโปะเพื่อป่ด หีบงบประมาณ เรียกว่าถังแตก พูดง่าย ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าประชาชน ก็ถังแตกไม่แพ้กัน รัฐบาลจะต้องแสดงให้เห็นว่าจะมีทางอื่นใดหรือไม่ที่จะหาเงินมาใช้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และป่ดหีบงบประมาณ รัฐบาลไม่ได้ใช้ความสามารถตรงนั้นให้เห็น ก็เห็นแต่มีการกู้ และขึ้นภาษีเท่านั้น ดังนั้นการขึ้นภาษีน้ํามันในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจ ถดถอยอย่างหนัก ไม่มีใครเขาทํากัน เปึนการซ้ําเติมพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งนะครับ นี่เปึนเหตุผลที่ ๒

เหตุผลที่ ๓ ที่ผมไม่รับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็คือ มาตรการของรัฐออกมาขัดแย้ง กันในตัว ทําไมผมว่ามาตรการของรัฐที่ออกมาขัดแย้งในตัว รัฐบาลเสนองบประมาณ กลางป้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ออกพระราชกําหนด พ.ร.ก. กู้เงิน รวมแล้ว ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย แจกเช็คช่วยชาติให้กับบุคคล บางกลุ่ม เปึนต้น แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลกลับขึ้นภาษีน้ํามัน เก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามัน เพื่อหวังให้ชาวบ้านประหยัด ทางหนึ่งก็อยากกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทางหนึ่งก็อยากให้ประหยัด มาตรการมันขัดกันในตัว ตรงนี้ผมคิดว่ามาตรการทั้งหลายที่ออกมานั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

สิ่งที่ผมไม่เห็นด้วยประการที่ ๔ ก็คือ รัฐบาลไม่ได้จัดระบบเงินที่มีอยู่ อย่างบูรณาการ ยกตัวอย่างรัฐบาลมองออกแล้วว่า งบกลางป้ ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. พ.ร.บ. อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นภาษีเหล้า ขึ้นภาษีบุหรี่หรือที่เรียกว่า ภาษีบาป ซึ่งรัฐบาลมองออกอยู่แล้วว่าเงินในอนาคตที่ตนจะใช้มียอดเท่าไร เพื่อเอามาทําอะไร เพื่อมาป่ดหีบงบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ และกระตุ้นเศรษฐกิจตามโครงการไทยเข้มแข็ง ขณะนี้เงินมากมายเห็นตัวเลขแล้วตกใจท่านประธาน แต่ทําไมเมื่อเห็นภาพตรงนั้นแล้ว กลับต้องมาขึ้นภาษีน้ํามัน นี่คือสิ่งที่ผมเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มองภาพรวมอย่างบูรณาการ

เหตุผลประการที่ ๕ ที่กระผมไม่ยอมรับพระราชกําหนดฉบับนี้ก็คือ รัฐบาล ไม่ทําตามสัญญาประชาคม ตรงนี้ผมคงจะต้องขออนุญาตที่จะให้ทางฝ์ายเทคนิคเขาขึ้น ภาพ ซึ่งผมขออนุญาตไว้แล้วเปึนภาพตอนหาเสียงนะครับ ภาพนี้ติดอยู่ทั่ว กรุงเทพมหานคร ทุกถนน ทุกตรอก ซอก ซอย ติดอยู่ทั่วประเทศในการเลือกตั้งทั่วไป ที่ผ่านมา มีข้อความว่า แผนปฏิบัติการเร่งด่วน ๙๙ วัน ทําได้จริง

๑. เรียนฟรี ตํารา อุปกรณ์ เครื่องแบบฟรี เริ่มทันทีเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑

๒. ตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียงทุนประเดิมตําบลละ ๑,๐๐๐,๐๐๐– ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

๓. ตั้งองค์กรแก้ปัญหาภาคใต้

๔. ฟรีค่าไฟฟัา ๑๕ หน่วยแรก

๕. เลิกส่งเงินเข้ากองทุนน้ํามันทันที ข้อ ๕ ท่านประธานครับ เลิกส่งเงิน เข้ากองทุนน้ํามันทันที ตรงนี้ผมถือว่าเปึนสัญญาประชาคมเพราะอะไร เพราะกว่าจะตกผลึก เปึนนโยบาย ทีมงานต้องวิเคราะห์ วิจัยอย่างละเอียดรอบด้านทุกแง่ทุกมุมว่า ๙๙ วัน ทําได้จริง ประชาชนเขาเลือกมาเพราะคิดว่านโยบายนี้โดนใจ เปึนประโยชน์ต่อเขาครับ ท่านประธาน เปึนประโยชน์ต่อส่วนรวม ประชาชนเลือกมา เพราะคิดว่าเปึนรัฐบาล แล้วเลิกส่งเงินเข้ากองทุนน้ํามันทันที ตรงนี้ถือเปึนสัญญาประชาคม ในระบอบประชาธิปไตยครับ ท่านประธาน เขาถือว่าสัญญาประชาคมนั้นสําคัญมาก ต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่รับผิดชอบ ประชาชนเขาก็จะต้องตัดสินในการเลือกตั้งทั่วไปในคราวหน้า นี่คือความงดงามของ ระบอบประชาธิปไตย

สุดท้ายครึ่งนาทีครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ การเปึน ส.ส. มีหน้าที่สําคัญประการหนึ่งก็คือ การปกปัองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน การเปึน ปากเปึนเสียงให้กับพี่น้องประชาชน ผมลงพื้นที่ที่จังหวัดนครพนมและจังหวัดใกล้เคียง พี่น้องเดือดร้อนมาก ขณะนี้ผมถือว่าได้ทําภาระหน้าที่ตรงนี้แทนเขาแล้ว ก็ขอกราบ ขอบพระคุณ แล้วก็ไม่รับพระราชกําหนดฉบับนี้ ขอบคุณครับ