สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๒

ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องการเพิ่มภาษีน้ำมัน โดยระบุว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาความยากจน และเรียกร้องให้ลดภาษีน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดการประท้วงของเกษตรกร และเปรียบเทียบกับประเทศมาเลเซียที่มีราคาน้ำมันที่ถูกกว่า และถามว่าทำไมประเทศไทยจึงมีราคาน้ำมันที่แพงกว่า และมีผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศ

นายประเกียรติ นาสิมมา แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมอยากจะขอ กราบเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลนี้ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาความยากจน ของพี่น้องชาวไทย แถมยังจงใจผลักภาระให้กับประชาชนผู้ยากจนต้องรับผิดชอบในภาระ ค่าภาษีน้ํามัน แล้ววันนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา ยืนยันการอนุมัติพระราชกําหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๒ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ ผมเองไม่สามารถ ที่จะให้การอนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ได้ ด้วยเหตุผลดังที่ผมจะได้ประทานกราบเรียนต่อ ท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ ความจริงพระราชกําหนดฉบับนี้ออกมาเมื่อประเทศกําลัง ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในขณะนั้น หลายฝ์ายได้ทักท้วงว่าไม่ควรจะ ออก และแถมรัฐบาลเองก็ยังให้คํามั่นสัญญากับประชาชนด้วยว่า แผนปฏิบัติการเร่งด่วน ๙๙ วัน ท่านจะยกเลิกการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันดีเซล แต่ในที่สุดท่านก็จะพูดว่า อย่างไรดี ถ้าเปึนภาษากฎหมายหน่อยเขาเรียกว่าตระบัดสัตย์แล้ว คือในที่สุดท่านก็ กลับมาขึ้นภาษีน้ํามัน และผมอยากจะเรียงลําดับอย่างนี้นะครับ คือพระราชกําหนดฉบับนี้ ตราขึ้นประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ซึ่งเมื่อประกาศเปึน พระราชกําหนดแล้วมีผลบังคับทันที แต่เปึนหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีจะต้องนําเสนอต่อ รัฐสภาเพื่อให้อนุมัติ ทันทีที่ประกาศไปนะครับ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ คณะรัฐมนตรีได้นําพระราชกําหนดฉบับนี้เข้ามาให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเปึน เบื้องแรก จึงพบว่าพระราชกําหนดนี้ได้มีการแก้ไขอัตราภาษีสรรพสามิตแบ่งออกเปึน ๕ รายการ

รายการที่ ๑ ก็คือรายการที่ ๐.๑ จากที่เคยมีเพดานอยู่ ๕ บาทต่อลิตร ขอเก็บเปึน ๑๐ บาทต่อลิตร นี่คือน้ํามันเบนซิน

รายการที่ ๒ คือที่เคยเก็บอยู่ ๕ บาทต่อลิตรเช่นเดียวกัน เก็บเปึน ๑๐ บาท ต่อลิตร

รายการที่ ๓ คือข้อ ๑.๐๕ คือน้ํามันดีเซล อันนี้ผมจะขอเน้นหน่อย เดิมเคย เก็บ ๔ บาทเปึนเพดาน ประกาศใหม่เปึน ๑๐ บาท

ผมขอยกตัวอย่างแค่ ๒ ตัวอย่างก็คือ น้ํามันเบนซินกับน้ํามันดีเซล เมื่อประกาศใช้มีผลทันทีนั้นก็ได้มีประกาศจากกระทรวงการคลัง เมื่อพระราชกําหนดฉบับนี้ มีผลบังคับ ตัวเลขเพดานขยายได้แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็รีบประกาศทันที เพื่อที่จะให้เรียกเก็บภาษีบนการค้าขายน้ํามันดีเซลกับน้ํามันเบนซิน ผมยกตัวอย่างน้ํามัน เบนซิน ๙๕ เก็บลิตรละ ๗ บาท ส่วนน้ํามันดีเซลนะครับ เก็บลิตรละ ๕.๓๑ บาท และผม จะมีตัวเลขเปรียบเทียบว่าสมัยก่อนเก็บเท่าไร แต่ก่อนจะถึงจุดนั้นผมขอกราบเรียน อย่างนี้ว่า เมื่อพระราชกําหนดฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ สภาผู้แทนราษฎรได้ป่ดสมัยประชุมลงในวันที่ ๒๐ เพราะฉะนั้น จึงอยู่ในระหว่างการส่งพระราชกําหนดนี้ไปให้วุฒิสภาพิจารณา ในขณะที่ส่งพระราชกําหนด ไปให้วุฒิสภาพิจารณานั้นรัฐบาลได้ขอเป่ดสมัยประชุมวิสามัญรัฐสภาขึ้น โดยขอเป่ดตาม พระราชกฤษฎีกาขอเป่ดประชุมสมัยวิสามัญเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ แล้วก็ วุฒิสภาได้มีการพิจารณาพระราชกําหนดนี้ในวันจันทร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๒ และ ผลของวุฒิสภามีมติว่าไม่อนุมัติพระราชกําหนดฉบับนี้ เนื่องจากมีความเห็นว่าการเพิ่ม ภาระภาษีให้กับประชาชนในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจที่กําลังอยู่ในภาวะที่เดือดร้อน ไม่สมควรจะกระทํา วุฒิสภาได้ใช้วิจารณญาณอย่างดี อย่างรอบคอบ จึงได้ไม่อนุมัติ พระราชกําหนดฉบับนี้ ในขณะเดียวกันแทนที่รัฐบาลจะรอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ต่อเนื่อง กลับไปป่ดสมัยประชุมวิสามัญเสียวันที่ ๒๓ จึงเปึนเหตุให้พระราชกําหนดฉบับนี้ มาพิจารณาในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วจะขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๔ วรรคสอง หรือไม่ อันนี้ต้องพิจารณาอีกขั้นหนึ่ง เพราะว่าความจริงแล้วการเป่ดสมัยประชุมวิสามัญ ก็สามารถที่จะเป่ดได้หลายรอบในระหว่างที่ป่ดสมัยประชุม แต่รัฐบาลไม่ได้สนใจ ในความเดือดร้อนของประชาชนที่แบกภาระภาษีน้ํามันอยู่ในขณะนั้น จนเรื่องมาถึงวันนี้ นะครับ เพราะกฎหมายเขาบอกว่า ถ้าหากว่าเกี่ยวกับเรื่องนี้รัฐบาลจะต้องทําอย่าง เร่งด่วน แต่ก็ล่าช้ามาจนถึงวันนี้ เดือนนี้ ซึ่งเปึนเวลาตั้ง ๓ เดือน ๔ เดือน จึงเปึนปัญหาที่ ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายตรงนั้นอยู่ ทีนี้ภาษีที่น้ํามันที่ผมอยากจะกราบเรียน คร่าว ๆ ที่โครงสร้างภาษีน้ํามัน มันมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศอย่างรุนแรง ในขณะนี้ เมื่อสักครู่นี้ผมฟังท่าน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาลได้เสนอต่อท่านประธานว่า ป้หนึ่ง ๆ เราต้องใช้เงินประมาณล้านล้านบาท เพื่อซื้อน้ํามันดิบเข้ามา ถ้าหากว่าไม่ขึ้นภาษีก็จะทําให้ การบริหารประเทศยากลําบากขึ้น ผมขอกราบเรียนว่าความคิดอย่างนี้มันต้องคิดในสมัยโบราณแล้ว ในสมัยใหม่คิดอย่างนี้ ไม่ได้ ท่านลงทุนในเรื่องน้ํามัน ท่านต้องหาผลประโยชน์จากน้ํามันที่ไม่ใช่ภาษี ที่ไม่ใช่ กองทุน การที่ท่านเก็บภาษีจากการจ่ายเงินของประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ําแย่อยู่ อย่างนี้เท่ากับซ้ําเติมประชาชนให้ลงขุมนรกไปเลย ทุกวันนี้เศรษฐกิจยังแก้ไขไม่ได้ แทนที่ รัฐบาลจะหันมามองว่าการลงทุนจากต่างประเทศนี้ เมื่อเขาจะเข้ามาลงทุนเขาถามหา เรื่องอะไรก่อนรู้ไหมครับท่านประธาน เขาถามว่าโครงสร้างการค้าขายน้ํามัน ราคาน้ํามัน ของประเทศไทยเปึนอย่างไร ผมไม่เชื่อว่าจะมีการบอกความจริงกับนักลงทุนต่างประเทศ หรือว่านักลงทุนต่างประเทศรู้แล้วจึงไม่มาลงทุนในประเทศ การที่นักลงทุนจาก ต่างประเทศไม่มาลงทุนในประเทศนี้มันมีผลกระทบเสียหายหลายอย่าง แทนที่เราจะได้ เงินตราจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศ เราไม่ได้ แรงงานที่จะได้ทํางานในองค์กร งานเหล่านั้นไม่มี เพราะฉะนั้นอันนี้จึงถูกตัดขาดไปแล้ว เพราะโครงสร้างภาษีซึ่งผมจะ กราบเรียนท่านประธานต่อไปว่ามันสลับซับซ้อนอย่างไร มันมากอย่างไร นักลงทุน ต่างประเทศถึงขยาดเมืองไทย

อันต่อไปครับ นักท่องเที่ยว บริษัทท่องเที่ยวทั้งหลายเมื่อเห็นต้นทุนน้ํามัน ของประเทศไทยแล้วไม่อยากเข้ามาแล้วครับ เพราะเงินที่จะต้องใช้จ่ายกับค่าน้ํามันในการ เดินทาง ค่าใช้จ่ายน้ํามันในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องค่าเครื่องบินก็ตาม มันมี ผลกระทบด้วย พอดูโครงสร้างภาษีน้ํามันของประเทศไทยแล้วเขาไม่อยากมา นี่คือเรื่องที่ มันเปึนปัญหากับประเทศไทยของเราเหมือนกัน นอกจากนั้นเกษตรกรต้องใช้น้ํามัน โดยเฉพาะน้ํามันดีเซลที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ถ้าโครงสร้างยังขืนมีอยู่อย่างนี้ผมเชื่อได้เลย ว่าท่านรับม็อบ (Mob) เกษตรกรไม่ไหวในป้หน้า ทางที่ดีท่านควรจะลดไป

ธุรกิจการค้าเหมือนกัน การขนส่งน้ํามันเปึนต้นทุนทั้งนั้น ปุิย น้ํามัน ก็เปึน ต้นทุน น้ํามันขึ้นราคา ปุิยขึ้นราคา น้ํามันลดราคา ปุิยไม่เคยลดราคา อันนี้ก็เปึนปัญหาที่ จะต้องมาดูให้ละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเปรียบเทียบ อย่างนี้ครับว่าน้ํามันของประเทศไทยที่ค้าขายอยู่ในปัจจุบันนี้ ประทานโทษเอกสารมันเยอะ แต่มีเวลาน้อยจะต้องค้นหาออกมาอธิบายให้ท่านประธานได้รับทราบ คือน้ํามันที่ ค้าขายในประเทศไทยอยู่ขณะนี้ เมื่อเทียบกับประเทศมาเลเซีย น้ํามันเบนซิน ๙๕ ของ ประเทศไทย ๔๑.๓๔ บาทต่อลิตร ส่วนของประเทศมาเลเซีย ๑๗.๗๙ บาทต่อลิตร น้ํามัน ดีเซลของประเทศไทยวันนี้ประมาณ ๒๗.๖๙ บาทต่อลิตร ส่วนประเทศมาเลเซีย ๑๖ บาท ต่อลิตร ผมถามเปรียบเทียบให้ดูง่าย ๆ ว่าในขณะที่เรามีราคาน้ํามันที่แพง จีดีพี (GDP) ของประเทศเพิ่มขึ้นหรือลดลง การขยายตัวเศรษฐกิจของประเทศเพิ่มขึ้นหรือลดลง ลดลงครับ เปรียบเทียบกับประเทศ มาเลเซีย เศรษฐกิจเขาเพิ่มขึ้น จีดีพี เพิ่มขึ้นดีกว่าประเทศไทยมหาศาล แต่ราคาน้ํามันของเขา ถูกครับ เขาบริหารอย่างไรเขาถึงทําให้ราคาน้ํามันถูก ราคาน้ํามันที่ถูกมันดึงดูดการลงทุน ต่างประเทศเพราะมันเปึนต้นทุน ดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างที่จะเข้าไปอยู่ในประเทศของเขา แต่ประเทศไทยกีดกัน ใช้ราคาน้ํามัน โครงสร้างน้ํามันกีดกันทางการค้า ผมจะกราบเรียน ท่านประธานก่อนที่จะจบเพราะว่าเวลาท่านให้ก็น้อยเต็มที คือ อย่างกรณีที่โครงสร้าง ราคาน้ํามันของเรามันมี ขออีกสัก ๑ นาทีนะครับท่านประธานเพราะว่าเอกสาร