ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแต่งตั้งกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมีปัญหาเกี่ยวกับการลาออกของผู้ทรงคุณวุฒิ และการตรวจสอบคุณสมบัติของพวกเขา และแสดงความเคารพต่อประธานสภา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ต้องขออนุญาตกราบเรียนคําถามของท่านสมาชิก ที่ได้สอบถามมาหลายประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกราบเรียนตามข้อซักถามของท่านทศพล เพ็งส้ม ก็คือในเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งถ้าท่านประธานจะได้อ่านในมาตรา ๒๔ ของ พ.ร.บ. ปปง. นอกจากให้มีคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินคณะหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้ระบุว่าให้มีผู้ทรงคุณวุฒิจํานวน ๙ คน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความเชี่ยวชาญในทางเศรษฐศาสตร์การเงิน การคลัง กฎหมาย หรือสาขาใดสาขาหนึ่งที่เปึนประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลําดับ เปึนกรรมการ และเลขาธิการเปึนกรรมการและเลขานุการ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันที่ญัตติเรื่องนี้เข้าสู่สภา ก็ได้มีผู้ทรงคุณวุฒิท่านหนึ่งได้ขอลาออกก่อนที่จะมี การพิจารณาญัตตินี้ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเองกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ตั้ง ข้อสังเกตว่าในกฎหมายฉบับนี้มุ่งเน้นที่จะให้มีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ครม. แต่งตั้ง แต่ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจํานวน ๙ ท่าน เมื่อเข้าสู่สภาเหลือ ๘ ท่านนั้น สภาแห่งนี้จะสามารถพิจารณาให้ความเห็นชอบได้หรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้เปึนประเด็นข้อกฎหมาย แต่ท้ายที่สุดสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ชุดนี้ขึ้นไปเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อให้เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน ๘ ท่าน ในการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เราได้พิจารณาในประเด็นข้อกฎหมาย เปึนเบื้องต้น เพราะนอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เรื่องนี้จําเปึนอย่างยิ่ง จะต้องผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาด้วย มีหลายเรื่องที่วุฒิสภาได้พิจารณา และโต้แย้ง กลับมายังสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีของการแต่งตั้งกรรมการหลายคณะ เพราะฉะนั้น ที่ประชุมก็ได้พิจารณาเรื่องนี้ และยังไม่มีข้อยุติว่าเมื่อเหลือ ๘ ท่านแล้วจะสามารถ ดําเนินการแต่งตั้งให้เปึนไปตามกฎหมายได้หรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายภารกิจให้คณะกรรมาธิการชุดนี้ไปตรวจสอบ คุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่อ เพื่อที่จะให้การดําเนินการดังกล่าวนั้นเปึนไปเพื่อ ความรวดเร็ว คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงดําเนินการตรวจสอบคุณสมบัติไปด้วย ในขณะเดียวกันก็ได้มีการถกเรื่องปัญหาข้อกฎหมายไปในคราวเดียวกัน แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อได้มีผู้ลาออกท่านหนึ่งซึ่งเปึนท่านแรกคือ ท่าน พลตํารวจเอก วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ และหลังจากที่คณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาเรื่องนี้ และคณะกรรมาธิการได้ให้ความสําคัญอย่างยิ่งในการที่จะให้ ผู้ทรงคุณวุฒิที่อยู่กับคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น จะต้องเปึน บุคลากรที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากการประกอบอาชีพ จะต้องไม่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลของ ปปง. และจะต้องไม่ทําให้หน่วยงานอื่นเสียหาย เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการ จําเปึนอย่างยิ่งจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ถูกเสนอชื่ออย่างละเอียดรอบคอบ เพื่ออะไรครับ เพื่อว่าวันที่เข้ามารายงานสภาผู้แทนราษฎร หากมีท่านสมาชิกสงสัย ซักถาม คณะกรรมาธิการจะได้ตอบท่านในทุกประเด็นที่ท่านสงสัยและซักถามได้ แต่หากกรรมาธิการไม่ละเอียดรอบคอบและไม่สามารถตอบคําถามของท่านสมาชิกได้ ก็จะเปึนข้อบกพร่องของกรรมาธิการ นั่นคือประเด็นหนึ่งที่ท่านสมาชิกจุติได้กราบเรียน ไปแล้วว่า กรรมาธิการได้ขอให้ทางสํานักงาน ปปง. นําแบบฟอร์มให้กับผู้ถูกเสนอชื่อ ให้กรอกมาไม่ต้องมาที่กรรมาธิการ เพียงแต่กรอกแบบฟอร์มที่จําเปึนในการที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะซักถามได้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ ได้มีหนังสือไปยังผู้ถูกเสนอชื่อแล้ว หลังจากนั้นก็ได้มีการยื่นเรื่องลาออกทยอยกันตามมา เปึนลําดับ ๆ ซึ่งในกรรมาธิการวิสามัญเองก็รู้สึกตกใจ เพราะว่าเรากําลังพิจารณาประเด็น ว่าเหลือ ๘ คนจะพิจารณาได้หรือไม่ ในขณะที่ผู้ถูกเสนอชื่อนั้นก็ได้ทยอยลาออกเรื่อย ตั้งแต่ พลตํารวจเอก ณรงค์วิช ไทยทอง เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ท่านเกียรติพันธ์ น้อยมณี วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๒ ท่านถาวร พานิชพันธ์ วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ศาสตราจารย์ตีรณ พงศ์มฆพัฒน์ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๒ นายไกรสร บารมีอวยชัย เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒ ศิริ การเจริญดี เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ และท่านสุดท้าย นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๒ ตอบข้อซักถาม ของท่านสมาชิกว่าเหตุใดหนังสือลาออกจึงมีแบบฟอร์มและข้อความเปึนแบบเดียวกัน ผมได้สอบถามจากรักษาการเลขาธิการคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการฟอกเงิน ท่านตอบว่า เมื่อผู้ถูกเสนอชื่อให้เปึนผู้ทรงคุณวุฒิมีความประสงค์จะถอนตัวก็ประสาน มายังสํานักงานเลขาธิการ ปปง. ทางสํานักงาน ปปง. ก็ทําแบบฟอร์มไปให้ เพราะว่า ทางท่านผู้ทรงคุณวุฒิท่านก็คงอาจจะไม่อยากที่จะไปเขียนหนังสือเอง ท่านก็ขอความร่วมมือ ว่าท่านจะลาออกจะต้องทําอย่างไร ทางสํานักงาน ปปง. ก็นําแบบฟอร์มไปให้ท่านเซ็น เพราะฉะนั้นที่ท่านเห็นว่าเปึนแบบฟอร์มที่เหมือนกันทั้งหมดนั้น ไม่ได้เปึนการถูกบังคับ ให้ลาออกหรือเปึนการบีบบังคับจากหน่วยงานใดทั้งสิ้น แต่เปึนเรื่องที่ผู้ถูกเสนอชื่อมีความ ประสงค์ที่จะขอถอนตัวเองและประสานมายังสํานักงาน ปปง. ทางเจ้าหน้าที่จึง อํานวยความสะดวกด้วยการนําแบบฟอร์มไปให้ ส่วนมีท่านหนึ่ง ซึ่งในเอกสารขอถอนตัวนั้น อาจจะไม่เหมือนกับ ๗ ท่านที่ขอลาออก โดยเฉพาะท่านถาวร พานิชพันธ์ แต่ถ้าท่านสมาชิกได้ดูแล้วแบบฟอร์มทั้งหมดแทบจะคล้ายกัน แทบจะเหมือนกัน เพียงแต่ว่าท่านถาวร พานิชพันธ์ ท่านเปึนรองอัยการสูงสุด ซึ่งเปึนนักกฎหมาย ท่านก็อาจจะอยากมีความเห็นเพิ่มเติมส่วนตัวของท่าน ในเหตุผลของการขอถอนตัว โดยท่านระบุว่าเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลเพื่อคณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาผู้ที่เหมาะสมใหม่ จึงขอถอนตัว ซึ่งก็เปึนเหตุผลส่วนตัวของท่านที่อยากที่จะให้รัฐบาลได้ดําเนินการพิจารณา คัดสรรผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. ไปในคราวเดียวกัน และเปึนไปตามนโยบายของรัฐบาล ท่านจึงขอถอนตัวซึ่งเปึนเอกสิทธิ์และเปึนเหตุผลส่วนตัวของท่าน นั่นคือสิ่งที่ผมกราบเรียน เบื้องต้นในเรื่องที่ท่านสมาชิกไม่สบายใจที่ได้เห็นแบบฟอร์มเปึนแบบเดียวกัน และขอยืนยันว่าคณะกรรมาธิการหรือแม้กระทั่งฝ์ายรัฐบาลก็ดีที่เราได้มีการติดตาม ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงหรือกดดันผู้ถูกเสนอชื่อให้เปึนผู้ทรงคุณวุฒิของ ปปง. ทั้งสิ้น และหากท่านพิจารณารายชื่อของผู้ถูกเสนอชื่อแล้วท่านจะเห็นได้ว่าเปึนบุคคลที่มีชื่อเสียง มีเกียรติยศและเปึนบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ผมเชื่อว่าไม่มีใครสามารถกดดัน ท่านเหล่านี้ได้หรอกครับ เพียงแต่ว่าเปึนเหตุผลส่วนตัวของท่านซึ่งคณะกรรมาธิการ ก็ไม่สามารถก้าวล่วงได้ที่ท่านจะขอถอนตัวออกจากการเปึนผู้ทรงคุณวุฒิ ในการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว เมื่อปรากฏว่ามีผู้ขอถอนตัว ๘ ท่าน เหลือ ๑ ท่าน กรรมาธิการจึงจําเปึนที่จะต้องนําเสนอรายชื่อ ๑ ท่าน ที่ได้ไป ตรวจสอบเพื่อให้สภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ส่วนประเด็นข้อกฎหมายนั้น ได้มีการพูดกันมากว่าจํานวน ๑ ท่านนั้นทางกระทรวงยุติธรรมโดยเฉพาะจะขอให้ ท่านคณะรัฐมนตรีนั้นเสนออีก ๘ ท่านเข้ามาสมทบและให้สภาพิจารณาไปคราวเดียวกัน จะได้หรือไม่ ทางนักกฎหมายของกระทรวงก็ได้วิเคราะห์ในประเด็นนี้ ก็เกรงว่าหากเสนอ เข้ามานั้นอาจจะทําให้การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ปปง. เสียไปได้ เพราะเปึนเรื่องเทคนิค ทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่อคณะกรรมาธิการไม่มีทางออกและยังมีผู้ที่ประสงค์ที่จะ เปึนผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการ ปปง. ๑ ท่าน ก็เลยจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องนําเสนอ สภาในฐานะที่ได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการไปตรวจสอบคุณสมบัติ จึงได้มารายงาน สภาในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ