อนุดิษฐ์ นาครทรรพ พูดถึงเรื่องการบินเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศติดอาวุธบินตามเครื่องบินของพลอากาศเอก ทักษิณ และยืนยันว่าไม่ควรใช้อาวุธต่อเครื่องบินโดยสารพลเรือน
คําถามที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ จากข้อมูลที่กระผมได้รับทราบมา ทราบว่ามีการสั่งการให้ กองทัพอากาศนําเครื่องบินขับไล่จํานวนกี่ลําไม่อาจจะระบุได้ ณ ขณะนี้ แต่ในวันดังกล่าว นั้นมีเครื่องบินบินขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจในการเฝัาติดตามอากาศยานที่อาจกระทําผิด ตาม พ.ร.บ. การปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิดกฎหมาย โดยเครื่องบินทุกลําที่ปฏิบัติการ ในวันดังกล่าวนั้นเปึนอากาศยานที่มาจากหน่วยบินเตรียมพร้อม ซึ่งมีการติดอาวุธสําหรับ ภารกิจการบินสกัดกั้นเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเปึนจรวดสังหาร หรือว่าป๋นกลอากาศขนาด ๒๐ มิลลิเมตร จากเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมามีการตั้งข้อสังเกต หากมีการสั่งการให้มีการบินขึ้นจริง ๆ ว่ามันจะมีความพยายามอย่างยิ่งยวดหรือเปล่า ที่จะทําให้เครื่องบิน พันตํารวจโท ทักษิณ โดยสารมาเปึนอากาศยานที่กระทําผิด ต่อกฎหมาย โดยในเบื้องต้นก็ยกเลิกการอนุญาตบินผ่านน่านฟัาของเครื่องบินลําดังกล่าว เสียก่อน เพราะหากมีการบินเข้าน่านฟัาก็จะกลายเปึนการรุกล้ําน่านฟัาในทันที และแน่นอนครับ ก็สามารถที่จะใช้เครื่องบินรบที่ติดอาวุธขึ้นปฏิบัติการได้ตามกฎหมาย แต่ในความเปึนจริงการปฏิบัติกับเครื่องบินโดยสารของพลเรือนในกรณีที่อากาศยาน ได้กระทําการผิดกฎข้อบังคับ หรือระเบียบการบินก็แล้วแต่ หากเปึนเครื่องบินรบที่กระทําความผิด นักบินที่นําเครื่องบินขึ้นสกัดกั้นก็จะทําตามขั้นตอนการปฏิบัติ และแน่นอนขั้นสุดท้ายก็คือ การทําลายอากาศยานดังกล่าว แต่หากเปึนเครื่องบินพลเรือน อย่างเครื่องบิน ซีแอล ๓๐ ที่ท่านสุเทพพูดเมื่อสักครู่ก็จะมีการปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป และที่สําคัญก็มีกฎ ที่เปึนสากลเอาไว้ว่าห้ามมีการใช้อาวุธกับเครื่องบินโดยสารพลเรือนโดยเด็ดขาด เรื่องดังกล่าวนี้ ก็เปึนเรื่องที่ต่อมาจากการยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบินเกาหลี แอร์ไลน์ โดยเครื่องบินของประเทศรัสเซียที่มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน หลังจากนั้นก็มีกฎนี้ขึ้นมาว่า ห้ามยิงเครื่องบินโดยสารที่เปึนเครื่องบินโดยสารพลเรือนโดยเด็ดขาด ดังนั้นการที่ท่าน ได้สั่งให้เครื่องบินรบติดอาวุธเต็มอัตราขึ้นบินเพื่อติดตามอากาศยานที่อาจจะกระทํา ความผิดกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่เครื่องบินลําดังกล่าวเขาไม่ได้ละเมิดกฎหมายหรือว่า กฎระเบียบการบินการเดินอากาศแต่อย่างใด มีแต่เพียงท่านเท่านั้นละครับที่ไปยกเลิก การอนุมัติให้บินผ่านน่านฟัาไทย โดยอ้างเหตุผลของความมั่นคงในแบบที่ไม่มีใครทํากัน หรอกครับเรื่องแบบนี้ แล้วเครื่องบินโดยสารพลเรือนนั้นก็ไม่ได้ติดอาวุธแต่อย่างใด ซึ่งจะมาทําอันตราย ทําให้ความมั่นคงของชาติสั่นคลอนไปได้อย่างไร ด้วยเครื่องบิน ที่ไม่ได้ติดอาวุธ อันนี้ก็มีหลายคนตั้งข้อสังเกตแล้วไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะไปยกเลิก ในเหตุผลด้านความมั่นคงได้อย่างไร แล้วบางคนก็ตั้งข้อสังเกตจากข้อนี้ว่าเรื่องที่กระทบ ความมั่นคงน่าจะเปึนเรื่องที่เราพยายามจะไปทะเลาะกับเพื่อนบ้านของเรามากกว่า ท่านมีความตั้งใจสั่งให้เครื่องบินรบบินติดตามเครื่องบินของ พันตํารวจโท ทักษิณ หรือไม่ อย่างไร ก็คงจะพิจารณาจากคําให้สัมภาษณ์ของท่านว่าหากมีการบินล้ําน่านฟัา มา ท่านก็จะส่งเครื่องบินประกบแล้วก็บังคับให้เครื่องบินลงจอดในประเทศ ไม่ว่าท่าน จะสั่งขึ้นหรือไม่ขึ้น ขอให้ท่านได้รับทราบว่าในกรณีนี้ข้าราชการกองทัพอากาศ จํานวนมากรู้สึกไม่สบายใจแล้วก็กังวลในการที่ท่านใช้คําสั่งไปใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ ของกองทัพอากาศไปในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะเครื่องบินขับไล่ที่เอาไว้ปัองกันประเทศ วิ่งขึ้นสกัดกั้นจะวิ่งขึ้นก็ได้ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการปฏิบัติต่ออากาศยานที่กระทําผิด กฎหมาย พ.ศ. ๒๕๑๙ เท่านั้นเอง และเครื่องบินลําที่ พันตํารวจโท ทักษิณ เดินทางมานั้น ก็ไม่ได้ทําความผิดอะไร แล้วก็เปลี่ยนเส้นทางการบินหลังจากไม่ได้รับอนุญาตให้บินผ่าน น่านฟัาไทยตามที่ท่านอ้างถึง พลอากาศเอก สมชาย แล้วว่าไม่ได้มีการรุกล้ําน่านฟัา แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นมันจึงเปึนคําถามครับ เพราะมีหลายคนแล้วก็เปึนข้อสงสัย ของสังคมเปึนอย่างยิ่งว่าในวันดังกล่าวนี้ วันที่มีการเดินทางกลับของเครื่องบิน ซีแอล ๓๐ ในนามเรียกขาน เอ็น ๓๐๐ บีแซส ได้มีการสั่งให้เครื่องบินรบติดอาวุธขึ้นปฏิบัติภารกิจในวัน ดังกล่าวหรือไม่ และการยกเลิกการอนุญาตที่ท่านบอกว่าเพื่อความมั่นคงและพยายาม จะอธิบายว่าเพราะคนในเครื่องมีผลกระทบต่อความมั่นคง ผมอยากจะถามเพราะมันเปึน กฎการบินระหว่างประเทศว่าในตัวเครื่องบินลําดังกล่าว ตัวอากาศยานจะทําลาย ความมั่นคงของประเทศไทยนี้ได้อย่างไรครับ