วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หารือเรื่องการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอธิบายว่ารัฐบาลไม่ได้เพิ่มภาษี แต่ปรับลดเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน และกล่าวถึงความสำคัญของภาษีในการช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของประชาชน และยังอธิบายถึงกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยว่าท่านผู้ถามกระทู้ได้ตั้ง กระทู้คําถามข้อที่ ๒ เพราะท่านเองเคยเปึนประธานคณะกรรมาธิการการพลังงานก่อนผม ผมเดินตามท่าน ขอเรียนนะครับว่ารัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่เคยเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่บาทเดียว สลึงเดียว ไม่เคยปรับอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงแต่อย่างใด นอกจากนั้นแล้วยังปรับลด เสียอีกทั้งปรับลดเปึนการชั่วคราวและปรับลดเปึนการถาวร ยกตัวอย่าง เช่น ครั้งแรกครับ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ตอนที่รัฐบาลยกเลิกมาตรการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ํามัน ให้กลับสู่สภาพเดิม ธรรมดาถ้าเราไม่ทําอะไรเลยราคาน้ํามันก็จะปรับขึ้นทันที ๒-๓ บาท เราใช้กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเปึนกลไกในการที่จะลดผลกระทบของพี่น้องประชาชน โดยการลดกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ไม่ใช่เพิ่มครับ เราลดทันทีทันใดเพื่อไม่ให้ราคา ขายปลีกของน้ํามันทุกชนิดที่ปัูมน้ํามันนั้นขึ้นราคาแม้แต่ประเภทเดียว แล้วเราเรียกว่าเรา เอาเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไปแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชน วันนั้นวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ตอนที่เราปรับสู่สภาพเดิมนั้นเราใช้เงินกองทุนไป ๑๒๕ ล้านบาททันที เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน พอเวลาราคาน้ํามันในตลาดโลกปรับตัวลดลงเราก็ค่อย ลดภาระของกองทุนน้ํามัน เราไม่ใช่เก็บเพิ่ม ลดภาระของกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เราทําเช่นนี้นะครับ ในช่วงแรกนั้นเราทําไป ๗ ครั้ง เราใช้เงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงไป ทั้งสิ้น ๒,๘๕๐ ล้านบาท นั่นเปึนวิธีการครั้งแรก พอครั้งที่ ๒ ก็ใช้หลักการเดียวกันครับ พอวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒ รัฐบาลเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันเพิ่มขึ้นลิตรละ ๒ บาท โดยเฉลี่ย ถ้าเราไม่ทําอะไรเลยราคาขายปลีกจะขึ้นทันที ๒ บาทต่อลิตรที่ปัูม เราไม่อยากจะให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เราก็ใช้กลไกกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนี้ละครับ เหมือนเดิม ลดการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงลิตรละ ๒.๒๐ บาท เพื่อให้ราคา ขายปลีกนั้นไม่เปลี่ยนแปลง การที่ราคาขายปลีกเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นในบางครั้งก็เปึน เรื่องของกลไกตลาดโลก ไม่เกี่ยวกับการจัดเก็บเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น แต่อย่างใดทั้งสิ้น เราทําเช่นนี้อีกครั้งที่ ๒ นี้ครับ ๙ ครั้ง นอกจากนั้นแล้วเราก็ได้ปรับลด กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงอีก ๒ ครั้ง
ครั้งแรกวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๒ ปรับลดอัตราส่งเงินเข้ากองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงชนิดดีเซลหมุนเร็ว บี ๒ ลงลิตรละ ๑.๑๗ บาทต่อลิตร ปรับดีเซลหมุนเร็ว บี ๕ ลงลิตรละ ๐.๕๘ บาทต่อลิตร ทําให้ราคา ๒ ชนิดนี้ลดลงทันที ลดราคาลง พูดง่าย ๆ
และครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ครั้งแรกนั้นมีผลทําให้ดีเซลหมุนเร็ว บี ๒ ลิตรละ ๒ บาทลดลงทันที ดีเซลหมุนเร็ว บี ๕ ลดลงลิตรละ ๔๐ สตางค์ทันที ลดลง นะครับไม่ใช่เพิ่มขึ้น ครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๒ ปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุน น้ํามันแก๊สโซฮอล์ อี ๘๕ ๓.๑๗ บาท ปรับลดลงอีกครับ ราคาถูกลงอีกครับ เพราะฉะนั้น จะเห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่เคยจัดเก็บปรับอัตราเงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงสูงขึ้นแต่อย่างใด ทั้งสิ้น ท่านถามว่าจะยกเลิกได้ไหม ภาษีสรรพสามิตน้ํามันยกเลิกเงินกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงได้ไหม คําตอบว่าภาษีสรรพสามิตน้ํามันนั้นผมคิดว่า ขณะนี้ราคาน้ํามันใน ตลาดโลกค่อนข้างจะสูงก็จริงอยู่ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยังพอรับกันได้ประมาณ ๗๖-๗๗ เหรียญสหรัฐต่อ ๑ บาร์เรล ถ้าเราปรับลดภาษีสรรพสามิตวันนี้ราคาอาจจะถูกลงทันที แต่ ลองคิดดูว่าถ้าในวันข้างหน้าเศรษฐกิจมันฟุ๋นตัว ราคาน้ํามันมันถีบตัวสูงขึ้น สมมุติว่าปรับ ขึ้นไปถึงบาร์เรลละ ๑๐๐ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แล้วเราไม่มีภาษีไม่มีกลไก ไม่มี เครื่องมืออยู่ในมือเลย ตอนนั้นเราจะมีปัญหามากกว่านี้หรือไม่ ตอนนั้น ผมคิดว่าถ้าราคาน้ํามันมันสูงขึ้นมากเหมือนกับป้ ๒๕๕๑ ภาษีสรรพสามิตน้ํามันยังเปึน เครื่องมือสามารถที่จะช่วยแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ รัฐบาล ก็คิดว่าในส่วนตัวของกระทรวงพลังงานเองเห็นว่าน่าจะไว้พิจารณาในกรณีที่ราคาน้ํามัน ปรับตัวสูงขึ้นมาก จนส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เราสามารถ ที่จะพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตได้ในสถานการณ์เช่นนั้น แต่ในขณะนี้ผมคิดว่า ยังไม่มีความจําเปึนถึงขนาดนั้น การเก็บภาษีสรรพสามิตยังมีความเหมาะสมอยู่
ส่วนกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงก็เช่นเดียวกันครับ กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงนั้น ตั้งขึ้นตามพระราชกําหนดปัองกันการขาดแคลนน้ํามันเชื้อเพลิง ป้ ๒๕๑๖ ตอนหลังนี้ก็ไป เปลี่ยนชื่อใหม่เปึนกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เกิดขึ้นเมื่อคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗ วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงก็เพื่อที่จะเปึนกลไกในการรักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามันไม่ให้ผันผวน มากเกินไป เพราะถ้าขืนปล่อยให้ผันผวนมันอาจจะกระเทือนต่อราคาสินค้า ต่อระบบ เศรษฐกิจของประเทศ ทําให้เราต้องใช้กลไกตัวนี้เปึนการตรึงราคา สร้างเสถียรภาพ ของราคาน้ํามันให้มันไม่ผันผวน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน เปึนผลกระทบ ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ถามว่าถ้ายกเลิกกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงได้ไหม ถ้ายกเลิก วันนี้ลองคิดดูสิครับว่าผลได้จะคุ้มกับผลเสียไหม ถ้าในป้หน้าหรือวันข้างหน้าราคาน้ํามัน มันปรับสูงขึ้น แล้วเราไม่มีเครื่องมือในการที่จะมารักษาเสถียรภาพของราคาน้ํามัน พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่านี้หรือไม่ ต้องคิดดูให้ดีสิครับว่าระหว่างที่เรา จะฆ่าห่านวันนี้ แล้วก็พรุ่งนี้ไม่มีไข่ห่านกินอีกเลย กับเรายังรักษาห่านอยู่แล้วมีไข่ห่าน กินเรื่อย ๆ ทุกวัน อันไหนจะดีกว่ากัน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าในขณะนี้มันไม่มีเหตุผล หรือความจําเปึนที่จะต้องยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ํามัน แล้วก็ยกเลิกกองทุนน้ํามัน เชื้อเพลิงแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขอบคุณมากครับ