สุรวิทย์ จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ชี้ผิดกฎหมายสร้างภาระประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

สุรวิทย คนสมบูรณ ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง โดยชี้ว่ารัฐบาลสร้างภาระให้ประชาชนและควรลดภาษีเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่าการเก็บเกินเพดาน 5 บาทตามกฎหมายเดิมเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อน

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผม ตั้งกระทู้ถาม ถามท่านนายกรัฐมนตรี ในเรื่องการขึ้นภาษีสรรพสามิตและการเก็บ เงินเข้ากองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง ท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร ประเทศ ได้เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ได้เกิดวิกฤติเกี่ยวกับการเงินการทอง ได้มีปัญหา อย่างมาก รัฐบาลโดยการนําของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้แก้ปัญหาโดยการ ขอกู้เงินจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเปึนที่ทราบกันทั่วไป การกู้เงินดังกล่าวนั้นเราก็ยอมรับว่าทําให้เกิดภาระหนี้สินสาธารณะ หนี้สินของประเทศ ทําให้พวกเรารู้สึกว่าประเทศไทยของเรานั้นเสียศักดิ์ศรีในเรื่องของการไปกู้หนี้ยืมสิน จากฐานะเดิม รัฐบาลก่อน ๆ ประเทศไทยของเราเคยเปึนเจ้าหนี้ เราต้องกลายเปึนลูกหนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถึงแม้ว่าจะอย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง เราก็ยอมรับว่าการกู้เงินนั้นถ้าใช้อย่างมีเหตุมีผลก็ถือว่าเราก็ยอมรับได้ แต่ปรากฏว่า ที่กู้มาแล้ว ใช้เงินกู้ไปส่วนหนึ่งแล้ว ประเทศไทยเศรษฐกิจของเราก็ยังไม่ฟุ๋น ยังจะต้องกู้ ต่อไป นั่นคือสิ่งที่เราหนักใจ นอกจากที่ต้องกู้ต่อไปแล้ว รัฐบาลยังมาสร้างความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน โดยการไปขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง การขึ้นภาษี สรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงเปึนที่ทราบกันว่าผลตามมานั้นจะต้องทําให้พี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนแน่นอน เพราะราคาน้ํามันเชื้อเพลิงเปึนต้นทุนสําคัญในธุรกิจ แทบทุกอย่าง เปึนต้นทุนสําคัญที่จะทําให้ราคาผลผลิตต่าง ๆ สูงขึ้น ราคาจําหน่ายก็ต้อง สูงขึ้น ในขณะที่พี่น้องประชาชนกําลังอยู่ในช่วงที่เงินทองฝ๋ดเคือง รัฐบาลน่าจะช่วย ให้ผ่อนปรน แต่ปรากฏว่ารัฐบาลชุดนี้ได้สร้างภาระเพิ่มขึ้น ทําให้พี่น้องประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่าย ที่สืบเนื่องจากการขึ้นราคาน้ํามันเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเปึนค่าขนส่ง ค่าสินค้า ค่าบริการต่าง ๆ สูงขึ้น พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างหนัก แม้แต่สินค้าบางอย่างที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ น้ํามันเชื้อเพลิงก็ถือโอกาสขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เปึนที่ทราบกันทั่วไป รัฐบาลก็คงจะมองเห็นว่าขึ้น ภาษีสรรพาสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงจะทําให้ราคาค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ สูงขึ้น แต่รัฐบาลก็ตัดสินใจเลือกในเรื่องการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า พี่น้องประชาชนจะเดือดร้อน แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ใยดีในเรื่องดังกล่าว ตัดสินใจขึ้นภาษี สรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายคนเสนอแนะรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสัมมนาพรรคเพื่อไทย มีแกนนําหลายคนเสนอว่าในภาวะ เศรษฐกิจเช่นนี้รัฐบาลตัดสินใจขึ้นภาษีสรรพสามิตเปึนนโยบายที่ผิดพลาด สิ่งที่ควรทํา ก็คือลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ให้ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงถูกลง ราคาน้ํามัน เชื้อเพลิงถูกลง พี่น้องประชาชนก็จะมีอํานาจในการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น สินค้า และบริการต่าง ๆ ก็จําหน่ายได้มากขึ้น รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น อาจจะมากกว่า ที่เก็บจากภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงโดยตรง เพราะการขึ้นภาษีสรรพสามิต น้ํามันเชื้อเพลิงนั้นมีเปัาหมายช่วงแรกบอกว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากกว่านั้น และในทางตรงกันข้าม ถ้ารัฐบาลตัดสินใจลดภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ไม่เอาในส่วนของจะเพิ่ม แต่จะไป ได้จากการเก็บภาษีที่ต่อเนื่อง จะได้มากกว่าที่เราได้จากภาษีสรรพสามิต และที่ได้ มากกว่านั้นก็คือความพึงพอใจของพี่น้องประชาชน ความสุขของพี่น้องประชาชน รัฐบาล ตัดสินใจขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงครั้งนี้ถือว่ารัฐบาลได้ทําในสิ่งที่กฎหมายเดิม กําหนดไว้ว่า ภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงนั้นจัดเก็บได้ไม่เกินลิตรละ ๕ บาท รัฐบาล เก็บเกิน ๕ บาท เกิน ๕ บาทซึ่งถือว่ามากกว่าที่กฎหมายเดิมกําหนด กฎหมายเดิมนั้น เปึนกฎหมายที่ปัองกันไม่ให้รัฐบาลใดก็ตามที่เข้ามาบริหารประเทศได้ทําความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องประชาชน คือถ้าเรียกเก็บเกิน ๕ บาท ประชาชนจะเดือดร้อนมาก แต่รัฐบาล ชุดนี้เรียกเก็บเกิน ๕ บาท แต่อาศัยมีเสียงในสภามากมาแก้กฎหมายขึ้นภาษีสรรพสามิต น้ํามันเชื้อเพลิง ใช้เสียง ส.ส. ที่มีมากกว่าผ่านกฎหมาย แม้แต่สมาชิกวุฒิสภา ก็ไม่เห็นด้วยกับการขึ้นภาษีดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภาไม่ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ทําให้ กฎหมายขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ขยายเพดานการเรียกเก็บภาษีสรรพสามิต น้ํามันเชื้อเพลิงต้องถูกตีกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลก็ใช้เสียงที่มีมากกว่ายืนยัน จนกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ รัฐบาลก็สมใจขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงได้ ตามใจเกินกว่ากฎหมายเดิมกําหนด ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้ถือว่าเปึนเรื่องที่ หลายคนหลายฝ์ายได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว ที่สําคัญอันหนึ่งครับ จากหลายคนบอกว่าพรรคแกนนํารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงเลือกตั้ง เมื่อป้ ๒๕๕๐ นโยบาย ๙๙ วันทําได้บอกว่าจะไม่ขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิง ไม่ขึ้น ไม่เรียกเก็บเงินกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง เมื่อเข้ามาบริหารประเทศราคาน้ํามันจะลดลง แต่รัฐบาลชุดนี้ทําตรงกันข้ามกับที่หาเสียงไว้ นั่นคือสิ่งที่เปึนที่รับทราบกันทั่วไป ใครก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าที่หาเสียงพรรคแกนนํารัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์หาเสียง ไว้ว่าจะให้ราคาน้ํามันเชื้อเพลิงลดลง แต่พอเข้ามาบริหารน้ํามันกลับแพงขึ้น แพงขึ้น ไม่ใช่แพงจากเหตุอื่น แพงขึ้นจากการเรียกเก็บภาษี เปึนการจงใจทําให้ตรงกันข้าม นะครับ ในสิ่งนี้กระผมขออนุญาตถาม คําถามที่ ๑ ว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้ามา บริหารประเทศ ได้เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ํามันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นกี่ครั้ง ครั้งละกี่บาท ต่อลิตร และเมื่อรวมกันแล้วรัฐบาลชุดนี้ได้ประกาศเพิ่มภาษีสรรพสามิตไปแล้วลิตรละ กี่บาท คําถามแรกครับ ขอบคุณครับ