บัญญัติ เจตนจันทร์ พูดถึงความเสี่ยงของการประกอบอาชีพในสถานประกอบการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัย และเรียกร้องให้มีการสนับสนุนและดูแลสุขภาพของคนงาน รวมถึงขาดโรงพยาบาลอาชีวเวชศาสตร์ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออภิปรายเห็นด้วยกับหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทํางาน สืบเนื่องจากในปัจจุบันนี้สถานประกอบการไม่ว่าจะเปึนภาคอุตสาหกรรมก็ดี เกษตรกรก็ดี ประมงก็ดี ปศุสัตว์ต่าง ๆ ก็ดีนั้น ล้วนแต่มีการนําวัตถุแปลกปลอม ที่ตามธรรมชาติไม่มีมาประยุกต์ใช้ เพื่อผลผลิตก็ดี เพื่อทําให้ผลิตภัณฑ์นั้นออกมา ในลักษณะที่พึงพอใจกับท้องตลาดก็ดี ดังจะเห็นว่าในยุคปัจจุบันนี้แทบจะเรียกว่าเปึนยุคของเคมีนะครับ สิ่งรอบตัวเราทั้งหมด ทั้งสิ้นนั้นเปึนเคมีทั้งสิ้นนะครับ เราแทบจะไม่ได้สัมผัสกับธรรมชาติเลย ไม้ที่สวยงาม ธรรมชาติก็ต้องเอาสีไปย้อม ผ่านกรรมวิธีอบสารเคมีต่าง ๆ มากมาย เสื้อผ้าเราก็เปึน สารเคมี ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเรานั้นเปึนสิ่งที่ในอดีตกาลนั้นไม่เคยเปึนองค์ประกอบ ของสสารในร่างกายเราทั้งสิ้นนะครับ เพราะฉะนั้นชีวิตเรานั้นประกอบด้วยองค์ประกอบ ของสิ่งที่เปึนเคมี นอกจากนั้นทางด้านของฟ่สิกส์ ฟ่สิกส์ก็คือเรื่องของความร้อน แสง เสียง ต่าง ๆ ก็เปึนผลกระทบที่ตามมาอย่างมาก อุณหภูมินั้นเปลี่ยนแปลงไป ในโรงงาน อุตสาหกรรมในจังหวัดระยองบ้านผมนั้น บางทีต้องไปทําในที่อุณหภูมิติดลบนะครับ ไปทําอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับกุ้งนะครับ จะต้องไปแกะ ไปอะไรกันอยู่ในนั้น แล้วก็อาจจะ ต้องใช้สารเคมีเพื่อรักษาผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมายนะครับ บ่อยครั้งก็ได้รับพิษสารเคมี รั่วไหลในสถานประกอบการ ต้องหอบหิ้วกันมาเปึนหมู่ เปึนคณะ มาที่โรงพยาบาล นอกจากเรื่องของสารเคมีที่เปึนปัจจัยตัวแปรที่มีความเสี่ยงหลักแล้ว เรื่องฟ่สิกส์ ความเสี่ยงอันดับต่อมาที่ได้กล่าวไว้แล้วนั้น ก็ยังมีความเสี่ยงในแง่ของชีวะอีกนะครับ ความเสี่ยงในแง่ชีวะก็เช่นว่า การประกอบกิจกรรมหลายอย่างนั้นจะต้องมีเชื้อโรคอะไร มาเกี่ยวข้องนะครับ อาหารก็ดี ผลิตภัณฑ์ทางภาคเกษตรอะไรก็ดี มันก็มีเชื้อโรคปะปน เข้ามาด้วยธรรมชาติก็ดี แล้วก็มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปก็ดี ก็เกี่ยวข้องกับเชื้อโรค เกี่ยวกับมูลสัตว์อะไรต่าง ๆ ก็ดี ก็ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ทําให้มีโรคอันเนื่องจาก การประกอบอาชีพ ยกตัวอย่างไข้หวัดอันมาจากสัตว์ป้กอะไรต่าง ๆ นี้ ผู้ประกอบการ เหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบจากชีวะ จากสิ่งมีชีวิตที่เปึนเชื้อโรคต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมี ผลกระทบอันดับที่ ๔ นั่นก็คือเรื่องของทางด้านของจิตวิทยา บุคคลเมื่อมาอยู่รวมกัน มาก ๆ นี้ นิสัยใจคอแตกต่างกัน ภาษาแตกต่างกัน วัฒนธรรมแตกต่างกัน บ่อยครั้ง ผู้ประกอบกิจการอุตสาหกรรมในสถานประกอบการต่าง ๆ นั้นก็มีปัญหาทางสุขภาพจิต ซึ่งความเสี่ยงทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นก็เปึนโรคอันเนื่องจากการประกอบอาชีพ ที่เปึนโรค เกี่ยวกับอาชีวอนามัยเช่นเดียวกันนะครับ สุดท้ายท่าทางในการทํางานซึ่งในภาษาไทย ได้แปลว่า กายศาสตร์ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอโกรโนมี (Agronomy) อันนี้ เปึนศาสตร์ของการทํางาน บางทีวิศวกรออกแบบเครื่องจักร เครื่องกล มาใช้ในยุโรป แต่ว่าเมื่อมาใช้ในประเทศไทยแล้วคนเอเชียตัวเล็กกว่าอะไรนี้ ก็มิได้มีการปรับแต่ง เครื่องจักรเครื่องกลให้เหมาะสมกับการทํางาน ก็เกิดโรคอันเนื่องจากการทํางาน ซึ่งโรคเหล่านั้นเขาเรียกว่า เปึนโรคอันเนื่องจากการประกอบอาชีพเช่นเดียวกันนะครับ โดยมากผู้ที่ทําการวินิจฉัยว่าโรคใดเปึนโรคอันเนื่องจากการประกอบอาชีพนี้ ในปัจจุบันนี้ ก็อยากจะนําเรียนท่านประธานให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้รับทราบ ถ้าเปึนแพทย์เขาก็เรียกว่า แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ปัจจุบันก็มีการฝ๊กอบรมกันที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี แล้วก็ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเท่านั้นเอง ส่วนพยาบาลที่เปึนทีมงาน ของคุณหมอที่จะดูแลโรคอันเนื่องจากการประกอบอาชีพนี้ เขาก็เรียกว่า พยาบาล อาชีวอนามัยนะครับ คือแพทย์เราจะไม่เรียกว่า อาชีวอนามัย เราจะเรียกว่า อาชีวเวชศาสตร์ พยาบาลเราจะเรียกว่า พยาบาลอาชีวอนามัย ซึ่งเขาทํางานกันเปึนทีม แพทย์กับพยาบาลเหล่านี้เขาไม่ได้นั่งอยู่กับโต๊ะ วินิจฉัยโรคเหมือนโรคไข้หวัด โรคอายุรกรรม กุมารเวชกรรม เขาจะต้องไปสํารวจโรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการต่าง ๆ ว่าโรคที่คุณเปึนนี้ สุดท้ายแล้วมันเกิดจากเครื่องจักร เครื่องกล มันทํางาน มันวางในตําแหน่งที่ไม่เหมาะสม ทําให้ปวดกล้ามเนื้อ ปวดต้นคอ ปวดหลัง อะไรหรือไม่นะครับ เขาก็ต้องไปวินิจฉัย โรคปวดหลังบางอันเปึนโรคอาจจะเกิดจากกีฬา บางอันก็เปึนโรคจากการประกอบอาชีพ แพทย์เหล่านี้เขาจะต้องไปวินิจฉัย แล้วแพทย์เหล่านี้ เขาจะเรียนการตรวจด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนการวัดแสงก็ดี แสงน้อยเกินไป ไม่เหมาะแก่การทํางานมีความเสี่ยง เสียงก็ดี เสียงที่ดังเกินไปขนาดไหนมีความเสี่ยง เรื่องของสารเคมี เรื่องของหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเรียกว่าปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขภาพ อันเนื่องจากการทํางาน เขาเรียนวิธีวัดมา แต่ ณ เวลานี้ในกฎหมายประเทศไทยนั้น เมื่อแพทย์วัดออกมา เขาวัดมาเพื่อประโยชน์ในการที่จะประกอบการให้การรักษา ให้การ วินิจฉัยนะครับ อันนี้ก็มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างจากแพทย์ทั่ว ๆ ไป ดังนั้นปัจจุบันสังคม ยังไม่มีการใช้แพทย์เหล่านั้น พยาบาลเหล่านั้น กลุ่มวิชาชีพเหล่านี้มาเปึนตัวจักรสําคัญ ในการแก้ปัญหาโรคอันเนื่องจากการทํางานนะครับ ผมก็อยากจะให้รัฐบาลได้ให้การ ส่งเสริมให้แพทย์ พยาบาลเหล่านี้เข้ามามีส่วนในการตอบปัญหาของสังคมในโรค อันเนื่องจากการประกอบอาชีพ ซึ่งโรคที่กล่าวถึงมันเปึนโรคเฉียบพลันก็มี โรคเรื้อรังก็มี โรคเรื้อรังบางอันก็ทําให้เปึนโรคปอด อย่างเช่น ฝุ์นหินในสถานประกอบการโรงโม่หิน ก็ทําให้เปึนโรคปอดชนิดหนึ่ง ซึ่งเปึนที่รู้กันทั่วไปนะครับ สารเคมีต่าง ๆ ที่เข้ามามีผล ต่อสมองต่าง ๆ ก็ดี สารตะกั่วต่าง ๆ ก็ดีหรือแม้กระทั่งโรคมะเร็งซึ่งเปึนผลกระทบ ระยะยาวก็ดี ใครจะเปึนคนตอบได้นะครับ ปัจจุบันศาลก็วินิจฉัยด้วยความเชื่อว่าจะมีผล ต่ออย่างนั้นอย่างนี้นะครับ ผมก็อยากจะให้ประเทศไทยนั้นเกิดสถาบันอาชีวเวชศาสตร์ เกิดขึ้นมา เช่นเดียวกับสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินนะครับ ประทานโทษ สถาบันการแพทย์ ฉุกเฉินนั้นเขาจะออกมาเสมอเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงมาก เช่น สงกรานต์ก็ดี ป้ใหม่ก็ดี หรือ ณ เวลานี้เขาก็ออกไปติดต่อประสานงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของ การรับส่งนักท่องเที่ยวจากเกาะต่าง ๆ ขึ้นมาสร้างเครือข่ายต่าง ๆ มากมาย ประเทศไทย แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ สถาบันอาชีวอนามัยต่าง ๆ ยังไม่ได้เปึนสถาบัน เปึนเพียงแค่ กองหนึ่งเล็ก ๆ ในกรมควบคุมโรค เรียกว่า กองโรคอันเนื่องจากการประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม เขาเหล่านั้นเขาไม่มีพื้นที่ในการที่จะออกมาแถลงแก่สังคมนะครับ เขาจะต้องผ่านปลัดกระทรวง อยากจะส่งเสริมให้มีสถาบันอาชีวเวชศาสตร์ซึ่งจะมาช่วย รัฐบาลเปึนอย่างยิ่งในการตอบโจทย์สังคม ไม่เช่นนั้นมาบตาพุดนี่ใคร ๆ ก็ว่าเปึนมะเร็ง อย่างโน้นอย่างนี้นะครับ ถ้าเราเห็นแก่ชาวบ้านว่าชาวบ้านในพื้นที่ไม่ได้อะไร จากการพัฒนาอยู่แล้ว เราก็บอกว่าอย่ามาเลย แต่รัฐบาลนี้เอาเม็ดเงินภาษี นับแสนกว่าล้านบาทจากที่นั่น ก็จะต้องทําให้ชาวบ้านอุ่นใจนะครับ ชาวบ้านจะอุ่นใจ ได้อย่างไร ก็ต้องมีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์นี่ละ เลขาธิการสถาบันอาชีวเวชศาสตร์จะต้อง ออกมาตอบสังคม ปัจจุบันมีแต่นักปกครองมาตอบ มีแต่นักการเมืองมาตอบ มีแต่ เอ็นจีโอ (NGO) มาตอบ ถามว่าเราจะเชื่อเขาไหม แล้วเราจะมีอะไรมาหักล้างเขาได้ไหม เมื่อขึ้นสู่กระบวนการศาล ศาลก็วินิจฉัยออกมาเปึนอย่างนั้นแล้วเราจะทําอะไรได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเห็นว่ากฎหมายนี้เป่ดช่องแล้วให้แพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ได้แจ้งเกิดเข้ามาในคณะกรรมการนี้นะครับ แต่ผมมาดูในมาตราต่าง ๆ ที่รัฐบาลก็ดี เพื่อนสมาชิกก็ดีได้ร่างมายังไม่มีแพทย์จากสมาคมอาชีวเวชศาสตร์หรือตัวแทนพยาบาล จากสมาคมพยาบาลอาชีวอนามัยเข้ามาร่วมเปึนคณะกรรมการด้วย แล้วอีกอย่างหนึ่ง คณะกรรมการที่กําหนดนี่นะครับ ผมขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะครับว่า คณะกรรมการ ที่กําหนดมีอธิบดีกรมควบคุมโรค ในกระทรวงสาธารณสุขโรคอันเนื่องจากการประกอบ อาชีพดูแล ๓ กรมครับ กรมอนามัยคือดูแลความเสี่ยงที่ยังไม่ถึงจะป์วย เขาเรียกว่า เปึนกองอนามัยสิ่งแวดล้อม เมื่อเริ่มจะป์วยจนถึงป์วยน้อย ๆ แล้วก็คือกรมควบคุมโรค เมื่อป์วยจริงจังแล้วกรมการแพทย์ครับ เพราะฉะนั้น ๓ อธิบดีนี้ก็ควรจะเข้ามาอยู่ ในคณะกรรมการนี้ที่ตั้งขึ้นด้วยนะครับ เพราะกรมควบคุมโรคเปึนกรมวิชาการ ไม่มีโรงพยาบาลของตัวเอง ไม่มีผู้ป์วยที่ดูแล กรมที่ดูแลนั้นก็เปึนกรมการแพทย์ มีหน้าที่วิจัย มีหน้าที่ตั้งกฎเกณฑ์การวินิจฉัยต่าง ๆ ที่ให้ทันกับสากลนะครับ อันนี้ก็อยากจะนําเรียนในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่จะพิจารณากฎหมายข้อนี้ได้ช่วยกรุณาบรรจุให้มีคณะกรรมการที่มีความ ครอบคลุมครบถ้วนพอสมควรในการที่จะดูแลคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้น ชื่อว่า คณะกรรมการ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน เพื่อให้ยังประโยชน์ แก่ลูกจ้าง พนักงานที่ปฏิบัติงานในสถานประกอบการให้ได้รับสวัสดิภาพ สวัสดิการ อีกอย่างหนึ่งเพื่อไม่ให้ปัญหาอย่างเช่นที่จังหวัดระยองที่เกิดขึ้น จนทําให้อุตสาหกรรมนั้น ไม่สามารถเกิดขึ้นได้อีกหลายแห่ง แล้วก็บั่นทอนเรื่องของความเจริญในเม็ดเงินภาษี ที่จะเข้าสู่สังคมและประเทศชาติ
ประเด็นสุดท้ายที่สุดนะครับก็คือว่า ปัจจุบันได้แต่ปัองกัน เมื่อเจ็บป์วยแล้ว ลําบากมาก ไปในโรงพยาบาลต่าง ๆ ก็ห่างไกลนะครับ ผมนําเสนอมาหลายครั้งว่า อยากจะให้มีโรงพยาบาลอาชีวเวชศาสตร์ประจํานิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทย มี ๓๘ แห่ง เฉพาะที่จังหวัดระยองมี ๘ แห่งนะครับ จังหวัดระยองยังพลิกแพลงเปึนชื่ออื่น เช่น ชุมชนอุตสาหกรรม เขตอุตสาหกรรม บ้านอุตสาหกรรม อะไรต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งหมดพื้นที่ตั้ง ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ ไม่มีโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านนี้เลยนะครับ ต้องมาเข้าสู่โรงพยาบาลทั่ว ๆ ไปของสํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผมอยาก เรียกร้องให้รัฐบาลได้นําข้อคิดเห็นของผมไปประยุกต์ใช้ด้วยครับ โรงพยาบาล อาชีวเวชศาสตร์ประจํานิคมอุตสาหกรรมเพื่อดูแลโรคอันเนื่องจากการประกอบอาชีพ อาจจะเปึนเครือข่ายหนึ่งของสถาบันอาชีวเวชศาสตร์ที่ถ้าจะมีโอกาสได้ตั้งขึ้นนะครับ ส่วนโรงพยาบาลทั่ว ๆ ไปนั้น ก็เปึนเครือข่ายที่จะช่วยกันดูแลด้วย กราบขอบพระคุณครับ