สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องฎีกาแดงและกรณีกรมราชทัณฑ์ โดยแยกความเห็นกระทรวงยุติธรรมออกจากกระบวนการฎีกา และอธิบายเงื่อนไขที่สามารถฎีกาได้ นอกจากนี้ยังพูดถึงกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และโครงการร้องเพลงชาติ โดยวิจารณ์ข้อเท็จจริงและความจริงในเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังพูดถึงกรณีเว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสอบสวนกรณีหมิ่นประมาท พลเอก เปรม และกรณีการจับกุมบุคคลในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และชี้แจงรายละเอียดของคดีที่อยู่ในชั้นการพิจารณา
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ความจริงการซักถามกับการอภิปราย แล้วก็ประท้วงก็พาดพิงยาวนะครับ แต่มันมีหลายประเด็นมาก ซึ่งต้องกราบเรียนชี้แจง แล้วผมได้พยายามที่จะแต่ละประเด็นก็คงเปึนประเด็นสาระสั้น ๆ ท่านพูดถึงกรณีคดี ที่มีการยกขึ้นมาเรื่องฎีกาแดงว่ารัฐบาลเอาสิทธิอะไรไปยึดพระราชอํานาจ ไปขังฎีกา ในกรมราชทัณฑ์บ้าง อะไรบ้าง แล้วก็คาบเกี่ยวถึงความเห็นกระทรวงยุติธรรม ความจริง ต้องแยกกันนะครับ ความเห็นกระทรวงยุติธรรมมีมาก่อนจริงครับ แต่เปึนการให้ความเห็น ไปตามระเบียบ หรือกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องของการฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษว่า มีเงื่อนไขใดที่สามารถฎีกาได้หรือไม่ ก็มีการชี้แจงข้อเท็จจริงกันว่าน่าจะฎีกาไม่ได้ เพราะเหตุว่า
๑. คนที่จะฎีกาขอพระราชอภัยโทษได้นั้น ต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก แล้วต้องรับโทษก่อนครับ
๒. เขาก็ว่าไปตามระเบียบกฎหมายครับว่าต้องมีความสํานึกผิดในเวลา ที่ถูกคุมขังอยู่นั้น และ
๓. ต้องมีเหตุจําเปึนต้องให้การช่วยเหลือ
แต่กรณีดังกล่าวที่ท่านไปฎีกาก็แตกต่าง เพราะ ๑. ตัวของจําเลย ที่ถูกพิพากษาให้ผิด คือท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไม่ได้อยู่รับโทษ แล้วก็หลบหนีออกไป ยังต่างประเทศ ก็นี่คือประเด็นที่มีการแสดงความคิดเห็นตามระเบียบกฎหมาย แต่เอาละ ในเมื่อท่านยื่นมาแล้วกระบวนการก็เดินต่อครับ จากสํานักราชเลขาธิการส่งไปยัง สํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แล้วก็ส่งไปยังกระทรวงยุติธรรมก็ดําเนินการ เพียงแต่ประเด็น ท่านก็มีความแตกต่างครับว่าในอดีตนั้นคนซึ่งยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษก็จะต้อง เปึนบุคคลที่เปึนผู้ใกล้ชิด เช่น เปึนภรรยาหรือเปึนสามีหรือเปึนบุตรที่มีความเกี่ยวดองกัน อย่างชัดเจน ก็ยื่นกันไปคนสองคนครับ แต่กรณีของท่านมีจํานวนหลายคน ท่านก็บอกว่า มีจํานวนถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน กระบวนการตรวจสอบก็ต้องมีครับ กรณีเช่นนี้ไม่ใช่เปึนการ ไปยึดไปคุมขังพระราชอํานาจอะไรครับ เปึนการดําเนินการตามกฎหมาย กรณีเช่นนี้ถือเปึน การถวายพระเกียรติครับ เพราะต้องเปึนกระบวนการที่ต้องดําเนินการให้ถูกต้องก่อน ก่อนที่จะมีการถวายความเห็นไป เรื่องเช่นนี้ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า มันทําลวก ๆ ไม่ได้หรอกครับ มันก็ต้องทําให้ถูกต้อง นี่คือระเบียบ นี่คือกฎหมาย แล้วระเบียบดังกล่าวนั้น ก็ออกในยุคที่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นั่นละเปึนนายกรัฐมนตรี เมื่อป้ ๒๕๔๗ นี่คือประเด็นข้อเท็จจริง
ประเด็นถัดมา ความจริงผมก็พูดเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ว่าจําเปึนต้องชี้แจง อย่างกรณีร้องเพลงชาติ ความจริงก็ไม่เกี่ยวกับกระทู้นี้เลยครับ แต่ท่านพูด ๒ เรื่อง ที่ผมคิดว่า เปึนเรื่องที่เปึนเท็จ ประการหนึ่ง คือ เรื่องงบประมาณ ไม่มีหรอกครับ ๗๐-๘๐ ล้านบาท งบนี้ ๑๓ ล้านบาทเศษครับ มีการชี้แจงชัดเจนแล้ว แล้วไม่ใช่จังหวัดหนึ่งเปึนแสน ๆ บาท แล้วที่พูดว่าไปจ้างประชาชนมาร้องเพลง อย่าดูถูกน้ําใจประชาชนครับ วันนี้คนร่วมโครงการนี้ หลายแสนคนนะครับ แล้วโครงการนี้จะไปจบวันที่ ๕ ธันวาคมครับ คําถามมีนิดเดียวครับ ร้องเพลงชาติไทยไม่ดีตรงไหน ผมว่าไม่เห็นด้วยก็ไม่เปึนอะไรครับ แต่ว่าอย่าไปดูถูกน้ําใจคนเขา
ส่วนกรณีเว็บไซต์ผมก็ต้องเรียนอีกครั้งหนึ่งครับว่านี่ไม่ใช่เรื่องประจาน แต่ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่ามีเยอะจริง ๆ แล้วหลายกรณีถึงขั้นที่กระทรวง ไอซีที (ICT) ต้องตั้งศูนย์ขึ้นมา มีการรับโทรแจ้ง แล้วก็มีการป่ดเว็บไซต์ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ท่านพยายามจะบอกว่าเมื่อมีเยอะก็แปลว่าประจานรัฐบาลว่าทําไมรัฐบาลยังปล่อยให้มี เว็บไซต์ที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จําไม่ได้หรือครับ เวทีใครครับ ที่คนที่ใช้ชื่อว่า ดา ตอร์ป่โด กับสุชาติ นาคบางไทร ขึ้นไปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ถึงขั้นต้องถูกดําเนินคดี อันนี้คือ ประเด็นครับ แต่รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องดําเนินการครับ เราก็ไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ในลักษณะ ที่เปึนการที่จะเอ่ยอ้างความชอบหรือไม่ชอบในทางใดทางหนึ่ง แต่รัฐบาลก็มีหน้าที่ ต้องรักษากฎหมาย กรณีเรื่องถอดยศท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณก็เช่นเดียวกัน กรณีเช่นนี้ก็มีหลักการนิดเดียวครับว่าในอดีตที่ผ่านมามันไม่ใช่ไม่เคยมีการถอดยศมาก่อน กรณีนี้เปึนไปตามระเบียบของสํานักนายกรัฐมนตรีและระเบียบของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ตั้งแต่ป้ ๒๕๓๔ ถึงป้ ๒๕๕๑ มีการถอดยศไปแล้วทั้งสิ้น ๒,๑๖๐ ราย ในกรณีของตํารวจ เปึนกรณีสัญญาบัตร ๒๕๑ ราย ชั้นประทวนอีก ๑,๙๐๙ ราย เปึนไปตามระเบียบทุกประการว่าต้องคําพิพากษาถึงที่สุด ให้จําคุกก็ต้องมีการถอดยศ แล้วก็มีการเสนอเพื่อขอพระราชทานให้มีการริบ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันนี้ก็เปึนกระบวนการดําเนินการไปตามกฎหมายครับว่า ข้อเรียกร้องทั้งหลายเปึนข้อเรียกร้องที่อยู่เหนือกฎหมายรัฐบาลก็ให้ไม่ได้ครับ ก็ต้องดําเนินการไปตามกฎหมายครับ
ส่วนประเด็นของจังหวัดสุราษฎร์ธานีท่านผู้ที่ถูกพาดพิงก็ชี้แจงไปชัดแล้ว ว่าตํารวจ สภ.อ. เกาะสมุยก็รับเรื่องร้องทุกข์ดําเนินคดีตามกฎหมายแล้ว คดี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรณีเขายายเที่ยง ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับมีข้อเท็จจริง ๒ เรื่อง ขณะนี้คดีนี้ดําเนินมาจนกระทั่งอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะพนักงานอัยการจังหวัด ประจําศาลจังหวัดสีคิ้วแล้ว เปึนคดีที่มีผู้ไปร้องเอาไว้ครับ ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อมาก็มี การดําเนินการโดยฝ์ายของทางตํารวจเขา แล้วก็มีการพิจารณาโดยคณะพนักงานสืบสวน สอบสวน นายอําเภอสีคิ้วในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วมีความเห็น ไม่สั่งฟัอง แล้วส่งสํานวนอัยการจังหวัดประจําศาลจังหวัดสีคิ้ว ต่อมาอัยการจังหวัด ประจําศาลจังหวัดสีคิ้วก็มีหนังสือให้พนักงานสอบสวนทําการสอบสวนเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนได้ทําการสอบสวนเพิ่มเติมตามประเด็นต่าง ๆ แล้วส่งผลการสอบสวน เพิ่มเติมให้อัยการจังหวัดประจําศาลจังหวัดสีคิ้วไว้แล้ว ขณะนี้ก็อยู่ในชั้นการพิจารณา ของพนักงานอัยการจังหวัดประจําศาลจังหวัดสีคิ้ว แต่ประเด็นท่านพูดเหมือนกับว่า กรณีคนอื่นในบริเวณเดียวกันถูกจับกุมดําเนินคดี แต่ทําไมคดีนี้ไม่โดน ประเด็นก็ได้รับการชี้แจง อย่างนี้ว่ากรณีเขายายเที่ยงที่ตรงนั้นในบริเวณที่เปึนบ้านของท่านที่ท่านเอ่ยถึงนั้น ยังไม่เคยมีการจับกุม ที่เคยจับกุมอยู่คนละที่กัน คือบริเวณเขายายเที่ยงเหนือ มีการจับกุม เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่ปัจจุบันร้านอาหารนี้ก็ยังเป่ดดําเนินการ โดยมีการเจรจา ขอเช่าที่จากกรมป์าไม้ ประเด็นคดีที่มีการไปฟัองหมิ่นประมาทท่านประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ท่าน พลเอก เปรม รายละเอียดความคืบหน้าของคดีขณะนี้ก็คือว่าสถานีตํารวจภูธร เมืองนนทบุรีก็ได้มีการดําเนินการโดยสอบถามนายทะเบียนพรรคการเมือง สอบถามเกี่ยวกับ การจดทะเบียนตั้งพรรคการเมือง ผู้ร้องเปึนสมาชิกพรรคเพื่อไทยคือนายคารม พลทะกลาง ก็อยู่ระหว่างรอรับผล มีหนังสือไปถึงเลขาธิการพรรคเพื่อไทย มีการสอบสวนปากคํานายคารม และมีการไปสอบสวนประชาชนทั่วไปที่รับฟังว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาท หรือไม่ ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้ไปก็เปึนเรื่องพนักงานสอบสวน ก็คงจะต้องไปประเมิน ถ้ามันเข้าข่ายอย่างไรก็คงเปึนเรื่องที่ต้องดําเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไปตามขั้นตอน ของกฎหมายครับ ก็ถือโอกาสนี้กราบเรียนชี้แจงครับ