สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการถามคำตอบจากนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินคดี โดยเน้นย้ำว่ากระบวนการนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว และมีการตอบคำถามอย่างชัดเจนในสมัยก่อน และหารือเรื่องกรณีทหารที่ถูกกล่าวหาทำไมกระทรวงกลาโหมไม่ดำเนินการถอยยศหรือริบเบี้ยหวัด และว่าควรระมัดระวังในการพูดเรื่องความจงรักภักดี

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งนะครับว่าวันนี้ทั้ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็มีภารกิจที่จะต้องเข้าเฝัายังพระบรมมหาราชวัง ผมได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้ถามนี้แทน ก่อนอื่นต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นถามเมื่อสักครู่นี้ความจริง ก็เปึนเรื่องเก่า แล้วก็พูดลักษณะเช่นนี้มาครั้งหนึ่งแล้วในเวลาที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ก็เหมือนกันกับที่พูดในวันนั้นแล้วก็เล่าซ้ําความเดิม ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ก็ได้ตอบคําถามอย่างชัดเจนในสภาขณะนั้นก็มีการลงมติในเวลานั้นไปเรียบร้อยแล้ว ข่าวก็มีการนําเสนอในเรื่องของการชี้แจงข้อเท็จจริงในขณะนั้นไปอย่างชัดเจน แต่ก็เข้าใจว่า ท่านเองคงประสงค์ที่จะมีการเล่าซ้ําก็เลยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ก็มีประเด็นที่จะต้องตอบชี้แจงกระทู้ถาม เรื่องคดีที่มีการหยิบยกขึ้นมาทั้งหมดมันมีอยู่ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ก็คือถามเรื่องกระบวนการขั้นตอนของการดําเนินคดีว่าขณะนี้ ดําเนินไปอย่างไร ซึ่งอันนี้ก็คงจะตอบได้ครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านถามถึงเรื่องข้อเท็จจริงแห่งคดี เช่น อย่างกรณีที่ท่านเอ่ยอ้างถึง เรื่องการเกณฑ์ทหารของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมก็เรียนไปแล้วว่าเรื่องนี้ข้อเท็จจริง ก็มีการชี้แจงไปชัดเจนแล้ว ผมก็จะให้ความกระจ่างในเรื่องกระบวนการขั้นตอนของ การดําเนินคดีที่ท่านสงสัยว่ามีการดําเนินคดีเรื่องนี้ไปอย่างไร เพราะท่านพูดเหมือนกับว่า คดีนี้นายกรัฐมนตรีเปึนผู้บังคับบัญชา มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีใครต่อใคร อยู่ภายใต้บังคับบัญชาท่านก็เกรงพูดเหมือนกับว่าจะมีการถ่วงรั้งคดี จะมีการดึงเอาไว้ แล้วก็จะไปกล่าวหาเรื่อง ๒ มาตรฐานกันอีก ซึ่งผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าอันนี้ ก็คงเปึนข้อกล่าวหาเก่า ๆ ที่มีการสอบถามกันหลายครั้งแล้วก็ตอบไปแล้ว แต่เรื่องที่ท่านถาม มีบางประเด็นซึ่งผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมก็ลําบากใจที่จะตอบครับ เหตุผลเพราะมีการเอ่ยอ้างถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งความจริงในข้อบังคับก็เขียนไว้ชัดว่า การเอ่ยอ้างถึงนั้นก็ควรจะกระทําด้วยความจําเปึนเท่านั้น รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเปึนรัฐบาล ก็ประกาศนโยบายชัดเจนว่า ในข้อที่ ๑ จะต้องปกปัองรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เหตุผลเพราะในช่วงระยะเวลา ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา มีการเอ่ยอ้างสถาบันกษัตริย์ และมีการดึง สถาบันสูงสุดนั้นลงมาสู่ในวังวนความขัดแย้งหลายครั้ง ไปดูเถอะครับ ไม่เคยมียุคไหนครับ ที่จะมีเว็บไซต์ (Web site) ก็ดี มีการพูดจาในลักษณะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสูงเท่าช่วง ๓-๔ ป้ที่ผ่านมา ใครเปึนใครเรื่องนี้ผมคิดว่าข่าวสารคงปรากฏชัด ส่วนจะเกี่ยวใครหรือไม่ มีการสาวโยงใยไปถึงเบื้องหลังหรือไม่ อีกไม่นานก็คงกระจ่างชัด ผมเรียนเรื่องนี้เพราะว่า คงจะตอบด้วยความระมัดระวัง มิให้มีลักษณะของการที่จะไปเอ่ยอ้างถึงโดยไม่จําเปึน เพราะประเด็นที่ท่านถามเปึนคดีที่นายพิชา วิจิตรศิลปี ไปแจ้งความดําเนินคดีเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ป้ ๒๕๕๒ เรื่องท่านนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยไม่นําคณะนายทหาร ตํารวจระดับชั้นนายพลเข้าเฝัา ความจริงเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็เคยตอบไปชัดเจนแล้วครับ คือการขอเข้าเฝัาเปึนไปตามขั้นตอนของราชการในการขอนําคณะบุคคลเข้าเฝัา ก็ดําเนินไป โดยหน้าที่ ส่วนในการที่จะมอบหมายให้ใครเปึนผู้ที่ทําหน้าที่นําคณะบุคคลต่าง ๆ ไปเข้าเฝัานั้น ก็เปึนเรื่องที่สามารถจะปฏิบัติได้ ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะมาพิสูจน์ หรือวินิจฉัย หรือทึกทักเอาเอง หรือคิดเอาเองว่าสิ่งนั้นเปึนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะความจริงในอดีตก็มีการทําครับ ที่ท่านถาม ก็จะยุคใครล่ะครับ ก็ยุคอดีต พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ก็มีการตรวจสอบกันว่า การมีคณะบุคคลพาไปเข้าเฝัาและมอบคนอื่นนั้นก็มี เพียงแต่ท่าน พยายามถามว่าไม่เข้าเฝัาแล้วไปปาฐกถามีไหม เพราะท่านก็ทราบครับว่า เงื่อนไขอย่างนั้น บังเอิญจะตรงกันก็ลําบาก แต่คําถามก็ว่าท่านวินิจฉัยเลยหรือครับว่าการมอบหมายไปแล้ว โดยหน้าที่ราชการ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพก็เปึนรองนายกรัฐมนตรีฝ์ายความมั่นคง ก็กํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติอยู่ก็สามารถจะดําเนินการได้ กรณีปัจจุบันนี้ ท่านก็ยังปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ก็สามารถที่จะดําเนินการได้ คือความพยายามกล่าวหานี้ ก็เปึนประเด็นการเมืองครับ เพราะแม้กระทั่งเข้าเฝัาท่านก็ไปฟัองครับ คดีที่นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล คนเดียวกันนี่ละครับ ไปแจ้งความดําเนินคดีเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ป้ ๒๕๕๒ นําภาพข่าวหนังสือพิมพ์ กรณีท่านนายกรัฐมนตรีเข้าเฝัาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วก็มีการนั่งเก้าอี้ ท่านก็อ้างว่าตีตนเสมอ แล้วก็มีการไปแจ้งความ คือไม่ว่าไปหรือไม่ไป ท่านก็กล่าวหาครับ แล้วตัวท่านเองนั่นละครับ ผู้ถามกระทู้ถาม ก็มีการให้สัมภาษณ์ จนท่านนายกรัฐมนตรีฟัองศาล แล้วศาลก็ประทับรับฟัองแล้ว ประเด็นจึงเปึนว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะ มาสรุปตรงนี้ว่าจะหมิ่นหรือไม่หมิ่นครับ เพราะพฤติกรรมของตนเองที่ประพฤติปฏิบัตินั้น ก็จะเปึนตัวบอกครับว่า บุคคลผู้นั้นมีความจงรักภักดีแต่ปากหรือด้วยการกระทํา หรือด้วยจิตใจ ของบุคคลนั้นหรือไม่ อาจจะหลอกคนอื่นได้ครับ แต่คงหลอกตัวเองลําบาก ผมก็เรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีก็รับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หลายครั้งที่ดําเนินการไปทุกเรื่อง ก็ยึดถือนโยบายรัฐบาลเปึนหลัก ข้อ ๑ ก็คือการปกปัองรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่เหนือสิ่งอื่นใด ในข้อเท็จจริงของคดีนี้ก็คือขณะนี้คดีที่เกี่ยวกับไม่นําคณะนายทหาร ตํารวจเข้าเฝัา ตํารวจเขาก็แยกออกเปึน ๒ ส่วนครับ ส่วนที่ ๑ ที่พวกท่านไปฟัองบอกว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก็สอดคล้องต้องตามมาตรา ๖๖ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก็แยกสํานวนส่งไปยัง ป.ป.ช. เรื่องก็อยู่ ป.ป.ช. ส่วนหนึ่ง โดยดําเนินการเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ป้ ๒๕๕๒ อีกกรณีหนึ่งซึ่งสอดคล้องกัน คล้ายกัน คือกรณีบุคคลเดียวกันไปฟัองท่านนายกรัฐมนตรี รับแจ้งเมื่อเดือนกันยายน ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็มีผู้กล่าวโทษเข้าให้การเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ป้๒๕๕๒ ก็คือกรณีเดียวกัน กับเรื่องนําเข้าเฝัากับกรณีของเอกสารทหาร ขณะนี้ก็เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งก็เปึนเรื่องปกติที่เมื่อมีการแจ้งแล้วผู้กล่าวโทษก็ให้การล่าสุดเมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒ นับไปแล้วก็คือเมื่อวานนี้เองครับ เพราะฉะนั้นคดีทั้ง ๒ ก็ดําเนินไป ก็เพียงแต่ จะเรียนครับว่าไม่มีครับ จะโดนตนเองถูกฟัองหรือจะอะไรก็ตามก็ไม่มีการถ่วงรั้ง ก็ดําเนินคดีไปตามปกติครับ ถ้าจะให้ถามสถิตินี้เยอะครับ คดีรัฐบาลก่อนหน้านี้ก็เยอะ ในมือผม คดีพวกท่านก็มี ก็ดําเนินการไปครับ บางคดีเกิดขึ้นก่อนรัฐบาลนี้เข้ามา เช่น คดีอดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเปึนอดีตคนของพรรคท่าน เรื่องก็ยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน ก็มีครับ เพราะฉะนั้นก็เปึนเรื่องที่ไม่สามารถที่จะเอ่ยอ้างได้ว่าเปึนเรื่องซึ่งจะไปถ่วงรั้งกัน แต่ประการใด

ส่วนกรณีที่ถามต่อครับว่าในเรื่องของกรณีทหารนั้น ทําไมกระทรวงกลาโหม จึงไม่ดําเนินการถอดยศ หรือท่านใช้คําว่า ริบเบี้ยหวัดต่าง ๆ ความจริงเรื่องนี้ก็เปึนเรื่อง ซึ่งต้องดําเนินการไปตามระเบียบของทางฝ์ายของกระทรวงกลาโหม ท่านไม่แปลกใจ หรือครับว่าทําไมท่านพูดมาตั้งนานแล้วเขาไม่ดําเนินการ ก็เพราะมันไม่ได้ผิดอย่างที่ท่าน ได้มีการกล่าวหานะสิครับ ท่านก็พยายามสรุปเอง เรื่องนี้ก็มีข้อสรุปหลายฝ์ายแล้ว ผมคงไม่ต้องพูดซ้ํา เพราะว่าข้อเท็จจริงที่ท่านกล่าวหาก็เปึนข้อเท็จจริงที่ชี้แจงกันชัดเจน ในที่ประชุมนี้ ที่สภาแห่งนี้ แล้วก็ไม่มีใครติดใจสงสัย นอกจากจะใช้วิธีการว่าพูดกันซ้ํา ๆ ผมเรียนว่า ๒ เรื่องที่ท่านมีการหยิบยกขึ้นมาสอบถามพูดถึง แล้วก็พยายามจะหยิบยก ประเด็นของคดีเสมือนกับว่าคดีของท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะดูว่ามีปัญหาและเข้าด้วย ช่วยเหลือกัน ผมก็ตอบว่าไม่มีครับ คดีที่พวกท่านโดนเยอะนะครับ อย่างล่าสุดคดีฎีกาแดงนี่ ขณะนี้ฟัองกันทั่วประเทศนะครับ ๓๘ เรื่องที่รวบรวมได้ ผู้เสียหายเปึนพันคนครับ ก็ดําเนินคดีอยู่ กระทั่งคดีตัวท่านที่ไปล้อมบ้านประธานองคมนตรีก็ถูกเรียกมาพบพนักงาน ตัวท่านเองกับอีกท่านหนึ่ง ท่านรองประธานอีกท่านหนึ่ง ประทานโทษไม่เอ่ยนามท่าน กับ ส .ส. อีกท่าน ก็ใช้สิทธิ ส.ส. ครับ ก็ยังไม่ไปรายงานตัว ก็เรียนว่าทุกอย่างก็ดําเนินการ ตามปกติครับ ไม่มีการไปเร่งว่าท่านไม่ใช่พวกรัฐบาลแล้วต้องเร่ง ถ้าเปึนรัฐบาล แล้วจะต้องดึง ไม่มีหรอกครับ ก็ให้ความสบายใจกับท่านประธานว่ารัฐบาลเองก็ยึดถือหลัก ของกฎหมายแล้วก็ดําเนินการ เพียงแต่กรณีของเรื่องพูดถึงความจงรักภักดี ผมว่าถ้าจะพูด ก็ต้องระมัดระวังนะครับ ดูให้ดีครับ เพราะบางทีคนเกี่ยวข้องกับท่านวันดีคืนดีสถานการณ์ อย่างนี้ออกมาพูดว่าจะแก้รัฐธรรมนูญเรื่องผู้สําเร็จราชการ พูดได้อย่างไรครับ