สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องกรณีที่อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณถูกพิพากษาคดี และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามกฎหมาย
ท่านประธานครับ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ ความจริงเรื่องที่ซ้ําซากหลายสัปดาห์ก็คงจะ ไม่ต้องตอบ แต่ว่าผมก็คงจะต้องตอบเฉพาะในส่วนประเด็นที่เปึนคําถาม แล้วก็ถือว่า เปึนสาระที่ถ้าไม่ตอบแล้วก็อาจจะเกิดความเข้าใจที่ผิด แล้วก็เปึนคําถามที่ท่านประสงค์ ที่จะถามในวันนี้ด้วยนะครับ กรณีถ้าจะตอบข้อ ๒ ก็คือจะดําเนินการอย่างไร หากว่าอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งเปึนผู้หลบหนีคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกและมีการออกหมายจับ ไปยังหลายประเทศแล้ว คําตอบก็คงจะเหมือนกับที่ตอบในคําถามที่ ๑ ก็คือเปึนการดําเนินการ ตามพระราชบัญญัติเรื่องของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน แล้วก็เปึนการดําเนินการไปตาม สนธิสัญญาในคู่ภาคีสัญญา ซึ่งผมก็เรียนชี้แจงท่านประธานไปแล้ว เพียงแต่ที่ตอบก็คือ เรื่องนี้ยังไม่เกิดครับ เพราะฉะนั้นที่ตกใจกันไปเสียก่อน ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะตกใจ แต่ประการใด เพราะเหตุการณ์ก็ยังไม่เกิด ถ้าเกิดก็ดําเนินการไปตามกฎหมายปกติธรรมดาครับ ไม่ใช่เปึนเรื่องที่จะพิเศษอะไร ส่วนท่านจะแอบอ้างว่าเปึนเรื่องซึ่งจะต้องโต้แย้งเช่นนั้น เช่นนี้ก็เปึนสิทธิที่ผมตอบไปแล้วว่า สามารถไปสู้ได้ในกระบวนการยุติธรรมในประเทศนั้น ๆ แต่เรื่องที่ ๒ ซึ่งผมคิดว่าสําคัญก็คือ ท่านเองก็พยายามจะโต้แย้งว่ากรณีความผิด ความจริง ผมก็พูดชัดเรื่องมาตรา ๑๒๒ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าท่านฟังอย่างไรเปึนมาตรา ๑๒๓ ก็ให้อภัยครับ เพราะว่าอายุอานามก็แตกต่างกัน ก็เข้าใจ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมเชื่อว่าในคดีนี้ท่านคงไปอ่านคําพิพากษาแล้ว ในมือผมก็มีเช่นเดียวกับที่ท่านมีครับ ท่านพยายามจะบอกว่าคดีนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริต เปึนเรื่องฝ์าฝ๋นธรรมดา ผมก็จะอ่านให้ฟังครับว่า ในคําพิพากษาที่มีการเขียนเอาไว้ที่หน้า ๓๕ ขออนุญาตท่านประธาน ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พุทธศักราช ๒๕๔๒ มีเจตนารมณ์สําคัญในการห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้โอกาสจากการมีอํานาจ ในตําแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากหน่วยงานของรัฐที่ตนมีหน้าที่กํากับดูแล หรือควบคุม อันอาจทําให้เกิดการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ของตนกับผลประโยชน์ของรัฐ แล้วก็มีการพูดถึงบทบัญญัติในมาตรา ๑๐๐ อย่างที่ท่านทราบ อันนี้ก็อธิบายว่ากฎหมาย ฉบับดังกล่าวก็มีเจตนารมณ์ปัองกันมิให้มีการดําเนินการในลักษณะของการขัดกัน แห่งผลประโยชน์ ซึ่งก็เปึนกรณีทุจริตกรณีหนึ่งนั่นเอง คําถามต่อไปท่านบอกว่า ก็ภรรยาซื้อ สามีไปเซ็นแล้วมันจะผิดตรงไหน คําตอบมี ๒ ข้อเท่านั้นเองครับ ความจริงท่านอ่านแล้ว ในสํานวนนี้ผมเชื่ออย่างนั้น แต่ท่านเลือกที่จะไม่อ่าน ๒ ข้อก็คือ ๑. การไปลงลายมือชื่อ ก็เปึนการฝ์าฝ๋นบทบัญญัติ มาตรา ๑๐๐ ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. แล้วก็ผิดตามมาตรา ๑๒๒ อันนี้เข้าใจตรงกัน คําถามมีต่อว่า ทําไมต้องลงลายมือชื่อ มีความพยายามเอ่ยอ้างครับในสํานวนก็พูด ว่าที่ต้องลงลายมือชื่อเพราะเช่นนั้นเช่นนี้ แต่คําเบิกความที่ชัดเจนครับ บอกว่าการกระทําที่ไปลงชื่อนี้ หาใช่เปึนการกระทําในหน้าที่ ของจําเลยที่ ๑ ไม่ เพราะได้ความจาก นายวุฒิสิทธิ จันทสูตร ประทานโทษที่เอ่ยนาม อยู่ในสํานวน เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาห้วยขวาง ว่าแม้คู่สมรสไม่มาลงลายมือชื่อ ให้ความยินยอม กรมที่ดินก็ยังสามารถจัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้ซื้อได้ โดยเจ้าหน้าที่จะสอบถามคู่สัญญาว่าจะบันทึกยืนยันเรื่องยินยอมตามสัญญานั้นหรือไม่ นี่ก็เปึนหลักการธรรมดาที่นักกฎหมายทั่วไปไม่จําเปึนต้องจบปริญญาเอกก็เข้าใจ แต่ผมคงไม่โต้เถียงในประเด็นนี้ครับ เพราะว่าท่านก็คงเลือกที่จะอธิบาย แต่เนื่องจากว่า มีการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ ก็จําเปึนต้องอธิบายเพราะเรื่องนี้ก็มีการบิดเบือนกันมามาก เพราะฉะนั้นโดยสรุปของผมที่ได้รับหน้าที่มาตอบกระทู้ถามนี้ก็ยืนยันครับว่ารัฐบาลชุดนี้ ดําเนินการโดยยึดหลักของรัฐธรรมนูญและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ประโยชน์ที่เราต้องรักษา ก็คือประโยชน์ของประเทศ ที่เราต้องรักษาคือกระบวนการยุติธรรมภายใน เราก็ยืนยันครับ ว่าไม่ว่าใครก็ตามไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ ส่วนถ้าท่านคิดว่าหาเสียงแล้วจะมา เปึนเสียงข้างมากแล้วดําเนินการออกกฎหมายไปนิรโทษกรรมถึงขนาดที่มีการบอกว่าจะ ไปแก้เรื่องรัฐธรรมนูญหมวดองคมนตรีอย่างไร เรื่องของท่านครับ ก็เปึนเรื่องที่ประชาชน ก็จะต้องตัดสินเอา ผมก็เรียนยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ