สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

ภราดร ปริศนานันทกุล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการประกันรายได้ข้าว และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลของกลไกราคาที่ทำให้เกษตรกรขายข้าวได้ต่ำกว่าราคาที่ควรเป็น โดยแนะนำให้เพิ่มราคาข้าวตามความชื้นของข้าว หรือตั้งโต๊ะรับซื้อโดยไม่คิดความชื้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีปัญหาในการขายข้าว

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ขอบคุณท่านประธานครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมไม่รู้ว่า ผมถามไม่ตรงคําตอบท่าน หรือว่าท่านตอบไม่ตรงคําถามผม ผมถามท่านว่า ที่วันนี้ราคามันต่ํานี่ก็เพราะว่ากลไกตลาด กลไกราคามันถูกบิดเบือนจากพ่อค้าคนกลาง ผมก็เลยถามว่ารัฐบาลมีนโยบายแล้วก็แนวนโยบายอย่างไร ในการที่จะไปแก้ไข การบิดเบือนกลไกราคาที่พ่อค้าคนกลางเขาไปบิดเบือนเอาไว้ จึงทําให้เกษตรกรนี้ขายข้าว ได้ต่ํากว่าราคาที่ควรจะเปึน นี่คือคําถามที่ผมถามท่าน แต่ท่านก็ไปตอบอะไรก็ไม่รู้ครับ ผมก็ฟังท่านไม่ค่อยออกเหมือนกัน ทีนี้ไม่เปึนอะไรครับ มาถึงในเรื่องที่ ๓ ประเด็นสุดท้ายของผม ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลต้องหานโยบายอะไรสักอย่างหนึ่งที่จะมาทําให้ได้อย่างที่พูด ท่านมีนโยบาย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเองได้พูดเสมอว่าโครงการนี้ไม่ได้เรียกว่าประกันราคาข้าว โครงการนี้ เรียกว่าการประกันรายได้ขั้นต่ําให้กับเกษตรกร แล้วท่านรองนายกรัฐมนตรีเองก็ได้พูดย้ํา กับผมแล้ว ย้ํากับผมอีกว่า ที่ต้องประกันก็เพราะว่าจะได้ให้พี่น้องประชาชนเขาได้รู้รายได้ ว่าเขาจะได้รับรายได้จริง ๆ นี่เท่าไร เขาสามารถที่จะคํานวณรายได้ต่อตันได้ว่าตันหนึ่ง อย่างไรก็แล้วแต่จะต้องได้รับ ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งวันนี้มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ ผมไม่ต้องพูดถึง ต้นทุนราคา ผมถามท่านไปในคราวที่แล้วแล้ว ต้นทุนราคาต่อไร่ ไร่หนึ่งมัน ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท แต่วันนี้เขาไปขาย ๖,๐๐๐ บาท ก็ขาดทุนอยู่แล้วครับ ไร่หนึ่งก็ไม่ได้ ๑๐๐ ถัง มันก็ขาดทุนเห็น ๆ อยู่แล้วแบบนี้ เพราะฉะนั้นต้องบอกกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านพูดอยู่ เสมอว่าเปึนการประกันรายได้ขั้นต่ํา ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ผมคิดว่าเราควรที่จะต้องทําให้ได้ อย่างที่เราพูดครับ ผมเองได้ลงพื้นที่และชาวบ้านเขาเอาหนังสือพิมพ์เล่มนี้ให้ผมดู เปึนหนังสือพิมพ์แนวหน้าครับ อย่างนี้ครับ เกษตรกรไทยเข้มแข็ง รัฐประกันรายได้ กําไรแน่นอน ปลูกข้าว ข้าวโพด มันสําปะหลังป้นี้รับประกันดีจริง ๆ จ้า แล้วก็มี รายละเอียดโครงการของท่านนะครับ เขาบอกครับ บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีดูในนี้ ก็หล่อดี แต่ว่าพูดไม่ตรงกับที่เขียนเอาไว้นะครับ ก็เลยบอกท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ถึงวิธีการแก้ไขด้วย ผมเองไม่ได้พูดเพื่อดิสเครดิต (Discredit) อะไรรัฐบาลทั้งนั้นครับ พูดเพื่อที่จะให้เปึนข้อคิดและก็แนวคิดว่ารัฐบาลจะแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างไร ผมก็ยังเปึน กําลังใจให้ท่านอย่างนี้ละครับ แล้วก็ยังคอยที่จะเสนอแนะสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรเขาได้ นําเสนอมา วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ผมเห็นใจท่านแล้วก็อยากจะนําเสนอว่าจะทําอย่างไรล่ะ ที่จะให้เกษตรกรได้รับ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตันตามที่ท่านได้พูดเอาไว้ ผมคิดว่า ผมมี ๒ แนวทางเลือกให้ท่านนะครับ เปึนคําถามสุดท้ายแล้วนะครับว่าท่านจะเลือก แนวทางไหน

๑. คือวันนี้ท่านคิดราคาด้วยความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทําให้ราคามันตกต่ํา ลงไป ราคาประกันอยู่ที่ ๑๐,๐๐๐ บาท ง่าย ๆ ครับ ท่านก็เพิ่มราคาประกันจาก ๑๐,๐๐๐ บาท เปึน ๑๒,๐๐๐ บาท ให้ส่วนต่างที่ท่านกําลังจะจ่ายตรงนี้มันเพิ่มขึ้น จากท่านจ่าย ๑๐๔ บาทต่อตันสําหรับข้าวหอมปทุมธานี ท่านก็เพิ่มเปึน ๒,๑๐๔ บาท พี่น้องเกษตรกร เขาก็จะได้มีรายได้เพิ่มขึ้นเปึน ๑๐,๐๐๐ บาทตามที่ท่านบอก หรือ

๒. วันนี้อย่างที่ผมบอกคือพ่อค้าเขาคิดความชื้นด้วย คิดราคาที่ความชื้น แตกต่างกันไป ซึ่งผมก็เข้าใจครับ แต่ในเมื่อรัฐบาลได้พูดไปแล้ว รัฐบาลได้ประกาศไปแล้ว ผมคิดว่าเมื่อรัฐบาลตั้งใจที่จะตั้งโต๊ะรับซื้อแล้ว เปึนไปได้หรือไม่ครับ ถ้ารัฐบาลของเราเอง จะตั้งโต๊ะรับซื้อโดยไม่คิดความชื้น แล้วคิดที่ราคาอ้างอิง ราคาก็คิดที่ราคาอ้างอิงไปครับ แต่ไม่ต้องคิดความชื้นพี่น้องเกษตรกรเขา เพราะอะไรครับ เพราะเกษตรกรเขาไม่มี เครื่องมือวัดความชื้นครับ วันนี้เขาเอาข้าวไปขายโรงสี โรงสีบอกความชื้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้อง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ตามโรงสีว่า โรงสีบอกความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตามโรงสีว่า ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วมันอาจจะต่ํากว่านั้น แต่โรงสีเขาก็ไปกดราคา เปึนไปได้ไหมล่ะครับที่รัฐบาลจะตั้งโต๊ะซื้อแล้วไม่ต้องไปคิดความชื้นกับเกษตรกร เราเสียอย่างอื่นมามากมายแล้วครับ โครงการจํานําราคาข้าว ท่านเสียหายมากกว่านี้ครับ เพราะฉะนั้นเสนอเปึนทางออกท่านว่า ถ้าเปึนอย่างนี้ก็สมประโยชน์กันทุกฝ์าย ชาวบ้าน ก็ได้ประโยชน์ รัฐก็สนับสนุนน้อยกว่าโครงการจํานํา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ๒ วิธีการนี้คือ ๑. เพิ่มราคาประกัน และ ๒. ในเมื่อท่านจะตั้งโต๊ะซื้อแล้วท่านไม่ต้องคิดราคาความชื้นเลย ได้หรือไม่ นี่คือเปึนคําถามที่ ๓ และผมฝากประเด็นท่านก่อนที่จะสรุปสุดท้ายนิดเดียว ครับ ว่าวันนี้โครงการพยุงราคาข้าวของท่านวันนี้ โครงการยังไม่ทันเริ่มเลยครับ มีปัญหา แล้วนะครับ มีปัญหาอย่างไรครับ วันนี้ท่านให้ อคส. กับ อ.ต.ก. ๒ หน่วยงานเปึนผู้รับซื้อ แต่วันนี้ผมได้ยินข่าวมาแล้วครับว่ากระทรวงพาณิชย์บอกกับ อคส. ให้ไปบอกกับชาวนา บอกว่าให้เอาข้าวมาขายกับ อคส. สิ ไม่ต้องไปขายกับ อ.ต.ก. เพราะว่า อ.ต.ก. มีวิธีการ ขั้นตอนการตรวจที่ละเอียดแล้วก็ยิบย่อยกว่า โครงการยังไม่ทันเริ่มเลยครับ แต่ว่าปัญหา มาแล้วครับ อคส. กับ อ.ต.ก. ขัดแย้งกันเองแล้วครับ ขัดขากันเองแล้วครับ แล้วอย่างนี้ เกษตรกรเขาจะได้ประโยชน์อย่างไรล่ะครับ ผมจึงถามเปึนคําถามสุดท้าย ๒ ข้อละครับว่า ให้ท่านเลือกเอา จะให้พี่น้องเกษตรกรได้เกวียนละ ๑๐,๐๐๐ บาท มี ๒ ทางเลือกที่ผมว่า เท่านั้นละครับ คือ ๑. เพิ่มราคาประกัน หรือ ๒. ท่านตั้งโต๊ะรับซื้อ โดยที่ไม่คิดความชื้น ขอบพระคุณครับ