สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการชี้แจงโครงการของกรมชลประทานและยืนยันว่าประชาชนมีความไม่ไว้วางใจในโครงการนี้ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำที่จะให้ประโยชน์แก่พื้นที่ต่างๆ และถามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เกี่ยวกับนโยบายในการกำหนดจุดพื้นที่การสร้างเขื่อนวังและความต้องการของราษฎรในพื้นที่

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่พยายามชี้แจงให้พี่น้องประชาชนชาวอําเภอบางระกํา ได้รับทราบ ซึ่งขณะนี้ได้รับฟังอยู่เกี่ยวกับการตัดสินใจของกรมชลประทาน ในการที่จะ ตัดสินใจเลือกระหว่างที่ตําบลวังอิทก ซึ่งเปึนความคาดหวังของพี่น้องประชาชน ชาวอําเภอบางระกํา แล้วอีกพื้นที่หนึ่งที่คณะทํางานศึกษาไป แต่ผมเรียนให้ท่านรับทราบ อย่างนี้ว่าในช่วงที่ผ่านมาปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งผมขออนุญาตเรียนกับฝ์ายโสต ช่วยเตรียมสไลด์ (Slide) ให้ผมด้วย ที่ผมขออนุญาตกับท่านประธานแล้วจะมีภาพของ พี่น้องประชาชนสัก ๔-๕ ภาพ แต่ผมจะเล่าปูพื้นให้กับท่านรัฐมนตรีฟังก่อนว่าคณะทํางาน ที่ทํางานในพื้นที่ได้ทําการลงพื้นที่ทั้งหมด ๖ ครั้ง ท่านประธานอาจจะแปลกใจ เอ๊ะ ทําไม ผมรู้รายละเอียด เนื่องจากว่าผมติดตามทุกครั้งในการศึกษาโครงการนี้ ในครั้งที่หนึ่งได้ไป ประชุมปฐมนิเทศ ก็คือเป่ดโครงการที่โรงแรมท็อปแลนด์ แต่ในครั้งนั้นเปึนครั้งแรก เชิญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก แล้วก็พี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องไปร่วม รับฟังการศึกษาโครงการ ในครั้งแรกไม่มีอะไรครับ เพราะเปึนการปฐมนิเทศโครงการเฉย ๆ ในครั้งที่ ๒ เปึนการทําประชาคม ซึ่งได้จัดการทําประชาคมที่เขตเทศบาลบางระกํา ซึ่งในครั้งนั้นก็มีพี่น้องในเขตหลาย ๆ ตําบล ไม่ว่าจะเปึนวังอิทก ท่านางงาม ชุมแสง บางระกํา คุยม่วงอะไร ไปร่วมทําการประชาคมกับบริษัทที่ทําการศึกษา แต่แค่เปึน การประชาคมครั้งแรกเกิดปัญหาครับ เพราะว่าความรู้สึกของประชาชนมองว่าบริษัทที่มา ทําการศึกษานั้นไม่เปึนกลาง หลายคนแปลกใจ ทําไมทําการประชาคมครั้งแรก ความรู้สึก ไม่เปึนกลางเกิดขึ้น เนื่องจากว่าประชาชนมีความรู้สึกว่าบริษัทนั้นเอาข้อมูลมาหว่านล้อม บริษัทที่ทําการศึกษาแทนที่จะมาให้ข้อมูลอย่างกลาง ๆ ครับว่าจะทําที่ไหนดี ที่ไหนดี แต่กลับกลายเปึนว่ามาให้ข้อมูลในเชิงหว่านล้อม เช่น พี่น้องประชาชนที่เขาเติบโตมากับ ลุ่มน้ํายม เขามองว่าระดับน้ําที่จะทําให้ประชาชนติดลุ่มน้ํายมในทุกตําบลได้ประโยชน์ ของอําเภอบางระกําทั้งหมดควรจะต้องถึงระดับน้ําที่ ๓๘ ผมขออนุญาตถ้าพี่น้องประชาชน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกไม่เข้าใจตรงนี้ อาจจะต้องขออนุญาตนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าผมต้อง ใช้เวลาพอสมควรในการทําความเข้าใจตัวเลขระดับน้ําที่ ๓๗ ระดับน้ําที่ ๓๘ แต่ท่านรัฐมนตรี คงจะทราบดี ท่านรัฐมนตรีทราบไหมว่าวันแรกที่มาทางบริษัทที่ปรึกษาบอกว่าระดับน้ําที่ ๓๗ บางระกําได้ประโยชน์ทั้งหมด แต่ปรากฏว่าคนบางระกําที่ศึกษาเขามีความรู้กันเยอะครับ บางคนจบปริญญาโทมาต่อสู้ให้ เขาบอกระดับที่ ๓๗ ไม่ถึงครับ ระดับน้ําที่ ๓๗ จะได้ ประโยชน์บางส่วนก็คือแถววังอิทก แถวบางระกํา แนวท่านางงาม แต่ถ้าจะได้ประโยชน์ ไปจนกระทั่งวังสะตือต้องระดับน้ําที่ ๓๘ เถียงไปเถียงมาแค่ครั้งแรกนี่ ความไม่ประทับใจ เกิดขึ้น โอเค จบครับ ต่อมาเปึนการประชาคมครั้งที่ ๒ แต่ถือว่าเปึนการเจอประชาชน ครั้งที่ ๓ ครั้งที่ ๒ ก็มาจัดที่เทศบาลบางระกําอีกเช่นกัน ก็เปึนการถกเถียงกันระหว่าง พี่น้องประชาชนชาวบางระกํา แล้วก็บริษัทที่ปรึกษา พี่น้องประชาชนแปลกใจว่าครั้งแรก ตอนที่เข้ามาเขาบอกว่าระดับน้ําที่ ๓๗ เขาทําได้แค่นั้น แต่มาอีกครั้งหนึ่งเขาบอกว่า เขาสามารถทําระดับน้ําที่ ๓๘ จึงเกิดความไม่ไว้วางใจของการศึกษาครั้งนี้เกิดขึ้นครับ และมีการถกเถียงกันไปเถียงกันมา และท่านประธานทราบไหมครับ อยากจะเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าในครั้งนั้นมีพี่น้องประชาชนจากบ้านท่าแหมาร่วมประชาคมด้วย เนื่องจากเปึนการถกเถียงกันระหว่างที่วังอิทกกับที่ท่าแห ครั้งนี้มีพี่น้องประชาชนจาก บ้านท่าแหมาร่วมประชาคมด้วย มาทั้งหมด ๑๐ กว่าท่าน หลังจากมีการถกเถียงหาข้อสรุปมีการโหวต ปรากฏว่าคนท่าแหมีแค่ ๓ คนที่เห็นด้วยว่า จะไปสร้างที่ท่าแห แต่คนท่าแหส่วนใหญ่ที่มาไม่เห็นด้วยที่จะไปให้สร้างที่ท่าแห เขามองว่า พื้นที่เขาไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ํา พื้นที่ที่นั่นจะมีพื้นที่ที่ต่ํากว่าพื้นที่ของตําบลวังอิทก คนท่าแหส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะไปสร้างที่บ้านท่าแห แต่คณะกรรมการที่ทําการศึกษา มีความรู้สึกจะผลักดันให้ไปสร้างที่ท่าแห นั่นคือครั้งที่ ๓ หลังจากนั้นครั้งที่ ๔ ก็ได้ไปทํา ประชาคมที่ อบต. วังอิทก ซึ่งผมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พี่น้องประชาชนในเขตตําบลวังอิทก และตําบลใกล้เคียงของอําเภอบางระกํามากันเต็ม อบต. เลย แล้วมีตัวแทนของบริษัท ที่ทําการศึกษาก็มาทําการชี้แจง แล้วผมก็จําได้อยู่ว่าประชาชนของอําเภอบางระกํา ก็ยืนยันเหมือนเดิมครับว่าสิ่งที่เขากําลังศึกษาอยู่นั้นมันไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตลุ่มน้ํา ผมถึงเข้าใจว่าทําไมรัฐธรรมนูญถึงพยายามคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการทําโครงการ ขนาดใหญ่ของรัฐ และผมคิดว่าวันนั้นผมได้ชี้แจงกับบริษัทว่าท่านต้องทําความเข้าใจ และรับฟังประชาชนให้ดี เพราะการตัดสินใจครั้งนี้งบประมาณหลายร้อยล้านบาทครับ งบประมาณเท่าที่ทราบอย่างน้อยประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ในการก่อสร้างนะครับ แต่ว่า ถ้ารวมอย่างอื่นด้วยมากกว่านั้น ฉะนั้นถ้าท่านตัดสินใจผิดพลาดโครงการนี้มันจะล้มเหลว เขาก็รับฟัง แต่ปรากฏว่าสุดท้ายก็คือวันปัจฉิมนิเทศ ซึ่งผมก็ต้องไปนั่งด้วย จัดที่โรงแรม ท็อปแลนด์ จังหวัดพิษณุโลก ก็เหมือนเดิม ปรากฏบริษัทที่ปรึกษาก็พยายามยกไปอีกที่หนึ่ง ก็คือที่ท่าแห ขณะที่วันนั้นก็มีคนท่าแหมา ผมถามคนท่าแหเขาก็บอกเขาเฉย ๆ จะไปอยู่ที่ ตําบลวังอิทกเขาก็ไม่ติดใจ เพราะเขาไม่เดือดร้อนเรื่องน้ํา แต่คนตําบลวังอิทก ท่านางงาม บางระกํา คุยม่วง ชุมแสง นิคมพัฒนา ชีวิตเขาติดกับลุ่มน้ํายม ซึ่งท่านประธานก็ทราบดี ว่าลุ่มน้ํายมนั้นไม่มีเขื่อนในการบริหารจัดการน้ํา ทุกอย่างเปึนไปตามธรรมชาติหมด ดังนั้นคนบางระกําเองก็ต้องการมีน้ําเก็บไว้ใช้ในยามฤดูแล้ง ผมจึงอยากจะเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าบางช่วงพวกเราต้องขนประชาชนไปถึงเขตจังหวัดกําแพงเพชรครับ ไปขออนุเคราะห์น้ําจากลุ่มน้ํา แม่น้ําป่ง ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ฟังแล้วต้องแปลกใจ อําเภอบางระกํามี ๒ ลุ่มน้ําใหญ่ผ่าน ก็คือแม่น้ําน่าน กับแม่น้ํายม แต่หน้าแล้งแล้งมาก ไม่มีน้ํา บางครั้งต้องไปขอน้ําจากแม่น้ําป่งผ่านโครงการท่อทองแดง ซึ่งท่านรัฐมนตรี คงทราบดี แต่อันนั้นเอาไว้ต่างหาก แต่ผมกําลังจะชี้ให้เห็นว่านี่คือภัยแล้งที่เกิดขึ้นกับ คนอําเภอบางระกําและเปึนการต่อสู้ดิ้นรนของพี่น้องประชาชนบางระกํา ตั้งแต่ป้ พ.ศ. ๒๕๓๕ ผมอยากย้ําว่าความห่วงใยคนบางระกํา ก็คือลําพังแค่คนวังอิทกกับคนตําบลบางระกําได้ เขาบอกว่าแค่นั้นเขาไม่พอใจ เขาต้องการให้ประชาชนเขตอําเภอบางระกําทุกตําบลที่ติด แม่น้ํายมได้รับอานิสงส์ของโครงการนี้ทั้งหมด จนกระทั่งสุดท้ายที่ปัจฉิมนิเทศ ผมก็บอก กับท่านหัวหน้าคณะผู้ตรวจ ตลอดจนมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และตัวแทน ของประชาชนมา ผมบอกครับว่าวันนี้การศึกษาของคณะศึกษาบริษัทที่ทําการศึกษานั้น เปึนที่ไม่สบายใจของประชาชน เอาอย่างนี้ดีไหมผมหาทางออกให้ เราตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาใหม่อีกชุดหนึ่ง โดยมีตัวแทนของประชาชนทุกตําบล ตําบลละ ๑ คน แล้วก็มีตัวแทน ของบริษัทเข้ามา ไปสํารวจพื้นที่ร่วมกับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อชี้ให้เห็นว่าวันนี้สิ่งที่ ท่านทําสอดคล้องกับความรู้สึกของประชาชนที่ถือว่าเปึนวิถีชีวิตลุ่มน้ํายม เขารับปากผม แต่ถึงเวลานัดหมายแล้วไม่มาครับ เวลานัดหมายแล้วไม่มา ทําให้ประชาชนมีความรู้สึกว่า ในเมื่อรับปากกันว่าเราจะไปสํารวจลุ่มน้ํายมด้วยกันโดยมีประชาชนไปสํารวจร่วมด้วย เขากลับไม่มา เมื่อไม่มาความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น และสุดท้ายผมก็เรียกร้องว่าถ้าอย่างนั้น บริษัทต้องมาเจอประชาชนในพื้นที่ แล้วก็มาจริง ๆ ผมจะขออนุญาตโชว์ภาพให้ท่านรัฐมนตรี ได้เห็นบรรยากาศวันที่ตัวแทนบริษัท ตัวแทนกรมชลประทานมาพบกับประชาชน ของตําบลวังอิทก เพื่อมาชี้แจงโครงการนี้ ผมขออนุญาตขอสไลด์ด้วยครับ มีสไลด์สั้น ๆ ประมาณ ๓-๔ สไลด์ นี่คือบรรยากาศตอนเช้าที่หลังจากนั้นเขาโทรศัพท์มาหาผม เขาบอกว่าวันนี้ตัวแทนของบริษัทจะมาพบประชาชน ผมก็เข้าใจว่าตัวแทนบริษัทจะไปพบ ที่ทําการ อบต. แต่ภาพมันเกิดอยู่ข้างถนน ปรากฏว่าผมไปถึงมีประชาชนมายืนรอ อยู่ข้างถนนเต็มไปหมดเลย ขอสไลด์ต่อไป ผมต้องเปึนตัวแทนในการเจรจากับบริษัท แล้วก็ตัวแทนของกรมชลประทาน แล้วก็ตัวแทนของชาวบ้าน ขอภาพต่อไปครับ คือเราต้องการจะชี้ให้เห็นว่านี่คือความต้องการของประชาชนในพื้นที่ วันนั้นประชาชนที่มา ไม่ใช่เฉพาะตําบลวังอิทก มีทั้งตําบลบางระกํา ตําบลชุมแสง ตําบลคุยม่วง ตําบลท่านางงาม ก็คือประชาชนของบางระกําที่มาโดยไม่ได้นัดหมาย เพียงแต่ได้รับทราบปากต่อปากว่า วันนี้ตัวแทนบริษัทเขาจะมา ดังนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า นี่คือความห่วงใยของพี่น้องชาวอิทก

จึงอยากขอถามคําถามที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายในการกําหนดจุดพื้นที่การสร้างเขื่อนวังอิทกอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนอง ความต้องการของราษฎรในพื้นที่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ