สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๒

สงวน พงษ์มณี เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไว้วางใจและความไม่ไว้วางใจในกระบวนการนี้ และเสนอปรับแก้ไขข้อกําหนดของศาลรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้น เพื่อให้กระบวนการออกกฎหมายมีความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญมีความเป็นอิสระและเป็นกลาง

นายสงวน พงษ์มณี ลําพูน

ถูกต้อง เดี๋ยวผมจะพูดตามนี้ท่านประธาน ผมจะพูดว่าแก้ไขตรงนี้ ผมเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อย่างไร โดยหลักเหล่านี้ท่านประธานครับ ไม่ให้ศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ตรงไหนครับ หลังจากมันจบแล้วนะท่าน ถ้าเรา ร่างไปอย่างไรก็ตาม ต้องกลับไปผ่านศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดี แล้วที่แก้ไขก็ไปแก้ไข โดยความไม่ไว้วางใจใครเลย ท่านประธานดูสิครับ หน่วยงานทุกหน่วยงานก็มีอํานาจ ในการออกข้อกําหนด ระเบียบของตัวเองหมด ออกแล้วต้องเอามาผ่านรัฐสภาอีก หมายความว่าอย่างไร หมายความว่ามันไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเลยใช่ไหม ท่านประธานครับ ผมพูดถึงหลักว่าถูกลากมาให้วิพากษ์วิจารณ์กันทั้งสังคม เพราะรัฐธรรมนูญมันเขียนผิด

ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีความแตกต่างจากศาลอื่น ตรงไหนท่านประธานครับ ออกข้อกําหนด มันต้องคํานึงถึงความแตกต่างตรงไหนล่ะ ก็ตรงที่ว่า คําพิพากษา ต้องประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาอย่างไรครับท่านประธาน แล้วอ่านให้เขาฟังหมดว่ามีข้อเท็จจริง อย่างไร ผู้ร้องว่าอย่างไร ผู้ถูกร้องแก้ต่างว่าอย่างไร แล้วมีข้อกฎหมายเช่นไร แล้วก็เกิด คําวินิจฉัยขึ้น แล้วด้วยฐานความรู้เท่ากันในสาธารณะ เขาจะวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วย กับการตัดสินนั้น ยังถูกลงโทษอีก เขาไม่เห็นด้วยกับเรา เขาผิดด้วยหรือ ฉบับนี้เขียนไว้ อย่างนั้นนะท่าน ทีนี้ผมดูเสร็จแล้วนี้ท่านประธานครับ ถ้าสมมุติผู้ร่างเดิมเขียนว่า มีอํานาจออกข้อกําหนดของศาล เสร็จแล้วสุดท้ายมาต่อด้วยว่า และประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ใช้บังคับได้ แค่นี้ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการคงไม่แก้ไขอะไร อันนี้ผู้ร่างเดิมก็ไปร่างมาเสียว่า ตัวเองมีอํานาจออก ใครออก ก็ศาลออก ศาลออกแล้ว จะต้องไปผ่านศาลอีกครับ อย่างไร โดยตัวของมันเองก็สับสนในมาตรานี้ ผมจึงพูดทั้งหมด เอาอย่างนี้ได้ไหม ท่านไปนั่งสมาธิให้ดี แล้วแก้ไขทั้งองคาพยพหมดเลย เอากลับเข้ามาใหม่ บนพื้นฐานของสมมุติฐานที่มีความไว้ใจซึ่งกันและกัน กฎหมายฉบับนี้ก็จะเปึนมรรค เปึนผลกับแผ่นดิน เพราะท่านเลขาธิการท่านก็อยู่ตรงนี้ เจตนาจริง ๆ ของท่าน ไม่ได้มีเจตนาที่จะเพิ่มอํานาจให้ตัวเองหรอก แต่ท่านต้องทําตามรัฐธรรมนูญ แล้วท่าน ตกใจไหมครับ ศาลรัฐธรรมนูญท่านตกใจไหมครับ ท่านเขียนมาเอง แต่คนในสภานี้ แก้ทุกมาตรานี่ ความหมายมันคืออะไร ความหมายมันก็คือว่า ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งกันและกันเลย ผมคิดว่าเราจะปล่อยให้สิ่งนี้ผ่านสภาไปเปึนมาตรา ๆ อย่างนั้นหรือ นี่ไม่ใช่เปึนประเด็นของกฎหมาย แต่เปึนประเด็นทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก ศักดิ์ศรี ความเปึนศาลจะเกิดขึ้น ถ้าปรับเสียให้ดีกว่านี้ ผมคิดว่าแม้จะแก้อย่างไร ผ่านสภาสูง อย่างไรก็ตามนี้นะครับ ผมว่าศาลเขาไม่รับหรอก มันก็ตกไปอยู่ดี เพราะมันไม่ใช่ หัวมังกุท้ายมังกรอย่างเดียวนะครับ มันเปึนกฎหมายที่มีหลายอุดมการณ์ในนี้ ผมอยากจะฝากท่าน หลักอันหนึ่งของกฎหมายถ้าแก้อย่างนี้นะท่าน กําหนดอย่างนี้ ข้อกําหนดของท่าน ท่านก็เขียนไว้ว่า ท่านจะคํานึงถึงความสะดวก รวดเร็วและเที่ยงธรรม ตรงนี้มันมีหลักอะไรอยู่ในนั้น หลักของมันก็คือว่า ผูกพันองค์กรอื่นในคําวินิจฉัย ของแต่ละเรื่อง ๆ ท่านเคยวินิจฉัยหลักของการเปึนไม่ได้ของนักการเมืองคือ ลูกจ้าง ท่านกําลังจะวินิจฉัยการถือหุ้นสัมปทานไม่กี่วันนี้ ต่อไปท่านจะต้องวินิจฉัยเรื่องการเปึน คู่สัญญากับรัฐ ทั้งหมดนี้เปึนหลักของความเที่ยงธรรม มันผูกพันกับคนอื่น ทุกองค์กร และผมย้ําว่ามันก็ผูกพันกับองค์กรของท่านด้วย เคยตัดสินใจไว้อย่างไร เคยวินิจฉัยไว้ อย่างไร มันก็จะผูกพันกับตัวท่านด้วย ทั้งหมดที่ผมพูด ผมกําลังงง ผมเห็นด้วยไหมครับ ให้กลับมารัฐสภา ผมงงนะครับ มีอะไรล่ะ นอกจากข้อบังคับของเราเท่านั้นเองที่เรามา วินิจฉัยในรัฐสภา อันนี้ข้อกําหนดขององค์กรอื่น เขาจะเข้ามาในลักษณะไหน ท่านตอบผม หน่อยเถอะครับว่าจะเข้ามาในลักษณะไหน ในลักษณะพระราชบัญญัติหรืออะไร หรือรายงานเพื่อทราบ อะไร ผมตอบไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมไม่เคยเรียนกฎหมายจนได้ปริญญา คือเรียนตั้งหลายครั้งแต่ไม่เคย ได้ปริญญา ผมได้ปริญญาตัวอื่น ท่านประธานครับ การเขียนกฎหมายอย่างน้อยที่สุด มันต้องตอบตัวเองให้ได้ อันนี้มันตอบตัวเองได้อย่างไร ให้ศาลรัฐธรรมนูญเขียนข้อกําหนด มาเสร็จแล้วเอามาผ่านรัฐสภา ผ่านในลักษณะอย่างไร เรามีสิทธิแก้อย่างไร จะตั้งกรรมาธิการแก้ข้อกําหนดเขาหรือ นี่แสดงว่าให้เขาเสนอ พ.ร.บ. ข้อกําหนดมา อีกอันหนึ่งหรือ ทําไมไม่เขียนว่าให้นําเสนอ วิ. ศาลรัฐธรรมนูญมาให้เราพิจารณาใหม่ มันต้องกลับเอาไปแก้ อย่างนี้มันต้องถอนท่านประธาน ถอนเอาไปแก้ แล้วปรับกระบวนการให้ดี สร้างกระบวนทัศน์ร่วมกัน ไม่มีใครที่จะมายืนโจมตีหน่วยงาน ที่มีคุณูปการกับชาติอย่างนั้นหรอก ไม่มีเจตนาทําลาย แต่กําลังจะบอกท่านว่าทําอะไร เราทําอะไรในนี้ แก้ทุกมาตรา แก้เสร็จมาตรานี้มาตราเดียวไม่มีคําตอบแล้ว ผมพูดเรื่องนี้ ด้วยความเจ็บปวดจริง ๆ ครับ เจ็บปวดว่าเมื่ออํานาจอธิปไตยของปวงชนมี ๓ แห่ง บัดนี้ มันกระจายไปที่อื่น อํานาจอธิปไตยนี่มันเปึนอํานาจของประชาชนนะครับ อํานาจ ออกกฎหมายนี่เมื่อออกไปอยู่ที่อื่นแล้วกลับเข้ามาต้องมีกระบวนการที่เกิดการ ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันมันถึงจะทําได้ ผมจําตุลาการท่านหนึ่ง วันนี้ท่านเสียชีวิตไปแล้ว ท่านเปึน กกต. ท่านบอกผม ท่านประธานก็นั่งอยู่กับผม ตอนนั้นเราอยู่คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วยกัน ท่านบอกว่าพวกคุณออกกฎหมายมาสิ คุณออกกฎหมายมาอย่างไร ศาลจะวินิจฉัย ตามข้อกฎหมายของพวกคุณ วันนี้ศาลก็ออกเองแล้วให้เราวิพากษ์วิจารณ์ มันไม่ได้ วิพากษ์วิจารณ์กฎหมาย แต่มันเลยการวิพากษ์วิจารณ์ไปถึงศาลด้วยนี่ผมไม่สบายใจ นี่คือกระบวนการทํางาน อันนี้โทษไม่ได้ ต้องโทษรัฐธรรมนูญ ไม่ได้โทษพวกท่าน แต่ที่ผมโทษพวกท่านเพราะว่าเขียนแล้วไม่มีคําตอบ ถ้าท่านตอบจนผมเข้าใจผมก็จะ ยอมรับ ตอบว่าข้อกําหนดเข้ามาในรัฐสภานี่เข้ามาอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ